ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

94% ใช้ AI ทุกวัน แต่มั่นใจทักษะแค่ครึ่งเดียว ช่องว่างที่งานยุคใหม่เลี่ยงไม่พ้น

94% ใช้ AI ทุกวัน แต่มั่นใจทักษะแค่ครึ่งเดียว ช่องว่างที่งานยุคใหม่เลี่ยงไม่พ้น
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

คำจำกัดความใหม่ของงานยุค AI เมื่อการใช้ไม่เท่ากับความมั่นใจ

ทักษะ AI ในการทำงาน คือความสามารถของพนักงานในการใช้เครื่องมือและระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และทำงานซ้ำๆ ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยต้องเข้าใจทั้งวิธีสั่งงาน การตรวจสอบผลลัพธ์ และการรับผิดชอบต่อการใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงการกดปุ่มใช้ฟีเจอร์อัตโนมัติในโปรแกรมที่มี AI ฝังอยู่

สิ่งที่น่าคิดคือ 94% ของพนักงานในไทยใช้ AI ในการทำงาน แต่มีเพียง 57% ที่รู้สึกว่าทักษะของตนสอดคล้องกับความต้องการปัจจุบัน ตัวเลขนี้สะท้อนปัญหาชัดเจน การใช้งานแพร่หลายไม่ได้แปลว่าคนทำงานเข้าใจเครื่องมือที่ใช้ การใช้ AI ส่วนใหญ่ยังติดอยู่แค่การค้นข้อมูล การสื่อสาร และการวิเคราะห์เบื้องต้น เช่น ใช้ช่วยค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล 53% ช่วยงานด้านการสื่อสาร 44% และช่วยวิเคราะห์พร้อมสร้างอินไซต์ 43% แต่ไม่ได้พัฒนาไปสู่การออกแบบงานใหม่หรือคิดกระบวนการที่ซับซ้อนกว่าเดิม

94% ใช้ AI ทุกวัน แต่มั่นใจทักษะแค่ครึ่งเดียว ช่องว่างที่งานยุคใหม่เลี่ยงไม่พ้น

การใช้ AI แบบตื้นๆ ทำให้ช่องว่างทักษะลึกขึ้นอย่างไร

ตัวเลขระดับภูมิภาคบอกชัดว่า AI กลายเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน 58% ขององค์กรนำ AI มาใช้แล้ว และ 93% ของพนักงานระบุว่ากำลังใช้งาน AI อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน 75% เชื่อว่า AI จะส่งผลดีต่อโอกาสในอาชีพของตน แต่ความเชื่อมั่นนี้มีข้อแม้ เพราะผู้คนจำนวนมากยังรู้สึกว่าทักษะตัวเองไม่ตามทัน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไม่ใช้ AI แต่อยู่ที่ใช้แบบผิวเผิน เมื่อทุกคนใช้เครื่องมือคล้ายกัน ช่องว่างระหว่างคนที่แค่ให้ AI ทำแทน กับคนที่เข้าใจวิธีทำงานของ AI จึงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว คนกลุ่มแรกอาจพิมพ์คำสั่งไม่กี่ประโยคแล้วรอผลลัพธ์ แต่คนกลุ่มหลังรู้จักตั้งคำถาม ตรวจสอบอคติ และเชื่อมผลจาก AI เข้ากับการตัดสินใจทางธุรกิจ การที่พนักงานเองกังวลเรื่องความรับผิดชอบต่อคำตัดสินของ AI ทักษะเดิมที่อาจล้าสมัย และความเสี่ยงด้านข้อมูล ยิ่งตอกย้ำว่าความรู้เรื่อง AI ยังไม่ลึกเท่าอัตราการนำมาใช้

ความคุ้นเคยกับ AI คือแต้มต่อใหม่ของตลาดแรงงาน

ในตลาดงานโลก AI ไม่ได้เป็นเรื่องของสายเทคโนโลยีอีกต่อไป แพลตฟอร์มหางานรายใหญ่ชี้ว่า ปัจจุบันประมาณ 1 ใน 20 ของประกาศรับสมัครงานกล่าวถึง AI แต่มีผู้สมัครน้อยกว่า 1 ใน 100 ที่ค้นหางานลักษณะนี้ ช่องว่างระหว่างความต้องการขององค์กรกับความสนใจของผู้สมัครเปิดโอกาสให้คนที่มีความคุ้นเคยกับเครื่องมือ AI มีแต้มต่อโดยไม่จำกัดแค่คนเมืองใหญ่หรือสายอาชีพเฉพาะทาง

