“แจ็ค แปปโฮ” ถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น – ดราม่าคอนเทนต์ไวรัล และคำถามเรื่องมารยาทนักท่องเที่ยวในยุคโซเชียล

user avatar
Ornicha.M (Kiw)·2025-11-18T03:48Z
点赞
“แจ็ค แปปโฮ” ถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น – ดราม่าคอนเทนต์ไวรัล และคำถามเรื่องมารยาทนักท่องเที่ยวในยุคโซเชียล

ยุคนี้ใครไม่เคยเปิดมือถือแล้วหลงเข้าไปในหลุมดำ “คลิปสั้น + ดราม่า” น่าจะมีไม่กี่คน… ตื่นมากะจะเช็กงาน 5 นาที กลายเป็นดูดราม่าอินฟลูเอนเซอร์ไปครึ่งชั่วโมงแบบงง ๆ

หนึ่งในเคสที่เดือดบนโซเชียลช่วงนี้คือคลิปของ “แจ็ค แปปโฮ” ถอดเสื้อเต้นบนหลังคารถที่ญี่ปุ่น หน้าร้าน Lawson วิวภูเขาไฟฟูจิ ที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงแบบไฟลุก ทั้งเรื่อง มารยาทนักท่องเที่ยว, เส้นแบ่งระหว่างความฮากับความไม่เหมาะสม, ไปจนถึงการออกมาเคลื่อนไหวของเจ้าตัวและภรรยา

c6d37a65-5fd4-4f35-9f0f-495494785ec1.webp

ใครคือ “แจ็ค แปปโฮ” และคลิปถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่นคืออะไร?

แจ็ค แปปโฮ เป็นอินฟลูเอนเซอร์–ยูทูบเบอร์สายฮาชื่อดัง มีแฟนคลับติดตามหลักล้านบนโซเชียล (แค่ในเฟซบุ๊กก็ราว ๆ 6.4 ล้านคน) ทำคอนเทนต์แนวตลกขบขัน ป่วน ๆ มีเอกลักษณ์คือความเกรียนที่หลายคนมองว่า “เป็นลายเซ็น” ของเขาเอง

กรณีล่าสุดที่กลายเป็นดราม่าหนัก คือคลิปที่แจ็ค:

  • ถอดเสื้อ

  • ขึ้นไปยืนเต้นบน หลังคารถตู้

  • บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ Lawson สาขาฟูจิคาวากุจิโกะ (จุดยอดฮิตถ่ายรูปคู่ภูเขาไฟฟูจิ)

  • ทำคอนเทนต์แบบสนุกสุดเหวี่ยง

พอคลิปถูกโพสต์ลงโซเชียล ก็กลายเป็นดราม่าทันที มีทั้งคนขำ คนมองว่าฮาดีตามสไตล์แจ็ค และอีกจำนวนไม่น้อยที่มองว่าเป็น พฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะของต่างประเทศ และอาจกระทบภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยด้วย

ดราม่าเริ่มลาม: จากคลิปตลกสู่คำถามเรื่อง “ความรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์”

หลายคนอาจมองว่า “ก็แค่เต้นเล่นบนรถ สนุก ๆ เอง”
แต่บริบทสำคัญคือโลเคชันและช่วงเวลา

  • พื้นที่หน้าร้าน Lawson วิวฟูจิ เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมมาก ๆ คนแน่นตลอดเวลา

  • ช่วงปีหลัง ๆ ญี่ปุ่น โดยเฉพาะแถวฟูจิคาวากุจิโกะ เจอปัญหา นักท่องเที่ยวทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ยืนถ่ายรูปบนถนน ข้ามถนนแบบเสี่ยงอันตราย หรือเกาะตามจุดต่าง ๆ เพื่อเอาช็อตสวย ๆ จนชุมชนท้องถิ่นเริ่มไม่ไหวกับมารยาทนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม

ถึงขั้นที่มีการ ติดผ้าใบ/ตาข่ายบังวิวภูเขาไฟฟูจิ ตรงหน้าร้าน Lawson เพื่อกันไม่ให้คนมาจับจองพื้นที่ถ่ายรูปแบบแออัด และลดพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดจากการแห่มาถ่ายรูปมุมดังนี้

เพราะฉะนั้น เมื่อคลิป “แจ็ค แปปโฮ ถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น” ถูกปล่อยในสถานที่ที่กำลังเป็นจุดโฟกัสของปัญหามารยาทนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ดราม่าจึงยิ่งทวีคูณ:

