ราคา RAM DDR4 พุ่งขึ้นไม่หยุด หลังโดนสั่งลดกำลังผลิต

ช่วงนี้ใครที่กำลังคิดจะอัปเกรดเครื่อง หรือประกอบพีซีใหม่ คงรู้สึกเหมือน “น้ำแข็งใสที่อยู่ดี ๆ ก็โดนเทน้ำเชื่อมราคาแพงขึ้นเฉย” เพราะราคา RAM DDR4 ที่เคยเป็นของหาง่าย ราคาสบายกระเป๋า กำลังพุ่งทะยานขึ้นแบบไม่เห็นเพดาน โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ของปี 2025 ที่ราคาพุ่งขึ้นกว่า 40% ภายในไม่กี่เดือน เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ใครช้าก็อาจต้องควักเพิ่มอีกหลายพัน
แต่ทำไมหน่วยความจำ DDR4 ที่อยู่กับเรามาหลายปี ถึงอยู่ดี ๆ กลายเป็นของแพงในตลาด? ทั้งที่เทคโนโลยีใหม่อย่าง DDR5 ก็เริ่มเข้ามาแทนแล้วแท้ ๆ คำตอบไม่ได้อยู่ที่แค่เรื่อง “เทคโนโลยีใหม่กว่า” เท่านั้น แต่เป็นผลพวงของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ ที่ส่งแรงสะเทือนถึงผู้ใช้งานทุกระดับ
จุดเริ่มต้นของคลื่นราคา: เมื่อโรงงานหยุดผลิต แต่ความต้องการยังไม่หยุด
ตลาด DRAM (Dynamic Random Access Memory) ในปี 2025 กำลังเผชิญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ หลังจากที่ผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron ประกาศลดกำลังการผลิต DDR4 และ LPDDR4X เพื่อมุ่งหน้าไปผลิตสินค้ารุ่นใหม่อย่าง DDR5 และ LPDDR5X เต็มรูปแบบ
ปัญหาคือ โลกของเรายังไม่พร้อม “เปลี่ยนผ่าน” อย่างที่ผู้ผลิตคาดไว้ทั้งหมด
ยังมีผู้ใช้งานอีกนับล้านที่ใช้เมนบอร์ดและซีพียูที่รองรับเพียง DDR4 เท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้พีซีทั่วไป, เกมเมอร์สายคุ้ม, ร้านอินเทอร์เน็ต รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่เห็นเหตุผลต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ทั้งชุด
ผลลัพธ์ก็คือ ความต้องการ DDR4 ยังคงอยู่ แต่ซัพพลายกลับหดตัวลงเรื่อย ๆ
นั่นแหละ คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ราคาพุ่งแรงกว่า 40–45% ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ทำไมผู้ผลิตถึง “ลดกำลังผลิต” ทั้งที่ยังมีคนต้องการอยู่?
คำตอบอยู่ที่ “ผลตอบแทนต่อการลงทุน” (ROI) และ “เทรนด์ตลาดระยะยาว”
1. การยุติการผลิต (EOL: End of Life)
โรงงานหลายแห่งประกาศ EOL สำหรับไลน์การผลิต DDR4 และ LPDDR4X เพราะต้องการนำทรัพยากรไปพัฒนา DDR5 ซึ่งให้มาร์จินที่สูงกว่า ทั้งในด้านความเร็ว การประหยัดพลังงาน และความจุต่อชิปที่มากขึ้น
2. ความต้องการสูงในฤดูกาลพีค
เข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ของทุกปี มักเป็นช่วงพีคของตลาดฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะกลุ่ม OEM (Original Equipment Manufacturer) ที่ต้องเร่งประกอบเครื่องล็อตใหม่เพื่อวางขายปลายปี ทั้งพีซีและโน้ตบุ๊ก นี่ยิ่งทำให้ดีมานด์ DDR4 พุ่งสวนทางกับกำลังการผลิตที่ลดลง
3. โรงงานผลิตไม่เพียงพอ
แม้จะมีโรงงานในไต้หวันและจีนที่ยังผลิต DDR4 อยู่ แต่กำลังผลิตรวมยังไม่สามารถรองรับความต้องการที่ไหลทะลักจากทั่วโลกได้ โดยเฉพาะในตลาด consumer-grade ที่ต้องการของพร้อมใช้ ไม่ใช่สั่งล่วงหน้าเป็นเดือน
4. การเปลี่ยนผ่านสู่ DDR5 ยังไม่สมบูรณ์
แม้ตอนนี้ DDR5 จะเริ่มกลายเป็นมาตรฐานใหม่ แต่ราคายังสูง และการกระจายสินค้ายังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ที่เมนบอร์ด DDR5 ยังมีราคาสูงอยู่หลายเท่าตัว ทำให้ตลาด DDR4 ยังไม่ตาย — แต่กลับกลายเป็น “ของเก่าแต่แพง” แทน
ผลกระทบที่ลามไปทั้งวงการ
การขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่คนที่ประกอบคอมใหม่เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงหลายอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่ง DRAM ในการทำงาน
1. ผู้ใช้งานพีซีทั่วไป
คาดว่าราคาหน่วยความจำ DDR4 สำหรับเครื่องพีซีจะปรับขึ้นอีก 8–13% ภายในไตรมาสนี้ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนของเครื่องประกอบเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันบาท แม้แต่ผู้ที่คิดจะอัปเกรดจาก 8GB เป็น 16GB ก็ต้องคิดหนักขึ้น
2. ผู้ผลิตพีซี (OEM)
หลายแบรนด์เริ่มเร่งประกอบเครื่องล็อตใหญ่ล่วงหน้า เพื่อกักตุน DDR4 ก่อนที่ราคาจะดีดขึ้นอีก รวมถึงเพื่อเลี่ยงภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ เตรียมปรับขึ้นในบางหมวดสินค้า
3. ตลาดเซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์
ดีมานด์ DDR4 ยังสูง เพราะระบบเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากยังไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ DDR5 ได้ในทันที การแข่งขันแย่งชิ้นส่วนจึงรุนแรงขึ้น ทำให้ตลาดผู้บริโภคทั่วไปยิ่งตึงตัว
มือถือและการ์ดจอก็หนีไม่พ้น
อย่าคิดว่าผลกระทบนี้มีเฉพาะฝั่งพีซี เพราะหน่วยความจำรุ่นลูกอย่าง LPDDR4X และ GDDR6 ก็โดนลูกหลงไม่ต่างกัน
LPDDR4X ซึ่งยังใช้ในสมาร์ตโฟนระดับกลางและโน้ตบุ๊กหลายรุ่น มีแนวโน้มราคาพุ่งขึ้น 23–28% เพราะผู้ผลิตเริ่มปรับไลน์ไปผลิต LPDDR5X ที่กำไรสูงกว่า
ส่วน GDDR6 ที่ยังเป็นหัวใจของกราฟิกการ์ดระดับกลาง เช่น RTX 4060 หรือ RX 7600 ก็เริ่มขาดตลาด หลังผู้ผลิตย้ายสายการผลิตไปเน้น GDDR7 สำหรับการ์ดรุ่นใหม่ ส่งผลให้ราคาการ์ดจอบางรุ่นขยับขึ้นแบบเงียบ ๆ โดยเฉพาะรุ่นที่ยังใช้ GDDR6 แบบความเร็วสูง
แล้วผู้ใช้ทั่วไปควรทำอย่างไร?
