การแยกขยะดียังไง ทำไมเราถึงควรทำ?

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2025-10-14T03:58Z
点赞
การแยกขยะดียังไง ทำไมเราถึงควรทำ?

ลองนึกภาพตอนคุณกำลังเดินอยู่บนชายหาดในวันหยุดสุดสัปดาห์ ลมทะเลพัดเบา ๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งชวนให้รู้สึกสงบ แต่ทันใดนั้น สิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่เปลือกหอยหรือรอยเท้าคน แต่กลับเป็นถุงพลาสติกลอยเกลื่อนอยู่บนผิวน้ำ ขวดน้ำพลาสติกและกล่องโฟมถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยหาด เห็นแล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า “ทำไมเราถึงปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้น?”

ในความเป็นจริง ปัญหาขยะไม่ได้เริ่มที่ชายหาด แต่มันเริ่มตั้งแต่ “การทิ้งไม่ถูกที่และไม่ถูกวิธี” ขยะที่ไม่ถูกแยกตั้งแต่ต้นทาง จะไหลต่อเนื่องไปจนถึงปลายทาง เช่น บ่อฝังกลบที่เต็มล้น ท่อระบายน้ำอุดตัน หรือแม้แต่ในท้องของสัตว์ทะเลที่เผลอกินพลาสติกเข้าไป

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ “การแยกขยะ” กลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงแค่ “หน้าที่ของเทศบาล” แต่เป็น “ความรับผิดชอบของทุกคนบนโลกใบนี้”


การแยกขยะคืออะไร?

การแยกขยะ (Waste Separation) หมายถึง การคัดแยกขยะออกตามประเภทก่อนนำไปกำจัดหรือรีไซเคิล เพื่อให้สามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม ลดการปนเปื้อน และเพิ่มโอกาสในการนำกลับมาใช้ใหม่

โดยทั่วไป ขยะที่เราพบในชีวิตประจำวันสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  1. ขยะทั่วไป (ขยะที่รีไซเคิลไม่ได้)

    เช่น ซองขนม พลาสติกห่ออาหาร กล่องโฟม เศษผ้าเก่า หรือขยะที่เปื้อนน้ำมัน ขยะเหล่านี้ส่วนมากต้องนำไปฝังกลบ

  2. ขยะรีไซเคิล (Recyclable Waste)

    เช่น กระดาษ ขวดแก้ว โลหะ กระป๋องอะลูมิเนียม หรือขวดพลาสติกชนิด PET ซึ่งสามารถนำกลับไปแปรรูปใช้ใหม่ได้

  3. ขยะอินทรีย์ (Organic Waste)

    เช่น เศษอาหาร เศษผัก เปลือกผลไม้ ใบไม้แห้ง ซึ่งสามารถนำไปทำปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพได้

  4. ขยะอันตราย (Hazardous Waste)

    เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟเก่า แบตเตอรี่ สเปรย์ หรือสารเคมีในบ้าน ซึ่งห้ามทิ้งรวมกับขยะทั่วไป เพราะอาจก่อให้เกิดสารพิษและอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อเราเข้าใจประเภทของขยะแล้ว การแยกขยะที่บ้าน ที่ทำงาน หรือในสถานที่สาธารณะ ก็จะง่ายขึ้นมากกว่าที่คิด


9b119e92-d880-43b4-9900-46c1f36fc3d2.png

ทำไมเราถึงควรแยกขยะ?

1. ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบ

ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะมากกว่า 25 ล้านตันต่อปี และกว่าครึ่งไม่ถูกแยกตั้งแต่ต้น การแยกขยะช่วยลดภาระของบ่อฝังกลบ ทำให้ระบบจัดการขยะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ลดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม

ขยะที่ไม่ถูกจัดการ เช่น พลาสติกหรือขยะอันตราย อาจปล่อยสารเคมีลงสู่ดินและน้ำ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์

3. ลดภาวะโลกร้อน

ขยะอินทรีย์ที่ถูกฝังกลบจะเกิดการย่อยสลายและปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีพลังทำลายชั้นบรรยากาศมากกว่า CO₂ ถึง 25 เท่า การแยกขยะอินทรีย์และนำไปทำปุ๋ยแทน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

