รีวิว DJI Osmo Action 5 Pro: กล้องตัวเล็กที่พลังไม่เล็ก พร้อมลุยทุกสถานการณ์

ยุคที่กล้องตัวเล็กกลายเป็นพระเอก
เคยไหม? เวลาไปเที่ยว เดินป่า ดำน้ำ หรือแค่ไปคาเฟ่สวย ๆ แล้วอยากได้ภาพวิดีโอเท่ ๆ แต่พอหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย กลับได้ภาพสั่น เบลอ หรือเสียงลมบังจนฟังแทบไม่ออก
ยุคนี้ใคร ๆ ก็อยากมี "กล้องสายลุย" ติดกระเป๋าไว้สักตัว — ที่เล็ก เบา ถ่ายชัด กันน้ำ และพร้อมทำคอนเทนต์ได้ทุกที่
และถ้าพูดถึงชื่อที่ขึ้นหิ้งในวงการกล้องแอ็กชัน หนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงก็คือ DJI
จากที่เคยโด่งดังในโลกของโดรนและอุปกรณ์กันสั่น วันนี้ DJI กลับมาอีกครั้งในสนามของ “กล้องแอ็กชัน” กับรุ่นที่จัดเต็มสุดในตระกูล — DJI Osmo Action 5 Pro
มันไม่ใช่แค่ “กล้องถ่ายวิดีโอ” ธรรมดา แต่เป็นเหมือนผู้ช่วยคู่ใจของคนรักการเดินทาง คนชอบทำคอนเทนต์ หรือใครที่อยากเก็บโมเมนต์สุดมันไว้ในทุกมุมของชีวิต
รู้จัก DJI Osmo Action 5 Pro ให้มากขึ้น
DJI Osmo Action 5 Pro คือกล้องแอ็กชันระดับโปรที่ถูกออกแบบมาให้ “ลุยได้ทุกสถานการณ์”
ไม่ว่าจะเป็นบนบก ใต้น้ำ หรือบนยอดเขา ก็พร้อมบันทึกภาพเคลื่อนไหวในระดับ 4K/120fps ที่คมชัด ลื่นไหล และเต็มไปด้วยรายละเอียด
สิ่งที่ทำให้ Osmo Action 5 Pro โดดเด่นกว่ารุ่นก่อน ๆ คือการอัปเกรดทุกจุดสำคัญ ทั้งเซนเซอร์ กล้อง เลนส์ ระบบกันสั่น และแบตเตอรี่
พูดง่าย ๆ คือมันเป็น “กล้องตัวจิ๋วที่คิดมาเพื่อคนที่อยากได้คุณภาพระดับมืออาชีพ” โดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เยอะ
จุดเด่นและฟีเจอร์สำคัญของ DJI Osmo Action 5 Pro
1.เซนเซอร์ใหม่ใหญ่กว่าเดิม ภาพชัดกว่าเห็นได้ชัด
หัวใจหลักของกล้องคือ เซนเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่ในกลุ่มกล้องแอ็กชัน
มันช่วยให้เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในที่แสงน้อยหรือย้อนแสง
ไม่ว่าจะถ่ายวิดีโอในตอนเช้า แสงแดดแรง ๆ หรือช่วงโพล้เพล้ก่อนพระอาทิตย์ตก ภาพก็ยังคม สีไม่เพี้ยน และให้มิติที่ดู “สมจริงแบบตาเห็น”
2.ระบบกันสั่น RockSteady 4.0 และ HorizonSteady
จุดที่หลายคนชอบในกล้อง DJI คือ “กันสั่นเทพ”
ในรุ่นนี้ DJI Osmo Action 5 Pro อัปเกรดระบบ RockSteady 4.0 ที่ช่วยให้ภาพนิ่งราวกับใช้กิมบอล แม้จะวิ่ง เดิน หรือขี่จักรยานภูเขา
นอกจากนี้ยังมีโหมด HorizonSteady ที่ช่วยปรับแนวระนาบของภาพให้นิ่งไม่เอียง แม้กล้องจะหมุนไปมา — เรียกว่าต่อให้กลิ้งกล้องลงเนิน ภาพก็ยังนิ่งเหมือนถ่ายบนขาตั้ง
3.วิดีโอคมชัดระดับ 4K/120fps
ใครที่ชอบทำคอนเทนต์หรือสายวิดีโอจะต้องชอบมาก เพราะกล้องรองรับการถ่าย 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาที
ให้ภาพที่ลื่นไหลมากพอสำหรับการทำ Slow Motion ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดน้ำ สเกตบอร์ด หรือแม้แต่ภาพสัตว์วิ่ง กล้องก็จับได้ทุกจังหวะ
4.กันน้ำลึกสุดถึง 18 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคส
จุดนี้ถือเป็นของเด็ด เพราะ DJI พัฒนาโครงสร้างกล้องให้สามารถกันน้ำได้ ลึกสุดถึง 18 เมตร โดยไม่ต้องใส่เคสเสริม
เท่ากับว่าแค่ถือกล้องลงน้ำก็พร้อมดำน้ำ ถ่ายปลา หรือเก็บช็อตกระโดดน้ำได้ทันที
เหมาะกับสายดำน้ำ ตกปลา หรือใครที่อยากได้กล้องกันน้ำแท้ ๆ
5.หน้าจอคู่ Touchscreen ทั้งหน้าและหลัง
DJI Osmo Action 5 Pro มาพร้อมจอทัชสกรีนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ด้านหน้าช่วยให้เซลฟี่หรือถ่ายวล็อกได้สะดวก ส่วนด้านหลังใช้พรีวิวและปรับค่าต่าง ๆ ได้ง่าย
หน้าจอมีความสว่างสูง มองกลางแดดได้ชัดเจน
6.ระบบเสียงดีขึ้นกว่าเดิม มีไมค์รอบทิศ
DJI เพิ่มไมโครโฟน 3 ตัวรอบตัวกล้อง พร้อมระบบตัดเสียงลมอัจฉริยะ
เสียงพูดคมชัดขึ้นแม้อยู่กลางแจ้ง และยังรองรับการเชื่อมต่อไมค์ไร้สาย DJI Mic เพื่อการบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ
7.แบตอึด ชาร์จไว ถ่ายได้ต่อเนื่อง
แบตเตอรี่ของรุ่นนี้อยู่ได้นานกว่า 150 นาที และชาร์จได้ 80% ภายใน 18 นาทีเท่านั้น
เหมาะกับคนที่ออกทริปหรือถ่ายทั้งวัน เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางทาง
8.ระบบ GPS และแอปควบคุมผ่านมือถือ
สามารถซิงก์กับสมาร์ตโฟนผ่านแอป DJI Mimo เพื่อควบคุมกล้องแบบเรียลไทม์
และสามารถใส่ข้อมูล GPS ลงในวิดีโอได้ เช่น ความเร็ว ระยะทาง หรือเส้นทางการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับสาย Adventure หรือทำวิดีโอแนวแทรเวล
ใช้งานจริง: ประสบการณ์ที่เกินกว่าคำว่า “กล้องเล็ก”
เมื่อได้ลองใช้งานจริง ความประทับใจแรกของ DJI Osmo Action 5 Pro คือ “น้ำหนักเบาแต่แน่นหนา”
ตัวบอดี้ทำจากวัสดุแข็งแรง ทนทานต่อแรงตกกระแทก แต่ยังคงพกง่าย ถือถ่ายได้ทั้งวันโดยไม่เมื่อย
ตอนออกทริปทะเล เราลองใช้ถ่ายทั้งตอนเดินเล่นและตอนลงน้ำ ภาพที่ได้ออกมาคมมาก รายละเอียดผิวน้ำและแสงสะท้อนชัดจนแทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม
และที่สำคัญ — กันน้ำได้จริงโดยไม่ต้องใส่เคสเสริม ซึ่งช่วยให้ภาพคมกว่าและเสียงใต้น้ำก็ยังฟังได้อยู่ในระดับดี
สำหรับคนชอบถ่ายวิดีโอแนวแอ็กชัน เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือปีนเขา ระบบกันสั่น RockSteady 4.0 ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้ถือกล้องมือเดียว ภาพก็ยังนิ่งจนดูเหมือนใช้กิมบอล — นี่คือความต่างที่รู้สึกได้ทันที
อีกจุดที่ชอบคือ “สี” ของภาพจาก Osmo Action 5 Pro จะออกแนวสมจริง ไม่จัดจ้านเกินไป
แต่ถ้าอยากได้โทนซอฟต์หรือโทนคอนทราสต์ ก็สามารถเลือกโปรไฟล์สี D-Log M แล้วไปเกรดในภายหลังได้
เหมาะกับสายตัดต่อและคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาก ๆ
เหมาะกับใคร
-
สายท่องเที่ยวและแอดเวนเจอร์ ที่อยากได้กล้องพกง่าย ถ่ายได้ทุกสภาพอากาศ
-
ยูทูบเบอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่ต้องการภาพวิดีโอ 4K ที่นิ่งและเสียงชัดโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมเยอะ
-
คนที่เบื่อการถ่ายด้วยมือถือ เพราะอยากได้มุมใหม่ ๆ เช่น มุมกว้างสุด หรือภาพใต้น้ำที่มือถือถ่ายไม่ได้
-
นักกีฬาหรือคนชอบออกกำลังกาย เช่น ปั่นจักรยาน วิ่ง เทรล หรือเซิร์ฟ ที่อยากเก็บภาพการเคลื่อนไหวสมจริง
เคล็ดลับการใช้งาน DJI Osmo Action 5 Pro ให้ได้ผลดีที่สุด
-
ตั้งค่าความละเอียด 4K/60fps เป็นโหมดเริ่มต้น
ได้ภาพลื่นสวยโดยไม่กินเมมมากเกินไป เหมาะกับทุกสถานการณ์ -
ใช้ ND Filter ในวันที่แดดแรง
จะช่วยให้ภาพเนียนขึ้น ไม่สว่างจ้าเกินไป โดยเฉพาะเวลาเดินทางกลางวัน -
ใช้โหมด HorizonSteady เวลาเคลื่อนไหวเยอะ
เช่น ถ่ายตอนขับมอเตอร์ไซค์หรือวิ่ง จะช่วยให้ภาพไม่เอียง -
พกแบตสำรองหรือ Power Bank
แม้แบตจะอึดมาก แต่ถ้าเดินทางไกลต่อเนื่อง การชาร์จเสริมไว้ระหว่างพักจะช่วยให้ไม่พลาดช็อตสำคัญ -
ซิงก์กับแอป DJI Mimo เพื่อดูพรีวิวภาพใหญ่ ๆ
ใช้ดูเฟรม ถ่ายกลุ่ม หรือควบคุมกล้องจากระยะไกลได้สะดวกมาก
สรุป: กล้องสายลุยที่ครบจบในตัวเดียว
หลังจากลองใช้งานจริง ต้องบอกว่า DJI Osmo Action 5 Pro เป็นกล้องที่ “ครบเครื่องที่สุด” ในตอนนี้ของกลุ่มกล้องแอ็กชัน
มันรวมทุกอย่างที่คนชอบถ่ายวิดีโออยากได้ — ภาพคม ระบบกันสั่นเทพ เสียงดี แบตอึด และกันน้ำได้จริง
เหมาะกับทั้งมือใหม่ที่อยากเริ่มถ่ายคอนเทนต์ และมือโปรที่ต้องการกล้องเสริมสำหรับงานจริงจัง
เพราะมันทั้งใช้งานง่าย ฟีเจอร์แน่น และรองรับการทำงานในระดับโปรโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย
พูดแบบตรงไปตรงมาเลยว่า
ถ้าคุณกำลังมองหากล้องตัวเล็กที่ “ลุยได้ทุกที่ ถ่ายได้ทุกแนว” —
DJI Osmo Action 5 Pro คือคำตอบเดียวที่ไม่ทำให้ผิดหวัง
แนะนำสำหรับคุณ
Active Life|HD เก็บทุกความหลงใหลของคุณด้วย Action camera
ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าขณะเล่น CS:GO ใช่ไหม? นั่นเพราะคุณเลือกหูฟังผิด!
ไม่เคยตกกระแส! แนะนำรองเท้า Crocs แบรนด์มีสไตล์ ใส่สบาย
ลิปสติก ไอเทมชิ้นเล็กแต่สำคัญมาก
🍓 เริ่มต้นเช้าที่ดี ด้วยอาหารง่ายๆ จาก “เครื่องปั่นอเนกประสงค์”
สำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กสำหรับทำงาน เรียน ลอง Macbook ดูนะสิ!
