รีวิว DJI Mavic 4 Pro ที่สุดของโดรนสายคอนเทนต์ อัปเกรดครบทั้งภาพ แรง และความแม่นยำ

ในตลาดโดรนระดับผู้บริโภคชื่อของ DJI ยังคงโดดเด่นในฐานะผู้นำที่ครองใจผู้ใช้ทั่วโลก ด้วยไลน์อัปโดรนระดับตำนานอย่าง Mavic, Air, Mini และ Flip ซึ่งแต่ละรุ่นต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้งานในทุกสถานการณ์ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ Mavic Series ที่กลายเป็นเครื่องมือคู่ใจของเหล่าครีเอเตอร์ทั่วโลก ล่าสุด DJI ได้ยกระดับซีรีส์นี้ขึ้นอีกขั้นด้วยการเปิดตัว DJI Mavic 4 Pro รุ่นใหม่ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมทั้งด้านภาพและสมรรถนะ หลังจากได้ลองใช้งานจริง ต้องบอกว่ามีหลายจุดที่ทำให้เราประทับใจเกินคาด
เมื่อแรกเห็น Mavic 4 Pro อาจดูคล้ายกับดีไซน์อันคุ้นตาของตระกูล Mavic แต่หากมองลึกลงไป รายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงกลับเผยให้เห็นถึงการพัฒนาครั้งใหญ่ เส้นสายของตัวเครื่องถูกปรับให้ โค้งมน เรียบเนียน และลู่ลมมากขึ้น ช่วยเพิ่มความคล่องตัวขณะบินอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการออกแบบที่ ลดแรงต้านอากาศ จึงสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 25 เมตรต่อวินาที (ราว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Mavic 3 Pro ที่ทำได้ 21 เมตรต่อวินาที
เมื่อได้ทดลองบินจริง เราสัมผัสได้ทันทีถึงความ ว่องไว มั่นคง และสมดุล แม้ในวันที่มีลมแรง Mavic 4 Pro ก็ยังคงรักษาท่าทางได้อย่างเสถียร นับเป็นการพิสูจน์ความสามารถด้านการ ต้านลมและการควบคุมที่แม่นยำ ซึ่งยกระดับมาตรฐานของโดรนสายคอนเทนต์ให้เหนือกว่าเดิมอย่างแท้จริง 🚁
ในด้านการออกแบบตัวเครื่อง DJI Mavic 4 Pro ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของโครงสร้าง พับเก็บได้แบบคลาสสิก ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกต่อการพกพาและจัดเก็บ โดยเพิ่มความชาญฉลาดด้วยฟังก์ชัน เปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อกางแขนโดรนออก ช่วยลดขั้นตอนการเปิดสวิตช์แบตเตอรี่ และทำให้พร้อมบินได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ตัวเครื่องมาพร้อม เซ็นเซอร์หลากหลายชนิด ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบิน โดยจุดเด่นอยู่ที่ ลิดาร์ (LiDAR) แบบหันหน้าเข้า ซึ่งติดตั้งบริเวณแขนด้านขวา มีบทบาทสำคัญในการช่วยโดรน ตรวจจับและหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากข้อมูลทางการ ระบุว่า Mavic 4 Pro สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 18 เมตรต่อวินาที มอบความมั่นใจในการบินแม้ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
แม้ในสถานการณ์ที่มีแสงน้อย เช่น การบินกลางคืน ระบบลิดาร์ดังกล่าวยังคงทำงานได้ยอดเยี่ยม โดยสามารถ ตรวจจับสิ่งกีดขวางและหยุดได้ทันท่วงที แม้ในสภาพแสงเพียง 0.1 ลักซ์ เรียกได้ว่า DJI ได้ออกแบบ Mavic 4 Pro ให้พร้อมลุยทุกสภาพแวดล้อมอย่างแท้จริง ทั้งความปลอดภัย ความรวดเร็ว และความมั่นใจในทุกเที่ยวบิน 🚁
