เครื่องปริ้นคืออะไร เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ใช้งานได้ตรงใจ

ถ้าย้อนกลับไปสักสิบกว่าปี เครื่องปริ้นถือเป็นอุปกรณ์สำนักงานที่ดู “หรูหรา” หน่อย ใครมีไว้ใช้ที่บ้านถือว่าจริงจังกับงานมาก แต่ในยุคปัจจุบัน เครื่องปริ้นหรือเครื่องพิมพ์ (Printer) ได้กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์จำเป็นแทบทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เพราะเราต้องพิมพ์เอกสาร รายงาน ใบเสนอราคา หรือแม้แต่ภาพถ่ายสวย ๆ ออกมาใช้งานจริง
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ “เครื่องปริ้น” คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงข้อมูลดิจิทัลบนหน้าจอ เช่น เอกสาร ภาพ หรือไฟล์ PDFให้กลายเป็นสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้จริงบนกระดาษหรือวัสดุอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องปริ้นก้าวหน้าอย่างมาก มีให้เลือกหลากหลายแบบ แต่ละแบบก็มีจุดเด่น จุดต่าง และเหมาะกับงานที่ไม่เหมือนกัน
ต่อไปเรามาดูว่าเครื่องปริ้นที่นิยมใช้กันมีแบบไหนบ้าง และแต่ละแบบเหมาะกับใคร
เครื่องปริ้นประเภทต่าง ๆ
เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท (Inkjet Printer)
นี่คือประเภทที่เราพบได้บ่อยที่สุดในบ้านและสำนักงานทั่วไป เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทใช้หลักการพ่นหมึกขนาดเล็กลงบนกระดาษ เพื่อสร้างภาพหรือข้อความ มีข้อดีคือคุณภาพงานพิมพ์สูง โดยเฉพาะภาพสี ภาพถ่าย หรือเอกสารที่ต้องการความละเอียดและสีสันสวยงาม
ข้อดี:
-
คุณภาพการพิมพ์สูง รายละเอียดคมชัด
-
รองรับการพิมพ์ภาพถ่ายได้ดี
-
ราคาตัวเครื่องเริ่มต้นไม่แพง
-
รุ่นใหม่ ๆ มักมาพร้อมระบบ “แท็งก์หมึก” ช่วยลดต้นทุนต่อแผ่นได้มาก
ข้อควรระวัง:
-
ถ้าไม่ใช้งานบ่อย หัวพิมพ์อาจแห้งได้
-
ความเร็วในการพิมพ์มักช้ากว่าเครื่องเลเซอร์
เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพิมพ์ภาพ งานสี หรืองานเอกสารทั่วไปในปริมาณไม่มาก เช่น นักเรียน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ใช้ในบ้าน
เครื่องปริ้นเลเซอร์ (Laser Printer)
อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสำนักงาน เครื่องปริ้นเลเซอร์ใช้ “ผงหมึก” หรือโทนเนอร์แทนหมึกเหลว ทำงานด้วยเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ยิงบนดรัม เพื่อสร้างภาพก่อนถ่ายลงบนกระดาษ จุดเด่นคือพิมพ์เร็วมาก และตัวอักษรคมกริบ
ข้อดี:
-
ความเร็วสูง พิมพ์ได้ต่อเนื่องในปริมาณมาก
-
ตัวอักษรชัด เหมาะกับเอกสารทางธุรกิจ
-
ผงหมึกไม่แห้งแม้ไม่ได้ใช้นาน
-
รุ่นใหม่มีทั้งขาว–ดำ และสีให้เลือก
ข้อควรระวัง:
-
ราคาตัวเครื่องสูงกว่าแบบอิงค์เจ็ท
-
ต้นทุนเปลี่ยนตลับหมึกอาจสูงในบางรุ่น
-
พิมพ์ภาพสีไม่สวยเท่าอิงค์เจ็ท
เหมาะสำหรับสำนักงานที่ต้องพิมพ์งานเอกสารจำนวนมาก เช่น ใบเสร็จ รายงาน หรือสัญญา
เครื่องปริ้นพกพา (Portable Printer)
