ฮาลาลยุคใหม่จากข้อกำหนดศาสนา สู่ยุทธศาสตร์รุกตลาดฮาลาลโลก
ฮาลาลในบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่คือระบบมาตรฐานการผลิต การแปรรูป และการรับรองสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทั้งข้อกำหนดศาสนา ความปลอดภัยอาหาร ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และความทันสมัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้บริโภคมุสลิมทั่วโลกมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการขนส่งและการติดฉลากสอดคล้องกับหลักศาสนาและข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
หัวใจของภาพใหญ่คือ ตลาดฮาลาลโลกกำลังมุ่งหน้าสู่มูลค่าประมาณ 3.56 ล้านล้านดอลลาร์จากการใช้จ่ายของผู้บริโภคมุสลิมใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหารฮาลาล แฟชั่น การท่องเที่ยว ยาและเวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และสื่อและนันทนาการ ซึ่งสะท้อนว่าโอกาสไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าอาหาร แต่กระจายครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริการหลากหลายประเภทที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพจะเข้าไปแข่งขันได้ หากกล้าปรับโมเดลธุรกิจตามมาตรฐานฮาลาลที่เข้มข้นขึ้น

ตลาดอินโดนีเซีย: ประตูทองของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก
ตลาดอินโดนีเซียกำลังกลายเป็นสนามทดสอบสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่อยากเจาะตลาดฮาลาลโลก ด้วยประชากรมากกว่า 280 ล้านคน และการขยายตัวของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้มูลค่าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของอินโดนีเซียอยู่ที่ประมาณ 1.05–1.10 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 7.2% ของ GDP ในกลุ่ม non oil and gas ขณะที่ตลาดอาหารฟังก์ชันมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 11.4% ต่อปี และการนำเข้าส่วนผสมอาหารเพิ่มขึ้น 14.59% ระหว่างปี 2023–2024 สะท้อนโอกาสสำหรับวัตถุดิบมูลค่าสูงและสารสกัดจากธรรมชาติจากต่างประเทศ
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ทิศทางนโยบายของอินโดนีเซียกำลังเข้มงวดขึ้นด้านมาตรฐานฮาลาล โดยกฎหมายใหม่บังคับให้ผลิตภัณฑ์ที่เข้าสู่ตลาดต้องมีใบรับรองฮาลาลจาก BPJPH หรือจากองค์กรต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับร่วมกับ BPJPH เท่านั้น หากมีส่วนประกอบไม่ฮาลาลก็ยังขายได้ แต่ต้องติดฉลาก Non Halal อย่างชัดเจน ไม่ปฏิบัติตามก็เสี่ยงต่อบทลงโทษตั้งแต่การเตือน ปรับ ไปจนถึงการระงับการจำหน่าย สถานการณ์นี้บีบให้ผู้ประกอบการไทยต้องอัปเกรดมาตรฐานฮาลาล ไม่อย่างนั้นอาจถูกกันออกจากตลาดอินโดนีเซียทั้งที่โอกาสกำลังเปิดกว้าง

Fi Asia Indonesia แพลตฟอร์มบันไดขั้นแรกของธุรกิจส่งออกในอาเซียน
งาน Fi Asia Indonesia 2026 คือจุดตัดที่ชัดเจนระหว่างโอกาสและความพร้อมของผู้ประกอบการไทย งานนี้จัดโดยผู้จัดงานรายหนึ่งที่เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มระดับภูมิภาค ผ่านงาน Food Ingredients Asia 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน ณ Jakarta International Expo กรุงจาการ์ตา จุดแข็งของงานคือไม่ได้เป็นแค่เวทีแสดงสินค้า แต่ทำหน้าที่เป็น Business Platform ดึงผู้ซื้อเฉพาะทางกว่า 24,000 คน และผู้จัดแสดงกว่า 700 รายจากหลายประเทศมาพบกันในที่เดียว
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มองตลาดอินโดนีเซีย งานนี้ทำหน้าที่เหมือนคลาสเร่งรัดเรื่องกฎระเบียบ ตั้งแต่มาตรฐานฮาลาลของ BPJPH ไปจนถึงข้อกำหนดของหน่วยงานด้านอาหารและยาอินโดนีเซีย การมาร่วมงานไม่ใช่แค่ไปเปิดบูธ แต่คือการเรียนรู้เงื่อนไขตลาดจากปากผู้กำกับดูแลและคู่ค้าโดยตรง พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจส่งออกในภูมิภาคอาเซียน ใครที่ยังคิดว่าจะรอให้ตลาดนิ่งก่อนค่อยเข้า บอกได้คำเดียวว่ากำลังเสี่ยงตกขบวนตลาดอินโดในช่วงที่คลื่นความต้องการสินค้าอาหารนวัตกรรมกำลังพุ่งสูง

