แผ่น CD หายไปไหน แล้วแฟลชไดร์ฟจะหายตามไปไหม? 

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2025-09-23T07:22Z
点赞
แผ่น CD หายไปไหน แล้วแฟลชไดร์ฟจะหายตามไปไหม? 

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20–30 ปีก่อน ภาพที่หลายคนคุ้นตาคือการมี แผ่น CD เต็มบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพลงโปรดที่ซื้อจากร้าน, เกมคอมพิวเตอร์ที่ต้องติดตั้งจาก CD-ROM หรือแม้แต่แผ่นที่ใช้เก็บงานส่งอาจารย์ในยุคมหาวิทยาลัย หลายคนอาจยังจำความรู้สึกเวลาหยิบแผ่นออกจากกล่องพลาสติก เปิดฟังเพลงแรก แล้วได้ยินเสียงที่ชัดกว่าคาสเซ็ตต์ได้เป็นอย่างดี

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป การฟังเพลงเริ่มย้ายไปอยู่ในรูปแบบ MP3, Streaming และ Cloud ข้อมูลต่าง ๆ ก็ย้ายมาเก็บใน ฮาร์ดดิสก์และแฟลชไดร์ฟ จนแผ่น CD ค่อย ๆ หายไปจากตลาด วันนี้แทบไม่มีร้านไหนขายซีดีเพลงหรือเกมแล้ว 

บางคนอาจสงสัยว่าแล้วต่อไป “แฟลชไดร์ฟ” จะหายไปเหมือนแผ่น CD หรือไม่?


แผ่น CD คืออะไร? ทำไมเคยเป็นดาวเด่นแห่งวงการเก็บข้อมูล 

แผ่น CD (Compact Disc) คือสื่อเก็บข้อมูลแบบออปติคัลที่ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่ช่วงยุค 1990s – 2000s เพราะสามารถบันทึกเพลง หนัง เกม และไฟล์ต่าง ๆ ได้ โดยมีความจุประมาณ 650–700 MB ต่อแผ่น ซึ่งถือว่าใหญ่โตมากในยุคนั้น

  • ก่อนหน้าที่แผ่น CD จะเกิดขึ้น คนส่วนใหญ่ใช้ แผ่นดิสก์ (Floppy Disk) ที่มีความจุไม่กี่ MB เท่านั้น การมาของแผ่น CD จึงถือเป็นการปฏิวัติวงการเลยทีเดียว

  • CD ใช้งานง่าย แค่ใส่แผ่นเข้าไปในเครื่องเล่นหรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถเข้าถึงไฟล์ได้ทันที

  • ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้ง เพลง (Audio CD), โปรแกรม, สื่อการเรียน, และ สำรองข้อมูล

เรียกได้ว่าในยุคนั้น แผ่น CD คือ ตัวแทนแห่งนวัตกรรมการจัดเก็บข้อมูล และเป็นของที่ทุกบ้านต้องมี


63358f76-4578-4e02-bd18-2e6f703bfcc6.png

ทำไมแผ่น CD ถึงหายไป? 

แม้ว่า แผ่น CD จะเคยรุ่งเรือง แต่ปัจจัยหลายอย่างทำให้มันค่อย ๆ หายไปจากชีวิตประจำวัน ได้แก่

  1. ความจุไม่เพียงพอ – ในยุคที่ไฟล์ภาพ เพลง หรือวิดีโอมีขนาดใหญ่ขึ้น แผ่น CD ความจุ 700 MB ก็ไม่พอใช้อีกต่อไป

  2. อุปกรณ์อ่านแผ่นหายาก – คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ๆ เลิกใส่ช่อง CD-ROM มาแล้ว เพราะคนแทบไม่ใช้งาน

  3. ความสะดวกของ USB และ Cloud – การพกพาแฟลชไดร์ฟที่เก็บได้เป็นหลายสิบ GB หรือการอัปโหลดไฟล์ขึ้น Cloud ทำได้ง่ายกว่า