เทคโนโลยีใหม่ที่ตอบโจทย์คนทำงานนอกสถานที่ เครื่องปริ้นพกพามีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา บางรุ่นใช้แบตเตอรี่ในตัว หรือชาร์จผ่าน USB ได้ เหมาะกับนักเดินทาง ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของร้านที่ต้องออกใบเสร็จหน้างาน
ข้อดี:
-
น้ำหนักเบา พกพาง่าย
-
บางรุ่นพิมพ์ผ่านสมาร์ทโฟนหรือบลูทูธได้
-
เหมาะกับการพิมพ์เอกสารสั้น ๆ หรือสลิป
ข้อควรระวัง:
-
ราคาต่อแผ่นสูงกว่ารุ่นตั้งโต๊ะ
-
ความละเอียดและความเร็วอาจจำกัด
เครื่องปริ้นผ่านโทรศัพท์ (Smartphone Printer / Photo Printer)
เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนรักภาพถ่าย เพราะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนโดยตรงผ่าน Wi-Fi หรือ Bluetooth แล้วพิมพ์ภาพออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์
ข้อดี:
-
ใช้งานง่าย เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทันที
-
พิมพ์ภาพถ่ายขนาดเล็กคุณภาพดี
-
ดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับการพกพา
ข้อควรระวัง:
-
ขนาดกระดาษจำกัด ส่วนใหญ่พิมพ์ได้แค่ขนาด 2x3 นิ้ว หรือ 4x6 นิ้ว
-
ต้นทุนต่อภาพค่อนข้างสูง
สรุปแล้ว “เครื่องปริ้น” มีหลายประเภทและตอบโจทย์คนละแบบ ไม่มีคำว่าเครื่องไหนดีสุด มีแต่ “เครื่องไหนเหมาะกับเรา” มากกว่า
เครื่องริ้นที่ Zestbuy แนะนำ
เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อเครื่องปริ้น ปัจจัยสำคัญไม่ได้มีแค่ “ประเภท” แต่ยังรวมถึง “แบรนด์” ด้วย เพราะแต่ละค่ายมีเทคโนโลยี จุดเด่น และความคุ้มค่าต่างกัน เรามาดู 4 แบรนด์ยอดนิยมที่ครองตลาดเครื่องพิมพ์ในไทย
เครื่องปริ้น Epson
ชื่อของ Epson มักถูกพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อพูดถึงเครื่องปริ้นระบบแท็งก์หมึก (Ink Tank) เพราะพวกเขาเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่บุกเบิกเทคโนโลยีนี้ในตลาด
Epson EcoTank L3210 คือหนึ่งในรุ่นยอดนิยมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและสำนักงานขนาดเล็ก เพราะรวมทุกสิ่งที่ต้องการไว้ในเครื่องเดียว ทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสาร จุดเด่นคือระบบหมึกแท็งก์แท้ (EcoTank) ที่ช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ได้มาก หมึกหนึ่งชุดพิมพ์ได้หลายพันหน้า เหมาะกับงานปริมาณมากโดยไม่ต้องเปลี่ยนหมึกบ่อย
คุณสมบัติเด่นของ Epson L3210:
-
ฟังก์ชันครบ: พิมพ์–สแกน–ถ่ายเอกสารในเครื่องเดียว
-
ต้นทุนต่ำ: หมึกแท็งก์ความจุสูง พิมพ์ขาว–ดำได้กว่า 4,500 หน้า
-
ความละเอียดสูงสุด 5,760 x 1,440 dpi
-
ความเร็วสูงสุด 33 หน้า/นาที (เอกสารร่าง)
-
พิมพ์ภาพไร้ขอบได้สูงสุดขนาด 4R
-
รับประกัน 2 ปีหรือ 30,000 แผ่น
เหมาะกับใคร:
-
ผู้ใช้ในบ้านหรือโฮมออฟฟิศ
-
นักเรียน นักศึกษา
-
ธุรกิจที่ต้องพิมพ์เอกสารหรือใบเสร็จจำนวนมาก
เรียกได้ว่า Epson เหมาะกับคนที่มองหาความ “คุ้มค่าในระยะยาว” มากกว่าความหรูหราของดีไซน์
เครื่องปริ้น Brother
Brother เป็นแบรนด์ที่เน้น “ความทน” และ “ความคุ้มค่า” มากกว่าความหวือหวา จุดแข็งของเขาคือความแข็งแรงของเครื่องและระบบโทนเนอร์ที่ใช้งานได้ยาวนาน