4. สร้างรายได้จากขยะรีไซเคิล

ขวดพลาสติก กระดาษ หรือโลหะต่าง ๆ สามารถขายให้ร้านรับซื้อของเก่าได้ เป็นรายได้เสริมเล็ก ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของขยะ

5. ปลูกฝังนิสัยรับผิดชอบต่อสังคม

การแยกขยะคือการปลูกจิตสำนึกเรื่องความรับผิดชอบ ไม่เพียงต่อตนเองแต่ต่อโลกใบนี้ด้วย เมื่อคนรุ่นใหม่เห็นคนในบ้านทำ พวกเขาก็จะเรียนรู้และทำตามโดยธรรมชาติ


ลักษณะ “การแยกขยะ” ที่ดี

  1. มีระบบถังแยกชัดเจน

    สีของถังควรแยกตามมาตรฐาน เช่น
    สีเขียว = ขยะอินทรีย์
    สีเหลือง = ขยะรีไซเคิล
    สีฟ้า = ขยะทั่วไป
    สีแดง = ขยะอันตราย

  2. ทำได้ง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

    การแยกขยะไม่ควรเป็นภาระ แต่ควรทำให้สะดวก เช่น วางถังไว้ใกล้จุดทิ้งขยะหลัก หรือใช้ป้ายบอกประเภทชัดเจน

  3. มีการจัดเก็บและขนส่งต่ออย่างถูกวิธี

    หลังจากแยกขยะแล้ว ต้องมีระบบจัดเก็บที่ไม่ทำให้ขยะปนกันใหม่ เช่น รถเก็บขยะเฉพาะประเภท หรือจุดรับขยะรีไซเคิลในชุมชน

  4. มีการให้ความรู้และรณรงค์อย่างต่อเนื่อง

    ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียน ออฟฟิศ หรือพื้นที่สาธารณะ การมีป้ายให้ข้อมูลหรือกิจกรรมส่งเสริมการแยกขยะ จะช่วยให้คนตระหนักและลงมือทำจริง


4461cb1b-cc95-4009-9879-567cbe007325.png

ใครบ้างที่ควรแยกขยะ ?

ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ เพราะการแยกขยะสามารถเริ่มได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น

  • แยกขวดน้ำใส่ถังรีไซเคิล

  • นำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมักในสวนหลังบ้าน

  • แยกแบตเตอรี่เก่าใส่กล่องเฉพาะก่อนนำไปทิ้ง

ในระดับองค์กร เช่น โรงเรียนหรือบริษัท สามารถตั้งโครงการ “แยกขยะลดโลกร้อน” หรือ “สำนักงานสีเขียว” เพื่อสร้างวัฒนธรรมการแยกขยะในที่ทำงานได้ด้วย


698d3715-ffcc-4f50-8e72-6ff92496d3db.png

เคล็ดลับการแยกขยะให้ถูกวิธีและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

  1. เริ่มจากแยกขยะรีไซเคิลก่อน

    เพราะเห็นผลชัดเจนและทำได้ง่าย เช่น ขวดน้ำ กระดาษ กล่องนม

  2. ล้างให้สะอาดก่อนทิ้ง

    เพื่อป้องกันกลิ่นและการปนเปื้อน เช่น กล่องนมควรล้างและตากให้แห้งก่อนนำไปรีไซเคิล

  3. มีถังขยะหลายใบในบ้าน

    เช่น ถังหนึ่งสำหรับขยะทั่วไป อีกใบสำหรับขยะรีไซเคิล และอีกใบสำหรับเศษอาหาร

  4. ใช้แอปหรือโครงการรีไซเคิลใกล้บ้าน

    ปัจจุบันมีหลายโครงการที่มารับขยะรีไซเคิลถึงบ้าน เช่น Recycle Day, SCG Green Recycling, หรือแอปพลิเคชันเก็บขยะออนไลน์