ในด้าน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ DJI Mavic 4 Pro ยกระดับประสิทธิภาพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 6,654 mAh ซึ่งมากกว่า Mavic 3 Pro ที่มีเพียง 5,000 mAh ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ Mavic 4 Pro สามารถบินได้นานสูงสุดถึง 51 นาที และทำระยะทางได้ไกลสุด 41 กิโลเมตร จากการทดสอบใช้งานจริง แม้จะมีข้อจำกัดด้านระดับความสูงและพื้นที่บิน แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้มีอายุการใช้งานที่ ยาวนานและคุ้มค่ามาก
อุปกรณ์ชาร์จที่ให้มาด้วยคือ เครื่องชาร์จเดสก์ท็อป 240 W ที่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ได้ พร้อมกันถึงสามก้อน ด้วยโปรโตคอลพิเศษของ SDC ใช้เวลาเพียง 90 นาทีในการชาร์จเต็มทั้งสามก้อน หรือเพียง 51 นาที หากชาร์จเพียงก้อนเดียว เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพสูงและเหมาะกับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วระหว่างภารกิจบิน
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือระบบ O4+ Transmission ที่พัฒนาใหม่หมดจด รองรับการส่งภาพไกลสูงสุด 30 กิโลเมตร พร้อมสัญญาณภาพแบบ HDR 10-bit end-to-end ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสมจริงยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ e-SIM และ dual-network dual-pass เพื่อความเสถียรของสัญญาณในทุกสภาพแวดล้อม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการบินในระยะไกลหรือเหนือระดับสายตา
รีโมตคอนโทรลรุ่นใหม่ DJI RC Pro 2 ที่มาพร้อมในชุด Creator Kit ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ หน้าจอ Mini-LED ขนาด 7 นิ้ว ให้ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนแม้กลางแจ้ง มาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 128 GB รองรับการติดตั้งแอปพลิเคชัน รวมถึงมี ไมโครโฟนในตัว และสามารถเชื่อมต่อกับ DJI Mic Series ได้โดยตรง
ดีไซน์ของรีโมตคอนโทรลยังถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด — สามารถเปิดเครื่องได้ทันทีเมื่อ ดึงหน้าจอขึ้น และเข้าสู่โหมดพักเมื่อปิดหน้าจอ เพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนก่อนการบิน จอยสติ๊กแบบ ถอดได้และพับเก็บเข้ากับหน้าจอ ทำให้พกพาง่าย และหน้าจอยังสามารถ หมุนแนวตั้ง เพื่อเข้าสู่โหมด ถ่ายภาพบุคคล ได้โดยอัตโนมัติ เรียกได้ว่า Mavic 4 Pro ไม่เพียงพัฒนาในเรื่องพลังและภาพเท่านั้น แต่ยังยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ให้คล่องตัวและชาญฉลาดยิ่งขึ้นในทุกมิติ 🚀
การอัปเกรดการถ่ายภาพของ Mavic 4 Pro ถือเป็นจุดเด่นหลักอย่างไม่ต้องสงสัย Mavic 4 Pro ยังคงใช้ระบบกล้องสามตัว แต่ประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระบบนี้ประกอบด้วยเลนส์ Hasselblad 28 มม. เลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลาง 70 มม. และเลนส์เทเลโฟโต้ 168 มม. เลนส์ Hasselblad ใช้เซ็นเซอร์ CMOS 4/3 ใหม่ พร้อมรูรับแสงปรับได้ตั้งแต่ F2.0-11 เลนส์มีความละเอียดระดับมิเรอร์เลสและการควบคุมความบิดเบี้ยวที่ยอดเยี่ยม รองรับการบันทึกวิดีโอที่ 6K/60fps และ 4K/120fps เลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลาง 70 มม. ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1/1.3 นิ้ว พร้อมรูรับแสงกว้างสุด F2.8 รองรับวิดีโอ HDR 4K/60fps และวิดีโอ 4K/120fps เลนส์เทเลโฟโต้ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1/1.5 นิ้ว ระยะโฟกัส 168 มม. และรูรับแสงกว้างสุด F2.8 รองรับวิดีโอ HDR 4K/60fps และวิดีโอ 4K/100fps เลนส์ทั้งสามตัวรองรับการรวม ISO แบบเนทีฟคู่ รวมถึงโหมดสี D-Log, D-Log M และ HLG