Brother HL-1110 เป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาว–ดำที่ขายดีต่อเนื่องหลายปี เพราะมีราคาประหยัดและเหมาะกับงานเอกสารทั่วไป
คุณสมบัติหลัก:
-
ประเภท: เลเซอร์ขาว–ดำ
-
ความเร็ว: สูงสุด 20 หน้า/นาที
-
ความละเอียด: 600 x 600 dpi
-
ถาดกระดาษ 150 แผ่น
-
ใช้โทนเนอร์ TN-1000 (พิมพ์ได้ราว 1,000 หน้า)
-
ดรัมแยกชิ้น DR-1000 (ใช้ได้ราว 10,000 หน้า)
ข้อดี:
-
ราคาถูกและทน
-
ค่าบำรุงรักษาต่ำ
-
เหมาะกับงานเอกสารล้วน ๆ
เหมาะกับใคร:
-
นักเรียน นักศึกษา
-
โฮมออฟฟิศขนาดเล็ก
-
ผู้ใช้ที่พิมพ์ขาว–ดำเท่านั้น
ถ้าเป้าหมายคือเครื่องพิมพ์ราคาคุ้ม พิมพ์เร็ว และไม่ต้องเปลี่ยนหมึกบ่อย Brother คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด
เครื่องปริ้น Canon
Canon เป็นแบรนด์ที่ผสมผสานความสวยของภาพพิมพ์กับการใช้งานที่ง่ายและราคาย่อมเยา
รุ่น Canon PIXMA TS307 เป็นตัวอย่างของเครื่องอิงค์เจ็ทราคาประหยัดที่ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้โดยตรง
คุณสมบัติหลัก:
-
การเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth
-
ฟังก์ชัน “Smartphone Copy” ถ่ายเอกสารผ่านกล้องมือถือ
-
ความละเอียด 4,800 x 1,200 dpi
-
พิมพ์ขาว–ดำ 7.7 หน้า/นาที, สี 4 หน้า/นาที
-
ถาดกระดาษ 60 แผ่น
ข้อดี:
-
ราคาย่อมเยา
-
เหมาะกับงานพิมพ์สีและภาพถ่าย
-
ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่
เหมาะกับใคร:
-
ผู้ใช้ทั่วไปในบ้าน
-
นักเรียนที่พิมพ์รายงานหรือภาพประกอบ
-
คนที่ต้องการพิมพ์ภาพจากมือถือโดยตรง
Canon จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องพิมพ์ใช้งานง่าย ภาพสีสวย แต่ไม่เน้นความเร็วสูงมากนัก
เครื่องปริ้น HP
HP ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ระดับโลกที่เด่นเรื่อง “ความสะดวก” และ “เทคโนโลยีสมาร์ท” โดยเฉพาะระบบเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ออกแบบมาดีมาก
รุ่น HP Smart Tank 580 (1F3Y2A) เป็นเครื่องมัลติฟังก์ชันที่รวมทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสารในเครื่องเดียว พร้อมระบบหมึกแท็งก์ที่ช่วยลดต้นทุนต่อแผ่นได้มาก
คุณสมบัติหลัก:
-
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Wi-Fi Direct, Bluetooth
-
ความละเอียดสูงสุด 4800 x 1200 dpi
-
ความเร็วพิมพ์ขาว–ดำ 12 หน้า/นาที, สี 5 หน้า/นาที
-
พิมพ์ไร้ขอบได้สูงสุดขนาด 8.5x11 นิ้ว
-
ถาดกระดาษเข้า 100 แผ่น
-
แนะนำปริมาณการพิมพ์ต่อเดือน 400–800 หน้า
ข้อดี:
-
รองรับการสั่งพิมพ์จากแอป HP Smart
-
ต้นทุนหมึกต่ำ
-
เหมาะกับทั้งบ้านและออฟฟิศขนาดเล็ก
เหมาะกับใคร:
-
ผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือ
-
คนที่ต้องพิมพ์เอกสารสีบ่อย
-
ธุรกิจที่ต้องการความประหยัดระยะยาว
สรุปในภาพรวม Epson เด่นเรื่องหมึกแท็งก์คุ้มค่า Brother ทนและถูก Canon เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป ส่วน HP โดดเด่นเรื่องเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและการใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้
เลือกเครื่องปริ้นแบบไหนดีให้เหมาะกับการใช้งาน
