ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Pajero Generation 5 เปิดสเปค 3 รุ่น ชูภาพลักษณ์ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม

Pajero Generation 5 เปิดสเปค 3 รุ่น ชูภาพลักษณ์ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม
ความสนใจ|การเลือกและซื้อรถ

Pajero Generation 5 คืออะไร และทำไมการกลับมาครั้งนี้สำคัญ

Pajero Generation 5 คือรถเอสยูวีสไตล์ Cross-Country ขนาดใหญ่แบบ 3 แถว 7 ที่นั่งบนโครงสร้างแชสซีส์ขั้นบันไดที่เน้นความทนทาน สมรรถนะออฟโรด และความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ผสานดีไซน์ทรงกล่องทันสมัยกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อและความปลอดภัยระดับสูง เพื่อจับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการรถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียมที่ขับทางไกลได้สบายและพร้อมลุยทางวิบากได้จริงทั้งในคอนเซ็ปต์แฟมิลี่คาร์และรถท่องเที่ยวสายลุย หัวใจของการกลับมาครั้งนี้คือการเปิดตัวแบบ World Premier ที่ญี่ปุ่นของ Pajero เจเนอเรชันที่ 5 ในฐานะราชาออฟโรดสไตล์ Cross-Country SUV รุ่นใหม่ ก่อนที่สเปคไทยจะถูกประกาศอย่างเป็นทางการพร้อมแผนเปิดตัวและเปิดราคาในวันที่ 19 ตุลาคม โดยจะขาย 3 รุ่นย่อย แบ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น รุ่นกลาง และรุ่นท็อป ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าผู้ผลิตกำลังดัน Pajero กลับมายืนแถวหน้าตลาด SUV ออฟโรดระดับพรีเมียมอีกครั้งอย่างจริงจัง

Pajero Generation 5 เปิดสเปค 3 รุ่น ชูภาพลักษณ์ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม

ดีไซน์และขนาดตัวถัง ภาพลักษณ์ใหม่ของราชาออฟโรดสาย Cross-Country

ด้านดีไซน์ Pajero เจเนอเรชันที่ 5 เลือกใช้ทรงกล่องชัดเจนเพื่อสื่อถึงความแข็งแรงและฟังก์ชันการใช้งานมากกว่าความหวือหวา ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแนวนอน Kendo Mask ในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลาง และลายรังผึ้ง Honeycomb ในรุ่นท็อป พร้อมโลโก้สีเงินขนาดใหญ่และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED รูปตัวทีลากยาวบนโลโก้ รวมถึงไฟหน้า LED ทรงเล็ก กันชนหน้าสไตล์สปอร์ต และไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED เสา C ตกแต่งกรอบสีดำแนวนอน 3 เส้นหยิบแรงบันดาลใจจากรุ่นแรก สื่อ DNA ที่ต่อเนื่อง ขนาดตัวถังจัดอยู่ในโซน SUV ใหญ่เต็มตัว ความยาว 4,920 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,925 มิลลิเมตร ความสูง 1,910 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 230 มิลลิเมตร และถังน้ำมัน 80 ลิตร แชสซีส์แบบขั้นบันไดหรือ Ladder Frame ถูกใช้เต็มรูปแบบเพื่อย้ำภาพรถทรหดที่พร้อมรับการใช้งานหนักและออฟโรดจริงจัง ขณะที่รุ่นท็อปเพิ่มชุดตกแต่งกันชนหน้า หลัง และแผ่น Skid Plate ใต้ท้องรถ เน้นภาพลักษณ์สายลุยจบจากโรงงาน

Pajero Generation 5 เปิดสเปค 3 รุ่น ชูภาพลักษณ์ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม

ห้องโดยสาร เทคโนโลยี และประสบการณ์ใช้งานผู้โดยสาร

ภายใน Pajero ใหม่สะท้อนความตั้งใจจะยกระดับจากรถออฟโรดดิบไปสู่ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียมในเชิงประสบการณ์ผู้โดยสารอย่างชัดเจน ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งมาพร้อมเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางและระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่ง พวงมาลัย และกระจกมองข้างในสเปคไทย เบาะแถวที่ 2 เลื่อนหน้า–หลังได้ 150 มิลลิเมตร พร้อมกลไกพับจังหวะเดียวแบบ 60:40 ส่วนแถว 3 พับได้แบบ 50:50 เพื่อปรับพื้นที่บรรทุกสัมภาระตามการใช้งานจริง งานตกแต่งใช้หนังสังเคราะห์คุณภาพสูงร่วมกับเทคนิคงานหัตถศิลป์ญี่ปุ่น Kimekomi ฝังวัสดุแนบลึกไปกับพื้นผิว ช่วยเพิ่มความทนทานและรักษารูปทรงได้ดี แผงประตูเย็บตะเข็บรูปตัว S ที่ต้องใช้ทักษะและความละเอียดสูง กระจก Acoustic Glass ทั้งบานหน้าและบานหลังร่วมกับวัสดุดลดเสียงรบกวนรอบคันช่วยลดเสียงลมและเสียงเครื่องยนต์ สร้างบรรยากาศสงบสำหรับการเดินทางไกลและการสนทนาของผู้โดยสารทุกแถว