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลและพันธมิตร: วิทยาศาสตร์คืออาวุธลับของผู้ประกอบการไทย
จุดต่างระหว่างสินค้าแค่ผ่านมาตรฐานกับสินค้าที่ครองใจตลาดฮาลาลโลก คือการเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเสริมความน่าเชื่อถือ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลของมหาวิทยาลัยชั้นนำจับมือกับผู้จัดงาน Bangkok Halal Expo เชื่อมงานนี้เข้ากับ Thailand Halal Assembly เพื่อผสานเวทีธุรกิจเข้ากับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มาตรฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผลักดันศักยภาพสินค้าและบริการฮาลาลของไทยและสร้างความเชื่อมั่นในสายตาผู้ซื้อทั่วโลก
ดร พรพิมล มะหะหมัด อธิบายภาพรวมอย่างชัดเจนว่า ต้องเริ่มจากวิทยาศาสตร์เป็นรากฐาน ไปสู่ Innovation แล้วเชื่อมกับอุตสาหกรรมและตลาด เพื่อสร้างคุณค่าที่แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ Thailand Halal Assembly เน้นฝั่งวิชาการและงานวิจัย ขณะที่ Bangkok Halal Expo เป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปต่อยอดเป็นสินค้าจริง เมื่อสองเวทีนี้จับมือกัน จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของตลาดฮาลาลโลกที่เปิดให้ผู้ประกอบการไทยก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างมีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่แค่คำโฆษณาในฉลากสินค้า

ยุทธศาสตร์ต่อไป: เชื่อมเครือข่ายธุรกิจและมาตรฐานฮาลาลให้เดินไปพร้อมกัน
เมื่อฟังดูเหมือนโอกาสตลาดฮาลาลโลกกำลังเปิดกว้าง หลายคนอาจคิดว่าพอแค่มีใบรับรองฮาลาลก็เพียงพอ แต่ความจริงยุคนี้ต้องคิดเป็นระบบมากกว่านั้น เศรษฐกิจฮาลาลโลกกำลังขยายตัวต่อเนื่อง และภายในไม่กี่ปี การใช้จ่ายใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักจะไหลเวียนแตะมูลค่าระดับ 3.56 ล้านล้านดอลลาร์ ใครที่อยากชิงส่วนแบ่งก้อนนี้ต้องวางแผนเชื่อมระหว่างงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคอย่าง Fi Asia Indonesia ที่เปิดประตูสู่ตลาดอินโดนีเซีย กับเวทีในประเทศที่เน้นมาตรฐานและวิทยาศาสตร์อย่าง Bangkok Halal Expo และ Thailand Halal Assembly
Bangkok Halal Expo ทำหน้าที่เป็น Business Platform เชื่อมผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อ ผู้จัดจำหน่าย และนักลงทุนจากหลายประเทศ ขณะที่ความร่วมมือกับ Thailand Halal Assembly ช่วยเชื่อมองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม การผลิต และมาตรฐานเข้ากับตลาด เพื่อสร้าง Market Access นำไปสู่คู่ค้าใหม่และ Business Pipeline ที่ต่อยอดได้หลังจบงาน หากผู้ประกอบการไทยมองตลาดฮาลาลโลกเป็นแค่ช่องทางขายสินค้าเพิ่ม ก็เท่ากับมองสั้นเกินไป ยุทธศาสตร์ที่ควรทำคือสร้างระบบฮาลาลของตัวเองให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ แล้วใช้เวทีทั้งในและต่างประเทศเป็นจุดเชื่อมเพื่อขยายธุรกิจส่งออกอย่างยั่งยืน