เมื่อเข้าใจแล้วว่าเครื่องปริ้นมีหลายประเภท คราวนี้มาดูกันว่า “แบบไหนถึงจะเหมาะกับเรา” เพราะการเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่า ประหยัดทั้งเงินและเวลาในระยะยาว
ใครเหมาะกับแบบไหน
- นักเรียน / นักศึกษา / ฟรีแลนซ์ / ใช้งานที่บ้าน
ถ้าเน้นพิมพ์เอกสารทั่วไป รายงาน หรือรูปภาพเป็นครั้งคราว แนะนำให้เลือกเครื่องอิงค์เจ็ทหรือแท็งก์หมึกที่มี Wi-Fi เพื่อความสะดวกในการพิมพ์จากมือถือหรือแท็บเล็ต ถ้าพิมพ์ไม่บ่อยมาก เลือกเครื่องเลเซอร์ขาว-ดำก็เพียงพอ ประหยัดกว่าและไม่ต้องกังวลเรื่องหัวพิมพ์อุดตัน
- สำนักงานขนาดเล็กหรือโฮมออฟฟิศ
ถ้าพิมพ์บ่อยขึ้น ต้องการความเร็วและต้นทุนต่อแผ่นต่ำ เครื่องแบบแท็งก์หมึก (Ink Tank) หรือเลเซอร์แบบสีถือว่าเหมาะที่สุด เพราะรองรับปริมาณงานมากกว่า และหมึกหรือโทนเนอร์คุ้มค่าในระยะยาว
- ธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่
ควรมองหาเครื่องพิมพ์ที่มี “Duty Cycle” หรือความสามารถในการพิมพ์ต่อเดือนสูง มีระบบพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ (Duplex) ถาดกระดาษขนาดใหญ่ และรองรับการเชื่อมต่อหลายเครื่องพร้อมกัน เช่น Wi-Fi และ LAN
คุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณา
ความเร็วในการพิมพ์ (Pages per Minute – PPM)
ถ้าต้องพิมพ์บ่อยหรือจำนวนมาก ควรดูค่า PPM ของเครื่อง ยิ่งสูงยิ่งพิมพ์เร็ว
คุณภาพการพิมพ์ (DPI)
สำหรับผู้ที่พิมพ์ภาพถ่ายหรือกราฟิก ควรเลือกเครื่องที่มีความละเอียดสูงกว่า 1200 DPI
การเชื่อมต่อ
เครื่องรุ่นใหม่รองรับทั้ง USB, Wi-Fi, Bluetooth และการพิมพ์จากมือถือ ถ้ามีหลายคนใช้งานร่วมกันควรเลือกแบบที่รองรับ Wi-Fi Direct หรือ Network
ต้นทุนต่อแผ่น
อย่าดูแค่ราคาตัวเครื่อง ต้องคิดถึงราคาหมึกหรือโทนเนอร์ด้วย บางเครื่องราคาถูกแต่หมึกแพง ทำให้จ่ายมากกว่าในระยะยาว
ฟังก์ชันเสริม
เช่น พิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ, สแกน, ถ่ายเอกสาร, ถาดกระดาษขนาดใหญ่ ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาและเหมาะกับงานเอกสารจริงจัง
ตัวอย่างการเลือก
-
ถ้าเน้นพิมพ์งานรายงานทั่วไป ใช้ไม่บ่อย → เลเซอร์ขาว-ดำ
-
ถ้าพิมพ์ภาพถ่ายหรือกราฟิกบ่อย → อิงค์เจ็ทคุณภาพสูงหรือแท็งก์หมึก
-
ถ้าทำงานออฟฟิศ พิมพ์ทุกวัน → เลเซอร์หรือแท็งก์หมึกขนาดกลาง-ใหญ่
-
ถ้าเดินทางบ่อย → เครื่องปริ้นพกพา (Portable Printer)
ราคาเครื่องปริ้นและความคุ้มค่า
หลายคนมองแค่ราคาตัวเครื่อง แต่ “ต้นทุนจริง” ของเครื่องปริ้นอยู่ที่ค่าหมึกและการบำรุงรักษา
ช่วงราคาทั่วไป
-
อิงค์เจ็ททั่วไป: เริ่มต้นประมาณ 2,000–4,000 บาท
-
แท็งก์หมึก (Ink Tank): ประมาณ 4,000–8,000 บาท
-
เลเซอร์ขาว-ดำ: ประมาณ 3,000–7,000 บาท
-
เลเซอร์สี: เริ่มต้น 7,000 บาทขึ้นไป
-
เครื่องพกพา: ประมาณ 4,000–6,000 บาท
ต้นทุนหมึกและการบำรุงรักษา
-
เครื่องอิงค์เจ็ท: ราคาหมึกสูง แต่ภาพสวย เหมาะกับพิมพ์ภาพหรือเอกสารสี
-
เครื่องแท็งก์หมึก: เติมหมึกได้ ต้นทุนต่อแผ่นต่ำสุด เหมาะกับผู้ใช้ที่พิมพ์เยอะ
-