ในฐานะคนที่อยู่กับวงการฮาร์ดแวร์มานาน ผมมองว่านี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของคนใช้คอมพ์ทุกกลุ่ม
1. ถ้ายังใช้เครื่อง DDR4 อยู่ – ถึงเวลาตัดสินใจ
หากคุณยังใช้ระบบที่รองรับ DDR4 และคิดจะอัปเกรด เพิ่มแรม หรือประกอบเครื่องใหม่ในปีนี้ นี่คือ “ช่วงเวลาสุดท้าย” ที่จะซื้อ DDR4 ในราคายังพอรับได้ ก่อนที่ราคาจะไต่ระดับต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า
2. ถ้ากำลังวางแผนซื้อเครื่องใหม่ – คิดระยะยาว
ถ้าไม่จำเป็นต้องรีบ ควรรอดูแนวโน้มราคาของ DDR5 ซึ่งเริ่มค่อย ๆ ลงใกล้ระดับที่จับต้องได้มากขึ้น เมนบอร์ด DDR5 ก็เริ่มมีรุ่นประหยัดออกมาเรื่อย ๆ การลงทุนกับแพลตฟอร์มใหม่อาจคุ้มในระยะยาวกว่า
3. อย่าซื้อเกินความจำเป็น
อย่าลืมว่า RAM ที่มากไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง หากคุณใช้พีซีทั่วไป เล่นเกมเบา ๆ หรือทำงานเอกสาร 16GB ก็เพียงพอแล้วในตอนนี้ อย่าซื้อเผื่อจนเกินไปในช่วงที่ราคายังร้อนแรง
เคล็ดลับเล็ก ๆ สำหรับการเลือกซื้อ RAM ในยุคที่ราคาเหวี่ยง
-
เช็กราคากลางก่อนซื้อเสมอ ใช้เว็บเทียบราคาหลายแห่งก่อนตัดสินใจ เพราะช่วงนี้ราคาผันผวนแทบรายสัปดาห์
-
ดูรหัสและล็อตผลิต DDR4 บางล็อตเก่ามีราคาถูกกว่า แม้ความเร็วเท่ากัน
-
จับคู่ RAM ให้ถูกต้อง หากต้องการเพิ่มจาก 8GB เป็น 16GB ควรซื้อรุ่นและความเร็วเดียวกันกับของเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความเข้ากันไม่ได้
-
อย่าลืมอัปเดต BIOS เมนบอร์ดบางรุ่นต้องอัปเดต BIOS เพื่อรองรับ RAM รุ่นใหม่หรือยี่ห้อที่เพิ่งออก
สรุป DDR4 กำลังจะกลายเป็น “ของหายากที่ยังจำเป็น”
การเปลี่ยนผ่านจาก DDR4 สู่ DDR5 ในปี 2025 ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างนุ่มนวลอย่างที่หลายคนคาดไว้ ตรงกันข้าม มันกลายเป็นช่วง “รอยต่อแห่งความปั่นป่วน” ที่ทำให้ราคาหน่วยความจำทั่วโลกสะเทือน
และแม้ DDR5 จะเป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในปัจจุบัน DDR4 ยังคงเป็นหัวใจของพีซีกว่าครึ่งโลก และจะยังอยู่กับเราอีกอย่างน้อย 2–3 ปี
ดังนั้น ถ้าคุณกำลังคิดจะอัปเกรด อย่ารอให้ราคาขึ้นไปกว่านี้ เพราะในสงครามราคาแห่ง DRAM ครั้งนี้ ผู้ที่ตัดสินใจไว คือผู้ชนะ
แนะนำสำหรับคุณ
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
Active Life|HD เก็บทุกความหลงใหลของคุณด้วย Action camera
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
Bluetooth Earphone|ปลดปล่อยตัวเองจากข้อจำกัด: พร้อมฟังเสียงที่ไร้ขอบเขตในทุกการเดินทาง
เปิดโลกบ้านอัจฉริยะกับ Xiaomi
แนะนำกันแดดใช้ดี กันยูวีไม่ทำร้ายผิว!