  • บางคนมองว่าเป็นการ “ไม่อ่านห้อง” ของครีเอเตอร์

  • บางคนห่วงว่าจะยิ่งทำให้คนญี่ปุ่นมองนักท่องเที่ยวไทยในแง่ลบ

  • หลายคนคอมเมนต์เตือนเรื่องความปลอดภัยและความเสียหายที่อาจเกิดกับรถ

กลายเป็นว่า คลิปที่ตั้งใจทำให้ “คนหัวเราะ” กลับสร้าง “บทสนทนาที่จริงจัง” เรื่อง ภาพลักษณ์และความรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์ แทน

a632fa43-93d1-498d-b249-10817b38256e.png

การเคลื่อนไหวของ “แจ็ค แปปโฮ” – ไม่ลบคลิป, ยอมรับผิด, แต่วางจุดยืนชัด

หลังดราม่าลุกลามบนโซเชียล ล่าสุดวันที่ 17 พฤศจิกายน แจ็คออกมาโพสต์ข้อความเคลื่อนไหวต่อเหตุการณ์นี้ โดยใจความสำคัญคือ:

  • เขา ยืนยันว่าจะไม่ลบโพสต์/คลิป

  • ให้เหตุผลว่าไม่ต้องการ “หนีปัญหา”

  • มองว่านี่คือ “ความผิดพลาดที่ต้องยอมรับเพื่อแก้ไขปรับปรุง”

  • พร้อมบอกชัดว่า “น้อมรับทุกคำด่า” ที่เกิดขึ้น

ถ้าดูในมุมภาพลักษณ์ นี่คือจุดยืนที่น่าสนใจมาก เพราะปกติหลายคนเวลาเจอดราม่าหนัก ๆ มักจะ:

  • ลบโพสต์เงียบ ๆ

  • หรือออกมาขอโทษแบบมาตรฐาน แล้วหายไปสักพัก

แต่เคสนี้แจ็คเลือกจะ ไม่ลบคอนเทนต์ ซึ่งตีความได้สองแบบ (แล้วแต่สายตาคนดู):

  1. มุมบวก – เขา “ยอมรับว่าตัวเองทำจริง” ไม่พยายามลบหลักฐานหรือทำเหมือนไม่เคยเกิด เป็นการยอมรับผลของการกระทำและพร้อมรับฟังคำวิจารณ์

  2. มุมตั้งคำถาม – การไม่ลบโพสต์อาจถูกมองว่าเป็นการยังใช้คอนเทนต์นั้นสร้างยอดวิวต่อ แม้รู้แล้วว่าเป็นพฤติกรรมที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก

แต่ไม่ว่าจะอ่านแบบไหน อย่างน้อยก็ทำให้เราเห็นว่า อินฟลูเอนเซอร์เองก็เริ่มเรียนรู้การ “จัดการดราม่า” ด้วยการยอมรับผิดมากขึ้น แทนการทำเป็นไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

c41d9caf-0d86-4aa8-a34d-64ea265e281d.png

เสียงจากภรรยา – มุม “หลังบ้าน” ที่สะท้อนผลกระทบของดราม่า

นอกจากแจ็คเอง ภรรยาของเขาก็ออกมาโพสต์แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์นี้เช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นอีกมุมที่ทำให้คนดู “รู้สึกจริง” มากขึ้น

ใจความที่ภรรยาพูด มีประมาณว่า:

  • ครั้งนี้ ห้ามแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ฟัง

  • มีการย้ำว่าตนเอง “ขอปกป้องตัวเองและลูก”

  • ขอร้องว่า อย่าพุ่งเป้ามาด่าลูก เพราะลูก “ไม่เกี่ยวและควบคุมพ่อไม่ได้”

  • ยอมรับว่าในคลิปที่ดูเหมือนยิ้ม เพราะกำลัง โฟกัสที่ลูก เพิ่งเปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จ และต้องจับลูกไม่ให้วิ่งตามพ่อ

  • หลังจากนี้ขอให้เรื่องหลายอย่างเป็น “เรื่องหลังบ้าน” ของครอบครัว

มุมนี้ทำให้เห็นชัดว่า พอดราม่ารุนแรงขึ้น คนที่โดนผลกระทบไม่ได้มีแค่ตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง แต่รวมไปถึงครอบครัว ลูก คนรอบข้าง ที่อาจไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำคอนเทนต์เลยด้วยซ้ำ

ในฐานะคนเสพสื่อ เราเลยอาจต้องถามตัวเองเหมือนกันว่า:

  • การตำหนิหรือวิจารณ์ “พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม” เป็นสิ่งที่ทำได้