เครื่องเลเซอร์: หมึก (โทนเนอร์) แพงกว่าในตอนซื้อ แต่ใช้ได้นาน และต้นทุนต่อแผ่นต่ำ
ความคุ้มค่าในระยะยาว
-
ถ้าพิมพ์บ่อย: ลงทุนกับเครื่องแท็งก์หรือเลเซอร์ คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
-
ถ้าพิมพ์น้อย: เครื่องเลเซอร์ขาว-ดำหรืออิงค์เจ็ทธรรมดาก็เพียงพอ
-
พิจารณาอายุการใช้งานและบริการหลังการขาย: บางแบรนด์มีอะไหล่และหมึกหาง่าย ทำให้ใช้งานได้นานกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว เครื่องปริ้นที่ดีที่สุดคือ เครื่องที่เหมาะกับพฤติกรรมของคุณเอง
ประเภทผู้ใช้ | แนะนำเครื่องปริ้น | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
ผู้ใช้ทั่วไป / นักเรียน | Inkjet หรือ Ink Tank | ราคาถูก ใช้งานง่าย พิมพ์สีได้สวย | หมึกอาจแห้งถ้าไม่ได้ใช้บ่อย |
โฮมออฟฟิศ / ฟรีแลนซ์ | Ink Tank หรือ Laser | ความเร็วสูง ต้นทุนต่อแผ่นต่ำ | ขนาดเครื่องใหญ่กว่า |
ธุรกิจขนาดกลาง–ใหญ่ | Laser สีหรือขาว-ดำ | พิมพ์เร็ว รองรับงานปริมาณมาก | ราคาสูงกว่าแต่คุ้มระยะยาว |
ผู้ที่เดินทางบ่อย | Portable Printer | ขนาดเล็ก พกพาสะดวก | ความเร็วและคุณภาพต่ำกว่าแบบตั้งโต๊ะ |
สรุป
เมื่อพูดถึง “เครื่องปริ้นที่ดีที่สุด” คำตอบไม่ได้อยู่ที่รุ่นใหม่หรือราคาแพงที่สุด แต่อยู่ที่ “เครื่องที่เหมาะกับคุณที่สุด”
ถ้าคุณพิมพ์งานเอกสารทั่วไป พิมพ์ไม่บ่อย เครื่องเลเซอร์ขาว-ดำอาจเพียงพอและคุ้มค่าที่สุด
ถ้าชอบพิมพ์ภาพถ่ายหรืองานสีสันสดใส เครื่องอิงค์เจ็ทหรือแท็งก์หมึกคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์
ส่วนคนที่ต้องพิมพ์ทุกวัน หรือทำงานในสำนักงาน เครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชันคือคู่หูที่ไว้ใจได้ในระยะยาว
ทุกเครื่องมีจุดเด่นของมัน บางรุ่นพิมพ์สวย บางรุ่นเร็ว บางรุ่นประหยัด บางรุ่นเล็กพกพาได้ง่าย ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน สิ่งสำคัญคือการรู้จักลักษณะการใช้งานของตัวเองให้ชัด ว่าคุณต้องการพิมพ์อะไร ปริมาณแค่ไหน และต้องการความสะดวกในแบบใด
ก่อนซื้อ ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า “เราใช้เครื่องปริ้นไปเพื่ออะไร?”
คำถามนี้จะช่วยตัดสินใจได้มากกว่าการดูแค่สเปกหรือราคา เพราะเครื่องที่คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่เครื่องที่ราคาถูกที่สุด แต่คือเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีที่สุด
สุดท้ายนี้ หากเลือกได้ถูก เครื่องปริ้นจะไม่ใช่แค่เครื่องมือพิมพ์เอกสาร แต่จะกลายเป็น “ผู้ช่วยประจำโต๊ะทำงาน” ที่ทำให้งานทุกอย่างของคุณลื่นไหล เรียบร้อย และคุ้มค่ากับทุกบาทที่จ่ายไปจริง ๆ
แนะนำสำหรับคุณ
ปกป้องสุขภาพจากภัยที่มองไม่เห็น ด้วยเครื่องฟอกอากาศ!
หนังสยองขวัญน่าดูปี 2025 | คลายร้อนรับซัมเมอร์นี้ 😄
การเลือกซื้อเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า: เพื่อการโกนหนวดที่สะดวก ง่าย และดีกว่าที่เคย
เตาไฟฟ้าช่วยให้คุณได้อาหารอร่อยๆ หลากหลาย เพียงคลิกเดียว
รีวิวโปรเจ็กเตอร์ Magcubic: เปลี่ยนบ้านให้เป็นโรงหนังส่วนตัว
5 นาที แก้หิว! เครื่องทำแซนด์วิช - ให้วันของคุณเต็มไปด้วยพลัง!






