เวียดนามไม่ใช่แค่ตลาดใหม่ แต่คือฐานยุทธศาสตร์ของค้าปลีกไทย
กลยุทธ์ลงทุนค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัลในเวียดนามคือการปักฐานระยะยาวผ่านศูนย์การค้าเวียดนาม ธุรกิจมิกซ์ยูส และโรงแรม เพื่อต่อยอดอีโคซิสเต็มค้าปลีกที่เชื่อมผู้บริโภค ซัพพลายเออร์ เมืองท่องเที่ยว และการค้าสองประเทศให้เป็นเครือข่ายเดียวกัน เน้นใช้โมเดิร์นรีเทลและแพลตฟอร์มมิกซ์ยูสเป็นตัวเร่งเศรษฐกิจควบคู่การสร้างงานและยกระดับสินค้าโลคอลสู่ตลาดภูมิภาค
ประเด็นสำคัญคือ กลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้เข้าเวียดนามเพื่อเก็บเกี่ยวระยะสั้น แต่กำลังวางฐานใหม่ของอำนาจต่อรองในภูมิภาค ผ่านการลงทุนสะสมในเวียดนามกว่า 49,000 ล้านบาทตลอด 15 ปี และประกาศแผนลงทุนเพิ่มรวมกว่า 116,000 ล้านบาทในระยะต่อไป นี่คือการเดิมพันระดับภูมิภาคที่สะท้อนมุมมองว่าเวียดนามจะเป็นเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญของค้าปลีกในอาเซียน เมื่อมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตได้มากกว่า 8% และมีกำลังซื้อจากประชากรกว่า 100 ล้านคน ฐานตลาดขนาดนี้ ใครครองก่อนย่อมได้เปรียบ

จากสาขาค้าปลีกสู่ Retail Ecosystem และธุรกิจมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบ
หัวใจของเกมนี้ไม่ใช่การเปิดสาขาเพิ่มอย่างเดียว แต่คือการสร้าง Retail Ecosystem แบบครบวงจรในเวียดนาม เซ็นทรัล รีเทลเริ่มจากธุรกิจค้าปลีกและขยายไปครอบคลุมฟู้ด นอนฟู้ด และพร็อพเพอร์ตี้ จนสร้างยอดขายรวมกว่า 330,000 ล้านบาทในช่วงปี 2018–2025 พร้อมจ้างงานมากกว่า 13,000 ตำแหน่ง โดย 99.5% เป็นพนักงานเวียดนาม
ทิศทางต่อจากนี้คือการต่อยอดสู่ธุรกิจมิกซ์ยูส นำศูนย์การค้าเวียดนาม โรงแรม และรีเทลมาอยู่ภายใต้โครงการเดียวกันผ่านแนวคิด Retail-Led Mixed-Use Development เพื่อเชื่อมผู้คน เมือง การท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจ กล่าวอีกแบบคือ กลุ่มเซ็นทรัลกำลังพยายามสร้าง “เซ็นทรัลเวิลด์ฉบับเวียดนาม” ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต้องแวะ เพราะศูนย์การค้าไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขายประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตในเมืองใหม่

Vietnamese Week: เวทีทดลองของซัพพลายเชนข้ามพรมแดน
หากอยากเข้าใจว่ากลุ่มเซ็นทรัลคิดเรื่องการค้าสองประเทศอย่างไร ต้องดูงาน Vietnamese Week in Thailand 2026 งานนี้จัดที่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ นำสินค้า อาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวจากเวียดนามมาพบผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวโดยตรง ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด Discover the Charm of Vietnam มีผู้ประกอบการเวียดนามมากกว่า 60 รายเข้าร่วม
จุดที่น่าสนใจคือ ผู้ประกอบการเหล่านี้ได้ออกบูทโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายกระจายสินค้าของเซ็นทรัล รีเทล ผ่านกิจกรรม Business Matching ซึ่งทำให้ซัพพลายเออร์เวียดนามเจรจากับหน่วยธุรกิจต่างๆ เพื่อเปิดทางสู่ชั้นวางสินค้าในระบบค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่ทั้งในและต่างประเทศ นี่คือการคิวเรตสินค้าเวียดนามเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของไทยอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงงานแฟร์ชั่วคราว แต่เป็นห้องทดลองซัพพลายเชนข้ามพรมแดนในโลกจริง

จากอีเวนต์สู่โครงสร้างพื้นฐานการค้าสองประเทศ
Vietnamese Week ถูกออกแบบให้มากกว่างานโปรโมตสินค้า เพราะดึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างระบบชำระเงินข้ามแดนเข้ามาอยู่ในอีโคซิสเต็มด้วย มีการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัล รีเทล กับองค์กรด้านการชำระเงินและธนาคารของเวียดนาม เพื่อส่งเสริมระบบชำระเงินข้ามแดนผ่าน VietQR Global รองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค และเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างสองประเทศ
ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติคือ ผู้บริโภคใช้จ่ายข้ามพรมแดนได้ลื่นขึ้น นักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลเรื่องเงินสดหรือค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเวียดนามก็มีช่องทางรับชำระเงินที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ สิ่งนี้สะท้อนแนวคิดว่ากลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้มองเวียดนามแยกขาด แต่กำลังสร้างสะพานโครงสร้างพื้นฐานระหว่างสองตลาด ทั้งการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ให้เชื่อมกันในระดับผู้บริโภคทั่วไปด้วย
เดิมพันระยะยาว: ใครได้ ใครเสีย ในเกมศูนย์การค้าเวียดนาม
แผนลงทุนรวมกว่า 116,000 ล้านบาทในเวียดนาม พร้อมงบลงทุนต่อเนื่องในช่วง 10–15 ปีข้างหน้า บอกชัดว่า กลุ่มเซ็นทรัลกำลังคิดเวียดนามเป็น “ตลาดบ้านรอง” ไม่ใช่แค่ต่างประเทศ นี่คือการเดิมพันว่าศูนย์การค้าเวียดนามและธุรกิจมิกซ์ยูสจะกลายเป็นเครื่องจักรทำรายได้ก้อนใหม่ที่ไม่แพ้ตลาดเดิม
ในมุมผู้บริโภค เวียดนามจะได้โครงสร้างค้าปลีกและไลฟ์สไตล์แบบใหม่ เมืองรองได้ศูนย์การค้าทันสมัย งานเพิ่มขึ้น ซัพพลายเออร์โลคอลได้ช่องทางขายกว้างขึ้นผ่านเครือข่าย Tops และช่องทางอื่น ส่วนฝั่งไทยและภูมิภาคจะได้ประโยชน์จากการค้าสองประเทศที่ลึกขึ้น ทั้งการส่งออกสินค้า การรับนักท่องเที่ยว และการลงทุนร่วมกัน คำถามจึงไม่ใช่ว่ากลุ่มเซ็นทรัลลงทุนมากไปหรือไม่ แต่คือว่า ผู้เล่นค้าปลีกไทยรายอื่นจะยอมปล่อยให้เวียดนามกลายเป็น “สนามของเซ็นทรัลเพียงรายเดียว” หรือไม่ เพราะเมื่อศูนย์การค้าเวียดนามและธุรกิจมิกซ์ยูสถูกปักหมุดครบ เกมภูมิภาคก็อาจถูกกำหนดไปแล้วครึ่งหนึ่ง