  5. สอนลูกหลานให้แยกขยะตั้งแต่เด็ก

    เพราะนิสัยที่ปลูกฝังตั้งแต่เล็กจะอยู่ติดตัวไปตลอดชีวิต


สรุป

“การแยกขยะ” อาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่หากทุกคนทำพร้อมกัน มันคือพลังมหาศาลที่สามารถเปลี่ยนโลกได้จริง
ขวดพลาสติกหนึ่งขวดที่คุณล้างและใส่ถังรีไซเคิล อาจกลายเป็นเส้นใยเสื้อผ้าใหม่
เศษผักผลไม้ที่คุณหมัก อาจกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีช่วยต้นไม้เติบโต
และขยะอันตรายที่คุณแยกไว้ อาจช่วยชีวิตสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำได้มากกว่าที่คิด

เพราะทุกการทิ้ง คือการเลือก คุณจะเลือก “ทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ” หรือ “แยกขยะเพื่อโลกที่น่าอยู่กว่าเดิม”?

เริ่มต้นง่าย ๆ วันนี้ จากหน้าบ้านของเราเอง แล้วโลกทั้งใบจะขอบคุณคุณในแบบที่คุณอาจไม่รู้ตัวเลยก็ได้ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลองนึกภาพเวลาคุณกำลังทำอาหารอยู่ในครัว มือเปื้อนน้ำมันบ้าง เศษอาหารบ้าง แล้วต้องเดินไปเปิดฝาถังขยะเพื่อทิ้งเปลือกผักผลไม้หรือเศษอาหาร แต่เพราะมือเปื้อนทำให้ฝาถังขยะสกปรกตามไปด้วย กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในยุคที่เทคโนโล
ถังขยะเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไอเทมลับยกระดับบ้านให้ดูดี
ในวันที่แบรนด์ของใช้ในบ้านไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่ “ของจำเป็น” แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิต การเลือกพรีเซนเตอร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือการเลือก “ตัวแทนของความรู้สึก” ที่จะสื่อสารกับผู้บริโภค และการเปิดตัว “บิวกิ้น พุฒิพ
บิวกิ้น x ถุงขยะแชมเปี้ยน ก้าวใหม่ของแบรนด์ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกวัน
แค่บีบก่อนทิ้ง…ทำไมถึงสำคัญหลายคนอาจมองว่าการทิ้งกระป๋องน้ำอัดลมหรือขวดน้ำพลาสติกลงถังขยะ เป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันแต่รู้หรือไม่ว่า “รูปแบบการทิ้ง” ส่งผลต่อระบบจัดการขยะทั้งประเทศ ตั้งแต่ถังขยะหน้าบ้าน ไปจนถึงหลุมฝังกลบและโรงงานรีไซ
ทำไมเราควรบีบกระป๋องและขวดน้ำก่อนทิ้งลงถังขยะ เรื่องเล็กที่เปลี่ยนโลกได้มากกว่าที่คิด

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

บ้านสะอาดไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาในวันที่งานประจำแน่น ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเวลาพักผ่อนมีค่ามากขึ้น การทำความสะอาดบ้านจึงไม่ควรเป็นภาระอีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ Smart Home ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในยุคน
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำให้บ้านสะอาดได้เองโดยไม่ต้องออกแรง
งานบ้านไม่ควรเป็นภาระของชีวิตการถูพื้นเป็นหนึ่งในงานบ้านที่กินแรง กินเวลา และหลายคนเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเปลี่ยนไป เทคโนโลยีจึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วย ไม้ถูพื้นไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาดที่เปลี่ยนงานหนักให้กลายเป็นเรื่องเบาไม้ถูพ
ไม้ถูพื้นไฟฟ้า ผู้ช่วยทำความสะอาดยุคใหม่ ถูพื้นง่าย บ้านสะอาดโดยไม่ต้องออกแรง
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนคน แต่เข้ามาช่วยคนชีวิตคนเมืองวันนี้เต็มไปด้วยงาน เวลา และความเร่งรีบ เครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ควรเป็นแค่ของใช้ แต่ต้องเป็น “ผู้ช่วย” ที่ลดภาระในชีวิตประจำวันได้จริง และนี่คือจุดที่ชื่อของ Autobot ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย
เครื่องใช้ไฟฟ้า Autobot จากผู้ช่วยในบ้านยุคใหม่ สู่ไอเท็มอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

บทความที่แนะนำ