  • แต่อย่าเผลอเปลี่ยนจาก “วิจารณ์พฤติกรรม” ไปเป็น “ทำร้ายคนในครอบครัว” หรือ “พุ่งเป้าไปที่เด็ก” เพราะนั่นคืออีกเส้นบาง ๆ ของวัฒนธรรมดราม่าในโซเชียล

วิเคราะห์ปรากฏการณ์: เมื่อคอนเทนต์ไวรัลชนกับ “มารยาทนักท่องเที่ยว” และภาพลักษณ์ประเทศ

ดราม่า แจ็ค แปปโฮ ถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนหนึ่งคน แต่เป็นเคสที่สะท้อนหลายอย่างในยุคโซเชียล

1. เส้นบาง ๆ ระหว่าง “คอนเทนต์ฮา” กับ “การไม่เคารพพื้นที่”

ในสายตาแฟนคลับ คลิปแนวนี้อาจจะเป็น “งานประจำ” ของแจ็คอยู่แล้ว
แต่พอเปลี่ยนจากถนนบ้านเราไปเป็นพื้นที่ของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่จริงจังเรื่องมารยาทสาธารณะอย่างญี่ปุ่น การกระทำเดิม ๆ เลยถูกตีความต่างออกไปทันที

  • คนดูต่างชาติอาจไม่ได้เข้าใจบริบท “ความฮาแบบไทย ๆ”

  • แต่จะเห็นแค่ “นักท่องเที่ยวปีนรถ เต้น ถอดเสื้อ ในพื้นที่สาธารณะ”

นี่คือปัญหาใหญ่ของคอนเทนต์ยุคที่ทุกอย่างถูกเผยแพร่ “แบบข้ามประเทศ” โดยอัตโนมัติ

2. อินฟลูเอนเซอร์ = คนธรรมดาที่มี “พลังขยายอิมแพกต์”

อินฟลูเอนเซอร์ยังคงเป็น “คนธรรมดา” ที่ทำผิดพลาดได้เหมือนทุกคน
แต่ความต่างคือ ทุกการกระทำมีอิมแพกต์ขยายหลายเท่า เพราะ:

  • คนติดตามเป็นล้าน

  • คลิปถูกแชร์ไปเร็วมาก

  • สื่อกระแสหลักหยิบไปนำเสนอซ้ำ

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เคยเป็น “แค่เล่น ๆ” ระหว่างเพื่อน อาจกลายเป็น “ตัวอย่างของนักท่องเที่ยวไทย” ในสายตาคนอีกประเทศหนึ่งได้เลย

3. ดราม่า = พื้นที่เรียนรู้ (ถ้าเราเลือกใช้มันแบบนั้น)

ในอีกมุมหนึ่ง ดราม่าครั้งนี้กลายเป็นบทเรียนสาธารณะที่น่าคิด:

  • สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ – วางแผนคอนเทนต์ต่างประเทศต้องคิดรอบด้านกว่าปกติ

  • สำหรับคนดู – การวิจารณ์อย่างมีสติ สำคัญไม่แพ้การตามดราม่าให้ทัน

  • สำหรับสังคม – เราได้คุยกันจริงจังเรื่อง “มารยาทนักท่องเที่ยว” มากขึ้น

แจ็กแปปโฮ

เทรนด์ “ดราม่านักท่องเที่ยวไทย” ในญี่ปุ่น – เรื่องที่เราควรจับตา

ถัดจากคลิปนี้ ถ้ามองภาพกว้างจะเห็นว่า ญี่ปุ่นกำลังเข้มเรื่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในจุดฮิตอย่างฟูจิคาวากุจิโกะ

  • มีการ บล็อกวิวภูเขาไฟฟูจิจากหน้าร้าน Lawson ด้วยผ้าใบสีเข้ม เพื่อกันคนมามุงถ่ายรูปจนล้นถนน

  • ชาวบ้านในพื้นที่ให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่ารู้สึกอึดอัดกับมารยาทบางอย่างของนักท่องเที่ยว เช่น ข้ามถนนไม่ดูรถ, ทิ้งขยะ, ปีนป่ายในที่ห้ามขึ้น

ดังนั้น เคสของแจ็ค แปปโฮ จึงไม่ได้โดดเดี่ยว แต่ถูกโยงเข้ากับภาพใหญ่ของคำว่า “bad tourist manners” ได้ง่ายมาก

ในมุมคนเดินทาง นี่คือสัญญาณเตือนว่า:

ต่อให้เราไปในฐานะ “คนดูแลตัวเองดี” แค่ไหน แต่ถ้าคนไทยบางส่วนทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่เดิม ๆ ซ้ำ ๆ ภาพรวมของ “นักท่องเที่ยวไทย” ก็อาจถูกเหมารวมได้อยู่ดี