จากมุมมองของผู้จ้าง บริษัทไม่ได้คาดหวังให้ผู้สมัครรู้จักทุกเครื่องมือ AI แต่ดูที่ความยืดหยุ่นและความคุ้นเคยกับเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของตน คนที่สามารถระบุได้ในเรซูเม่ว่าใช้ AI ตัวไหน ทำอะไร ผลลัพธ์ที่วัดได้เป็นอย่างไร จะเด่นกว่าผู้สมัครที่ใช้ AI เหมือนกันแต่เล่าออกมาไม่ได้ การใส่ประสบการณ์เรียนคอร์ส AI เครื่องมือที่เคยใช้ และตัวอย่างการนำ AI เข้าไปอยู่ในงานประจำวัน จึงไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นการลงทุนใน การพัฒนาอาชีพ AI อย่างตรงจุด

เมื่อความมั่นใจไม่เดินตามการใช้งาน ทำไมต้องเร่งฝึกทักษะใหม่

การที่เกือบทุกคนใช้ AI แต่เพียงครึ่งหนึ่งมั่นใจในทักษะของตน เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบงานกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าระบบการเรียนรู้ ช่องว่างทักษะ AI ไม่ได้สะท้อนแค่ความกลัวการตกงาน แต่สะท้อนความเสี่ยงที่องค์กรยังใช้ AI อย่างไม่เต็มศักยภาพ รายงานเชิงลึกเกี่ยวกับงานยุค AI ระบุว่าการเปลี่ยนรูปแบบงานที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคกำลังบังคับให้องค์กรต้องคิดใหม่เรื่องทักษะและเส้นทางอาชีพของพนักงาน

เมื่อสภาพงานเปลี่ยนต่อเนื่อง การพัฒนาทักษะใหม่หรือ reskilling ถูกยกให้เป็นกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรต้องให้ความสำคัญมากขึ้น การฝึกอบรม AI พนักงาน จึงไม่ควรหยุดที่เวิร์กชอปแนะนำเครื่องมือ แต่ต้องเป็นโปรแกรมต่อเนื่องที่ผูกกับงานจริง สร้างมาตรฐานจริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้ AI ควบคู่กัน หากองค์กรไม่ลงทุนวันนี้ ความไม่มั่นใจของพนักงานจะกลายเป็นแรงต้านต่อการเปลี่ยนผ่าน ในขณะที่คู่แข่งที่กล้าลงทุนในทักษะใหม่จะดึงคนเก่งและคว้าโอกาสทางธุรกิจก่อน

ข้อเสนอสำหรับองค์กรและคนทำงาน ปิดช่องว่างทักษะ AI อย่างมีเป้าหมาย

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเราควรใช้ AI หรือไม่ แต่คือจะออกแบบการใช้ AI อย่างไรให้เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความมั่นใจของคนทำงาน งานที่เน้นกระบวนการ ข้อมูล และการปฏิบัติการ เช่น ธุรการ สนับสนุนธุรกิจ ไอที การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล บัญชีและการเงิน เป็นกลุ่มที่ถูก AI เปลี่ยนแปลงหนักที่สุด การปล่อยให้พนักงานเรียนรู้เองจากการลองผิดลองถูกจึงไม่พออีกต่อไป

สำหรับองค์กร แนวทางที่ควรเริ่มคือ 1 กำหนดกรอบชัดเจนว่าทักษะ AI ในการทำงาน ที่ต้องการคืออะไร ทั้งด้านเทคนิค กระบวนการ และจริยธรรม 2 ออกแบบ การฝึกอบรม AI พนักงาน แบบเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การรู้จักเครื่องมือพื้นฐานไปจนถึงการออกแบบงานที่ผสาน AI 3 ให้พนักงานบันทึกและเล่าประสบการณ์ใช้ AI ในงาน เช่นเดียวกับคำแนะนำที่ให้ผู้สมัครงานอธิบายเครื่องมือ AI ที่ใช้และผลลัพธ์ในเรซูเม่ เมื่อองค์กรสนับสนุนอย่างเป็นระบบ คนทำงานก็จะเห็น AI เป็นโอกาส ไม่ใช่ภัยคุกคาม และใช้มันเป็นบันไดสู่ การพัฒนาอาชีพ AI ที่ยั่งยืน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!