ด้านเทคโนโลยี การเลือกใช้หน้าจอคู่ Monolithic Dual Display เป็นรายละเอียดที่สะท้อนว่ารถออฟโรดยุคใหม่ไม่อาจละเลยความคมชัดและข้อมูลต่อผู้ขับ ในสเปคไทย มาตรวัดดิจิทัลมีขนาด 12.3 นิ้วในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลาง และขนาดใหญ่ 14.3 นิ้วในรุ่นท็อป จอสัมผัสระบบอินโฟเทนเมนต์รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สาย ขนาด 12.3 นิ้วในสองรุ่นล่าง และ 14.3 นิ้วในรุ่นท็อป ฟังก์ชันหน้าจอ “มัลติมิเตอร์” แสดงความสูงจากระดับน้ำทะเล เข็มทิศ อุณหภูมิภายนอก องศาความลาดชัน ความเอียง และการกระจายแรงบิดซ้ายขวาแบบเรียลไทม์ เป็นตัวอย่างชัดเจนที่ผสมข้อมูลเทคนิคกับการใช้งานทางออฟโรดได้ตรงกลุ่ม ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซนครอบคลุมตั้งแต่เบาะหน้าไปถึงแถวที่สาม ส่วนระบบเสียงในสเปคไทยให้เลือกทั้งลำโพง 6 จุดในรุ่นเริ่มต้น และชุด Dynamic Sound Yamaha Ultimate 12 จุดพร้อมแอมป์สองชุดและเทคโนโลยีชดเชยเสียงตามความเร็วในรุ่นกลางและรุ่นท็อป

Pajero Generation 5 เปิดสเปค 3 รุ่น ชูภาพลักษณ์ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม

เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และระบบขับเคลื่อน จุดยืนด้านสมรรถนะออฟโรด

องค์ประกอบที่ทำให้ Pajero ยังใช้คำว่าราชาออฟโรดได้อย่างมีน้ำหนักคือแพลตฟอร์มและระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger ขนาด 2.4 ลิตร รหัส 4N16 GEN2 ที่อัปเกรดจากกระบะรุ่นพี่ ให้กำลัง 204 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 480 นิวตันเมตรที่ 1,750–2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดลูกใหม่ การเลือกใช้แชสซีส์แบบขั้นบันไดเต็มรูปแบบและช่วงล่างที่พัฒนาด้านวิศวกรรมเพื่อการยึดเกาะเหนือระดับเน้นการรองรับน้ำหนัก การบรรทุก และการลุยทางวิบาก มากกว่าการวิ่งโค้งบนยางแก้มเตี้ยตามสไตล์รถครอสโอเวอร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ให้ผู้ขับเลือกโหมด 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc ตามสภาพพื้นผิว พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ NORMAL, ECO, POWER, SAND, GRAVEL, SNOW และ MUD ทำงานร่วมกับระบบ Super-All Wheel Control เพื่อจัดการการกระจายแรงบิดและการทรงตัวทั้งบนถนนปกติและทางวิบาก ที่สำคัญ สเปคไทยถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อให้เลือกด้วย ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่าตลาดไม่ได้ต้องการแต่ออฟโรดจัดเท่านั้น แต่ยังต้องการตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้ในเมืองและทางเรียบด้วย

Pajero Generation 5 เปิดสเปค 3 รุ่น ชูภาพลักษณ์ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม

มุมมองต่อตลาด SUV ออฟโรดระดับพรีเมียมและบทสรุปสำหรับผู้ซื้อ

การที่สเปคไทยของ Pajero เจเนอเรชันที่ 5 ถูกประกาศก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคม และมีแผนผลิตจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังอำเภอศรีราชาเพื่อป้อนมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปี 2027 ชี้ชัดว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงแฟล็กชิปรถออฟโรดของค่าย แต่ตั้งใจจะเป็นหนึ่งในตัวหลักของตลาด SUV ออฟโรดระดับพรีเมียมยุคใหม่ การขยายไปยังภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลางสะท้อนบทบาทระดับโลกอย่างแท้จริง สำหรับผู้ซื้อ การมี 3 รุ่นย่อยพร้อมตัวเลือกขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อเปิดช่องให้คนที่ชอบดีไซน์และความกว้างขวางแต่งบประมาณหรือรูปแบบการใช้รถไม่เอื้อต่อระบบออฟโรดซับซ้อนสามารถเข้าถึงรถรุ่นนี้ได้ ในขณะที่คนที่ต้องการสมรรถนะทางวิบากและเทคโนโลยีช่วยขับแบบจัดเต็มก็เลือกสเปคสูงสุดที่มีระบบเสียง Yamaha และอุปกรณ์ตกแต่งสายลุยจากโรงงานได้ ความท้าทายต่อไปคือเรื่องราคาจริงและแพ็กเกจการรับประกัน ที่จะเป็นตัวตัดสินว่าความน่าสนใจเชิงเทคนิคของ Pajero Generation 5 จะถูกแปลงเป็นยอดจองและยอดขายในตลาด SUV ออฟโรดระดับพรีเมียมได้มากแค่ไหน

ในมุมความปลอดภัยและการใช้งานทุกวัน เทคโนโลยีเชื่อมต่อ MITSUBISHI CONNECT มีบทบาทสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมระบบปรับอากาศและตรวจสอบสถานะรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึงฟังก์ชัน SOS Call ที่เชื่อมต่อไปยังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที เมื่อผสานกับระบบตรวจจับเด็กที่ถูกลืมในรถ Child Presence Detection และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าพฤติกรรมผู้ขับขี่ Driver Attention Monitoring ในสเปคไทย รถคันนี้ไม่ได้พูดถึงแค่ออฟโรด แต่พูดถึงการใช้ชีวิตจริงของครอบครัวในทุกวันด้วย บทสรุปคือ Pajero Generation 5 ดูพร้อมจะเป็นคำตอบของคนที่อยากได้รถออฟโรดระดับพรีเมียมที่สมดุลทั้งทางเทคนิค ความปลอดภัย และความสบาย โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ความดิบและแข็งแรงแบบ Pajero ในอดีตไว้ในดีไซน์ทรงกล่องยุคใหม่อย่างลงตัว

Pajero Generation 5 เปิดสเปค 3 รุ่น ชูภาพลักษณ์ SUV ออฟโรดระดับพรีเมียม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!