  4. ความทนทานต่ำ – แผ่น CD ขีดข่วนง่าย เก็บไว้ไม่ดีก็เสียหาย อ่านไฟล์ไม่ได้

  5. สตรีมมิ่งครองตลาด – เพลงและหนังออนไลน์ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อซีดีอีกต่อไป

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ แผ่น CD ค่อย ๆ กลายเป็นของสะสม และเหลือให้เห็นแค่ตามร้านขายของเก่า หรือแวดวงนักสะสมเพลงหายากเท่านั้น


9523cb7b-8d63-49fd-8a26-e63b0ffda0b0.png

แล้วแฟลชไดร์ฟล่ะ จะหายไปเหมือนแผ่น CD หรือไม่? 

คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ… แฟลชไดร์ฟ ที่ปัจจุบันยังถูกใช้เก็บไฟล์งาน นำเสนอสไลด์ หรือโอนไฟล์ใหญ่ ๆ จะมีวันหายไปเหมือนแผ่น CD ไหม?

ความจริงแล้ว แฟลชไดร์ฟก็เริ่มถูกแทนที่บางส่วนแล้วเช่นกัน เช่น

  • Cloud Storage อย่าง Google Drive, Dropbox, iCloud ช่วยให้แชร์ไฟล์ข้ามอุปกรณ์ได้สะดวก ไม่ต้องพกอะไรเลย

  • Email และแอปแชท ก็สามารถส่งไฟล์งานหรือรูปภาพได้ง่าย

  • ฮาร์ดดิสก์พกพา และ SSD มีความจุใหญ่กว่า และเร็วกว่า

แต่แฟลชไดร์ฟยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้แน่นอน เพราะมันยังมี ข้อดีเฉพาะตัว ที่เทคโนโลยีอื่นแทนไม่ได้ทั้งหมด


เหตุผลที่แฟลชไดร์ฟยังควรมีอยู่ 

  1. ความสะดวกในการพกพา – ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ใส่พวงกุญแจก็ได้

  2. ไม่ต้องใช้เน็ต – โอนข้อมูลได้ทันที แม้ในที่ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต

  3. รองรับไฟล์ใหญ่ ๆ – ไฟล์บางประเภทใหญ่เกินไปสำหรับการส่งผ่านอีเมล หรือแชร์ออนไลน์

  4. ความเป็นส่วนตัว – ไม่ต้องกลัวข้อมูลรั่วไหลจากการฝากบน Cloud

  5. ราคาถูกลงมาก – ความจุระดับ 32GB, 64GB หรือ 128GB มีราคาไม่กี่ร้อยบาท


024ad1e4-addd-419e-948c-95fc8a94df52.jpeg

ฟีเจอร์สำคัญของแฟลชไดร์ฟสมัยใหม่ 

  • USB 3.0 / 3.1 / 3.2 ความเร็วสูง  – โอนข้อมูลได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า

  • Type-C และ Dual Port  – ใช้ได้ทั้งคอมและสมาร์ตโฟน

  • วัสดุทนทาน กันน้ำ กันกระแทก

  • เข้ารหัสข้อมูล (Encryption) – ปลอดภัยขึ้น เหมาะกับงานสำคัญ

  • ความจุสูงสุดหลายร้อย GB ถึงระดับ TB


เหมาะกับใคร และใช้อย่างไร? 

  • นักเรียน นักศึกษา – เก็บรายงาน งานกลุ่ม และไฟล์นำเสนอ

  • คนทำงานออฟฟิศ – ใช้โอนไฟล์ระหว่างคอมที่ไม่เชื่อมเน็ต

  • ช่างภาพ/ครีเอเตอร์ – เก็บไฟล์รูปและวิดีโอที่มีขนาดใหญ่

  • ผู้ที่เดินทางบ่อย – ต้องการพกพาข้อมูลโดยไม่พึ่งอินเทอร์เน็ต


ab692761-1adc-4a4f-a899-1e96222aeb8b.jpeg

เคล็ดลับการใช้งานแฟลชไดร์ฟ 

  1. สำรองข้อมูลเสมอ – อย่าเก็บไฟล์สำคัญไว้เพียงที่เดียว

  2. ปลอดภัยจากไวรัส – สแกนไวรัสก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเสียบกับคอมสาธารณะ

  3. หลีกเลี่ยงการถอดโดยไม่ Eject – เพื่อป้องกันข้อมูลเสียหาย

  4. เลือกแฟลชไดร์ฟคุณภาพ – ราคาถูกมากเกินไปอาจเสี่ยงเสียหายเร็ว

  5. ใช้ร่วมกับ Cloud – เก็บไฟล์ที่ต้องใช้บ่อยบนแฟลชไดร์ฟ ส่วนไฟล์ที่ต้องการความปลอดภัยก็เก็บบน Cloud


สรุป: แผ่น CD หายไปแล้ว แต่แฟลชไดร์ฟยังไม่หายไปง่าย ๆ

แผ่น CD เคยเป็นดาวเด่น แต่วันนี้กลายเป็นเพียงความทรงจำเพราะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่สะดวกกว่า ส่วนแฟลชไดร์ฟ แม้จะถูกแย่งพื้นที่จาก Cloud และ SSD แต่ก็ยังคงมีความสำคัญในฐานะ สื่อเก็บข้อมูลพกพาที่สะดวก รวดเร็ว ราคาถูก และไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต

ดังนั้น คำตอบก็คือ แฟลชไดร์ฟจะยังคงอยู่กับเราไปอีกนาน เพียงแต่รูปแบบและฟีเจอร์อาจเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเท่านั้นเอง 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่คุณกำลังเดินเข้าห้องประชุมใหญ่ มีงานพรีเซนต์สำคัญที่ต้องเปิดสไลด์ ทุกอย่างดูพร้อมหมดแล้ว แต่ทันใดนั้นอินเทอร์เน็ตที่ควรเชื่อมต่อคลาวด์กลับล่ม คุณจะทำอย่างไร? หลายคนอาจหยิบ “แฟลชไดร์ฟ” เล็ก ๆ ออกมาเสียบคอมพิวเตอร์ แล้วไฟล์พรีเซนต์ก็โผล
แฟลชไดร์ฟ ยังจำเป็นอยู่ไหมในปี 2025?
ในยุคที่ไฟล์รูปภาพ วิดีโอ และข้อมูลต่าง ๆ มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ การเก็บข้อมูลแบบออนไลน์ (Cloud Storage) แม้จะสะดวก แต่หลายครั้งก็ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้น แฟลชไดร์ฟ (Flash Drive) จึงยังคงเป็นอุปกรณ์คู่ใ
แฟลชไดร์ฟยุคใหม่: เชื่อมต่อได้ทั้งคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต USB-C

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

บ้านสะอาดไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาในวันที่งานประจำแน่น ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเวลาพักผ่อนมีค่ามากขึ้น การทำความสะอาดบ้านจึงไม่ควรเป็นภาระอีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ Smart Home ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในยุคน
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำให้บ้านสะอาดได้เองโดยไม่ต้องออกแรง
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนคน แต่เข้ามาช่วยคนชีวิตคนเมืองวันนี้เต็มไปด้วยงาน เวลา และความเร่งรีบ เครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ควรเป็นแค่ของใช้ แต่ต้องเป็น “ผู้ช่วย” ที่ลดภาระในชีวิตประจำวันได้จริง และนี่คือจุดที่ชื่อของ Autobot ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย
เครื่องใช้ไฟฟ้า Autobot จากผู้ช่วยในบ้านยุคใหม่ สู่ไอเท็มอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอถ้าพูดถึงชื่อ TCL ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือทีวีจอใหญ่ คมชัด ราคาดี แต่ในความเป็นจริง TCL ไม่ได้หยุดอยู่แค่ธุรกิจจอภาพอีกต่อไป วันนี้ TCL คือหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยการผสานเท
เครื่องใช้ไฟฟ้า TCL จากผู้นำเทคโนโลยีจอสู่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรที่คนยุคใหม่เลือกใช้

บทความที่แนะนำ