จากคำถามว่า AI แย่งงาน สู่โจทย์ใหม่เรื่องทักษะดิจิทัล workforce
การฝึกอบรม AI ในบริบทแรงงานยุคใหม่คือการออกแบบโปรแกรมฝึกอบรม AI ที่ผสมผสานความรู้เทคโนโลยีเข้ากับทักษะดิจิทัล workforce เพื่อให้คนทำงานทุกระดับสามารถใช้ AI ตั้งแต่ Generative AI ไปจนถึง Agentic AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างโอกาสอาชีพใหม่ และปรับกระบวนการทำงานให้ทันกับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบบอัตโนมัติ โดยไม่ปล่อยให้คนทำงานหลุดออกจากระบบหรือกลายเป็นชนชั้นที่ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี ในงานสัมมนาใหญ่ที่วางธีมชัดว่าโลกกำลังขยับจาก AI Access ไปสู่ AI Capability ผู้นำด้านเทคโนโลยีตั้งโจทย์แรงว่า คำถามไม่ใช่ว่า AI จะมาแย่งงานหรือไม่ แต่คือเราจะเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์จริงได้อย่างไร มุมมองนี้สะท้อนชัดว่าเกมใหม่ไม่ใช่การซื้อเครื่องมือ แต่คือการลงทุนกับคนให้ทำงานคู่กับ AI อย่างเข้าใจ มีความสามารถตั้งคำถาม ตัดสินใจจากข้อมูล และใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ หากองค์กรยังคิดว่า AI คือซอฟต์แวร์เสริม ไม่ใช่ทักษะหลักของคน การลงทุนด้านดิจิทัลส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะเสียเปล่า

สัมมนา AI กลายเป็นเวทีรีสกิลแรงงานวัยทำงานและผู้บริหาร
สิ่งที่น่าสนใจในเวทีใหญ่ด้าน AI คือการหันโฟกัสจากกลุ่มวัยเริ่มงาน ไปยังแรงงานวัยทำงานกลางและระดับอาวุโสที่ถือเป็นกระดูกสันหลังขององค์กร ดร.สันติธาร เสถียรไทยชี้ให้เห็นโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้โมเดลเติบโตด้วยการเพิ่มจำนวนคนใช้ไม่ได้อีกต่อไป และ AI จึงถูกเสนอเป็นคำตอบเดียวในการเพิ่ม Productivity และสร้างนวัตกรรมให้เศรษฐกิจ มุมนี้มีนัยสำคัญต่อการออกแบบโปรแกรมฝึกอบรม AI เพราะถ้าการดิสรัปทำให้ “บันไดหัก” งานระดับเริ่มต้นถูกแทนที่ได้ง่าย คนที่อยู่กลางบันไดและบนบันไดต้องรีสกิลเพื่อกลายเป็น Smart Cyborg ที่ใช้ AI ผสานกับความรู้ลึกของตนเอง สปีกเกอร์ในงานเสนอให้ปรับกระบวนการใหม่เป็น “คิด ให้ AI ร่าง มนุษย์เป็นบรรณาธิการตรวจสอบ” เพื่อดันคนทำงานเข้าสู่บทบาทผู้ใช้ AI เชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เหยื่อการลดคนด้วยระบบอัตโนมัติ นี่คือแนวคิดที่หลายองค์กรเริ่มนำไปออกแบบหลักสูตรสำหรับระดับหัวหน้าและผู้บริหาร มากกว่าปล่อยให้คนกลุ่มนี้เรียนรู้กันเองแบบกระจัดกระจาย

AWS Cloud GenAI และโปรแกรมฝึกอบรม AI ที่จับต้องได้สำหรับสายเทคและฟรีแลนซ์
หากจะพูดถึงตัวอย่างชัดของโปรแกรมฝึกอบรม AI ที่เน้นภาคปฏิบัติ หลักสูตร AWS Cloud GenAI จากโครงการเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนดิจิทัลด้าน AI และ Cloud คือกรณีศึกษาที่น่าจับตา โครงการนี้ถูกจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัทฝึกอบรมเอกชน หน่วยงานรัฐด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เพื่อขยายโอกาสให้คนทำงานเข้าถึงทักษะเทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการตลาดแรงงาน การอบรมหลักสูตร AWS Cloud - GenAI Practitioner with PartyRock เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นฐานคลาวด์คอมพิวติง โครงสร้างการทำงานของระบบ บริการของ AWS ตลอดจน Generative AI และเทคนิคการเขียนคำสั่งสำหรับ AI หรือ Prompt Engineering เนื้อหาลักษณะนี้คือหัวใจของทักษะดิจิทัล workforce ที่ต้องทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์จริง ไม่ใช่เพียงทดลองเล่นโมเดลบนหน้าเว็บ ผู้จัดหลักสูตรเน้นว่าความรู้จากโครงการสามารถต่อยอดได้ทั้งสำหรับบุคลากรในองค์กรและผู้ประกอบอาชีพอิสระ สนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยังเปิดรอบใหม่อย่างต่อเนื่องให้คนสนใจสมัครผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางติดต่อโดยตรง
Agentic AI training สำหรับนักข่าว และมาตรฐานใหม่ของงานข่าวยุค AI
ฝั่งสื่อมวลชนก็ไม่ได้ยืนดูอยู่ห่าง สมาคมวิชาชีพด้านสื่อจับมือกองทุนด้านสื่อปลอดภัยและบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ จัดโปรแกรม Agentic AI training ภายใต้ชื่อ AI For Journalists เรียนรู้ Agentic AI เพื่อยกระดับการใช้ AI จากเครื่องมือค้นข้อมูลทั่วไป ไปสู่ผู้ช่วยในกระบวนการทำงานข่าวที่ซับซ้อนตั้งแต่การสืบค้น เขียนข่าวด่วน ไปจนเตรียมบทสัมภาษณ์ ไฮไลต์ของหลักสูตรคือการลงมือปฏิบัติ Agentic AI แบบจัดเต็มสามชั่วโมง โดยวิทยากรจากสถาบันด้านดิจิทัลของเอกชน สื่อได้รับตัวอย่างโซลูชันชัดเจน เช่น Agentic Investigative Assistant สำหรับงานข่าวเชิงสืบสวน ระบบผู้ช่วยเขียน Breaking News และผู้ช่วยเขียนบทสัมภาษณ์เพื่อเตรียมประเด็นและคำถามให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้เข้าอบรมสะท้อนว่าเนื้อหาตอบโจทย์และใช้ทำงานจริงได้ พร้อมเสนอให้จัดอบรมต่อเนื่องเพื่อให้สื่อมวลชนรู้เท่าทันเทคโนโลยี และใช้ AI เป็นตัวช่วยทำงานอย่างมีจริยธรรม รู้เท่าทัน PDPA และกฎหมายลิขสิทธิ์ ไม่ใช่เพียงใช้เครื่องมือแบบไม่เข้าใจความเสี่ยง