ในการถ่ายทำจริง ระบบกล้องสามตัวมอบอิสระในการถ่ายภาพระดับสูง ทางยาวโฟกัส 28 มม. ของกล้อง Hasselblad เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพพาโนรามา ขณะที่เลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลางและเทเลโฟโต้สามารถเก็บรายละเอียดระยะไกลได้ คุณภาพของเลนส์เป็นเลิศ ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณภาพของภาพจะไร้กังวล แม้ในสภาพอากาศเลวร้ายและระยะทางที่มีหมอก การรองรับโหมดสีหลากหลายในโหมดวิดีโอของ Mavic 4 Pro ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกระบวนการหลังการถ่ายทำ
ยิ่งไปกว่านั้น Mavic 4 Pro ยังมาพร้อมกับแกนกันสั่นเวียงจันทน์รุ่นใหม่ DJI ได้ปรับโครงสร้างแกนกันสั่นสามแกนใหม่ ทลายข้อจำกัดของโครงสร้างแกนกันสั่นรุ่นก่อนๆ และสามารถถ่ายภาพมุมสูงได้ 70 องศา และหมุนได้ 360 องศา การผสมผสานการหมุน 360 องศาเข้ากับการถ่ายภาพทางอากาศช่วยสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง แกนกันสั่นเวียงจันทน์ยังรองรับการถ่ายภาพบุคคล และใช้งานง่ายเมื่อใช้งานร่วมกับรีโมทคอนโทรล RC Pro 2 ฟังก์ชันติดตามเป้าหมายยังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถติดตามยานพาหนะภาคพื้นดินได้อย่างต่อเนื่องแม้ในสภาพที่ถูกบดบังด้วยต้นไม้ จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถบันทึกภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในฉากที่ซับซ้อน
Mavic 4 Pro รองรับการส่งข้อมูลผ่าน WiFi 6 ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 80MB/วินาที และสูงสุดถึง 100MB/วินาทีในการทดสอบจริง ทำให้มีความเร็วอย่างเหลือเชื่อ นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายโอนข้อมูลแบบรวดเร็วเมื่อปิดเครื่อง ช่วยให้คุณปิดและเก็บฟุตเทจได้หลังถ่ายภาพ ซิงค์ฟุตเทจระหว่างการเปลี่ยนภาพ ช่วยให้จัดระเบียบฟุตเทจและตัดต่อวิดีโอได้อย่างง่ายดายระหว่างการเดินทาง
Mavic 4 Pro คือรุ่นล่าสุดในซีรีส์ DJI Mavic ที่ได้รับการยกระดับอย่างครอบคลุมทั้งในด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการบิน การสร้างภาพ และการควบคุม อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นและประสิทธิภาพการบินที่ดีขึ้น มอบรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานและความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มากขึ้น ระบบกล้องสามตัวได้รับการยกระดับอย่างเต็มที่เพื่อบันทึกช่วงเวลาอันน่าประทับใจในหลากหลายสถานการณ์ การเพิ่มแกนกันสั่นแบบเวียงจันทน์ช่วยให้สามารถหมุนได้ 360 องศาและถ่ายภาพแนวตั้งได้อย่างสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการด้านคอนเทนต์ในปัจจุบัน
แน่นอนว่าซีรีส์ Mavic มีราคาแพงกว่าซีรีส์ DJI Air, Mini และ Flip สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการบันทึกภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่งระหว่างการเดินทาง รุ่นน้ำหนักเบาอาจเหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ Mavic 4 Pro ให้คุณภาพของภาพที่ดีกว่าและประสบการณ์การถ่ายภาพที่น่าเชื่อถือกว่า ทำให้เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ที่คุ้มค่ากว่าอย่างไม่ต้องสงสัย