สรุป: “แจ็ค แปปโฮ ถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น” – ดราม่าที่เกินกว่าแค่คำว่าเล่นใหญ่

ถ้ามองแบบผ่าน ๆ นี่อาจดูเป็นแค่คลิปหนึ่งของอินฟลูเอนเซอร์สายหลุดโลก
แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ดราม่านี้ทำให้เราได้คิดหลายเรื่องพร้อมกัน:

  1. อินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่แค่คนทำคลิปฮา แต่ทุกการกระทำมีผลต่อภาพลักษณ์กลุ่มคนหรือประเทศได้

  2. มารยาทนักท่องเที่ยวในต่างแดนสำคัญจริง ๆ โดยเฉพาะในสถานที่ที่ชุมชนท้องถิ่นเริ่มไม่ไหวกับพฤติกรรมบางแบบ

  3. การที่แจ็คออกมาบอกว่า “ไม่ลบคลิป แต่ยอมรับว่าผิด และน้อมรับทุกคำด่า”

    เป็นทั้งสัญญาณของความพยายามรับผิดชอบ

    และเป็นจุดที่สังคมกำลังจับตาดูว่า “จะปรับเปลี่ยนจริงไหม”

  4. เสียงของภรรยา ทำให้เห็นมุมหนึ่งว่า ดราม่าบนจอ = เรื่องจริงในครอบครัว ที่คนรอบข้างต้องรับแรงกระแทกไปพร้อมกัน

สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ:

  • แจ็ค แปปโฮ จะปรับรูปแบบคอนเทนต์ท่องเที่ยวอย่างไร

  • แบรนด์/สปอนเซอร์จะมองเคสนี้แบบไหนในระยะยาว

  • สังคมออนไลน์ไทยจะเรียนรู้เรื่อง “วิจารณ์อย่างมีสติ” มากขึ้นหรือไม่

ในฐานะคนเสพสื่อ เราอาจไม่จำเป็นต้อง “ไม่ดูอะไรที่มีดราม่าเลย”
แต่ดูแล้ว คิดต่อ ว่าเหตุการณ์นี้สอนอะไรเราได้บ้าง เช่น
เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ เราจะทำตัวแบบไหนให้ทั้งสนุก ทั้งเคารพเจ้าบ้าน และไม่ไปสร้างปัญหาให้ใครในระยะยาว

ดราม่าอาจมาแล้วไป แต่ “ภาพจำ” และ “พฤติกรรม” ของเรา… อยู่กับเราไปอีกนานเลยนะ 😊

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ลองนึกภาพอยู่ดี ๆ ฟีดโซเชียลก็ลุกเป็นไฟเพราะประกาศใหญ่ “Girl Crush กำลังถูกสร้างเป็นอนิเมะ!”เอ้า! แฟนมังงะ แฟน K-Pop แฟนสายไอดอล สายดูอนิเมะแนวเพลง ทุกคนรวมตัวกันกรี๊ดพร้อมเพรียงได้เลย เพราะนี่คือครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในโลกอนิเมะ ที่หยิบโทน K-
Girl Crush มังงะแนวดนตรี K-Pop ประกาศสร้างอนิเมะ! เตรียมระเบิดพลังไอดอลบนหน้าจอ
ลองนึกภาพตัวเองในหนึ่งวันเช้าเปิด TikTok หรือ Reels ดูคลิป 15–30 วินาทีเพลิน ๆ ระหว่างแต่งตัวกลางวันดู YouTube Shorts ตอนพักกินข้าวตกดึกกดเข้า Netflix / YouTube ยาว ๆ ดูซีรีส์ 1 ตอน หรือวิดีโอ 40 นาทีขึ้นไปสุดท้ายเวลาหายไปเป็นชั่วโมง… แต่หม
คอนเทนต์แบบสั้น vs ยาว: ใครกำลังชนะในปี 2025?
ในโลกของวิดีโอเกม มีตัวละครมากมายที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย แต่มีเพียงไม่กี่ตัวที่สามารถ “ข้ามผ่านกรอบของเกม” แล้วกลายเป็นไอคอนวัฒนธรรมป๊อประดับโลก และหนึ่งในนั้นคือ Lara Croft นักผจญภัยสาวจากซีรีส์ Tomb Raiderและล่าสุด เธอได้สร้างประวั
Lara Croft จารึกสถิติโลกครั้งใหม่! ตัวเอกหญิงที่ขายดีที่สุด และขึ้นปกนิตยสารเกมมากที่สุดตลอดกาล