จากห้องเรียนสู่ห้องนักบิน ความร่วมมือข้ามภาคส่วนกำลังกำหนดมาตรฐานใหม่
อีกตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการสร้างทักษะดิจิทัล workforce กำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์ระดับอุตสาหกรรม คือความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนโลยีและบริษัทวิทยุการบินที่ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน AI เทคโนโลยีดิจิทัล และการวิจัยประยุกต์ โดยมีโรงเรียนด้าน Professional Intelligence เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากร ข้อตกลงนี้เปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายสำรวจโอกาสในหลายมิติ ตั้งแต่การพัฒนาทุนมนุษย์ การแลกเปลี่ยนบุคลากร การจัดหลักสูตรฝึกอบรม สัมมนา เวิร์กช็อป ไปจนถึงโครงการวิชาการเชิงประยุกต์และวิจัยพัฒนา ผู้บริหารวิทยุการบินย้ำว่า “บุคลากรคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน” และจะนำความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยมาผสานกับประสบการณ์วิชาชีพขององค์กรเพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้เป็นความสามารถที่ใช้ได้จริง ขณะที่ผู้บริหารฝั่งการศึกษาก็เตือนว่า ไม่เพียงต้องมีความรู้มาก แต่ต้องรู้วิธีนำไปประยุกต์ใช้ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมองภาพรวม ทั้งฝั่งเมือง สื่อ เทคโนโลยี และการบิน ต่างเริ่มสร้างโครงสร้างถาวรสำหรับการเรียนรู้ AI แทนที่จะพึ่งเวิร์กช็อปครั้งเดียวจบ

บทสรุป ขยับจากการเข้าถึง AI สู่การสร้างศักยภาพแรงงานที่ใช้ AI อย่างมีความหมาย
หากมองภาพรวมของทุกตัวอย่าง สิ่งที่เห็นชัดคือโลกงานกำลังขยับจากการ “เข้าถึง” AI ไปสู่การสร้าง “ศักยภาพ” ในการใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์จริง โปรแกรมฝึกอบรม AI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสายเทคอีกต่อไป แต่แผ่ไปถึงนักข่าว บุคลากรการบิน ไปจนคนทำงานในเมืองที่ต้องใช้ระบบดิจิทัลในชีวิตประจำวัน โครงการใหญ่ของเมืองที่ให้คนลงแจ้งเรื่องร้องเรียนกว่า 1.43 ล้านเรื่อง แก้ไขแล้วกว่า 1.16 ล้านเรื่อง และลดเวลาเฉลี่ยจากสองเดือนเหลือ 1.9 วัน เป็นตัวอย่างว่าเมื่อคนและระบบพร้อมกัน เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตจริงได้ แน่นอนว่าเส้นทางนี้ยังไม่โรยกลีบกุหลาบ หากองค์กรมอง AI เป็นแค่เครื่องมือประหยัดคน ไม่ใช่เครื่องมือเพิ่มศักยภาพคน จะเสี่ยงทำให้แรงงานกลายเป็น Displaced Class ตามกรอบคิดที่นักนโยบายเตือน ทางรอดจึงอยู่ที่การออกแบบทักษะดิจิทัล workforce ให้คนทุกวัยมีทางขึ้นบันไดใหม่ ไม่ว่าจะผ่าน AWS Cloud GenAI Agentic AI training หรือความร่วมมือข้ามภาคส่วน สิ่งที่ต้องย้ำคือ คนไม่ควรยิงเป้าไปที่การหนี AI แต่ต้องเรียนรู้ทำงานกับ AI ให้เป็น และใช้มันสร้างโอกาสอาชีพในแบบที่สอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง







