ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีของสายตาฟิล์มอนาล็อกและจิตวิญญาณภูมิภาคใต้

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีของสายตาฟิล์มอนาล็อกและจิตวิญญาณภูมิภาคใต้
ความสนใจ|สไตล์การถ่ายภาพ

ถ่ายภาพคราฟต์ฟิล์มคือการเดินทาง ไม่ใช่แค่การเก็บภาพ

ถนนไปสู่แหลมทองคือนิทรรศการภาพถ่ายคราฟต์ฟิล์มที่ใช้ฟิล์มอนาล็อกและกระบวนการมือทั้งชุด เพื่อบันทึกภูมิทัศน์ วัดวา สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของภาคใต้ ผ่านการเดินทางคนเดียวเป็นเวลาหลายเดือน โดยช่างภาพต้องเลือกฟิล์ม ควบคุมแสง และรอช่วงเวลาที่เหมาะสมในทุกเฟรม จนภาพแต่ละใบกลายเป็นบันทึกทางอารมณ์และความทรงจำ มากกว่าจะเป็นเพียงหลักฐานทางสายตา

หัวใจของนิทรรศการนี้ไม่ใช่แค่ความงามของภาพ แต่คือการยืนยันว่า ศิลปะภาพถ่ายยังเป็นภาษาที่ช้า ลึก และต้องใช้เวลาไตร่ตรอง ในนิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ ผู้ชมไม่ได้เดินผ่านกำแพงรูป 114 ใบเฉยๆ แต่กำลังเดินเข้าไปในบันทึกชีวิตของชายคนหนึ่งที่กลับมาจับกล้องในวัย 74 ปี เพื่อมองบ้านเกิดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง การเลือกใช้ฟิล์มอนาล็อกจึงเป็นคำประกาศความเชื่อว่า “ภาพถ่าย” ยังต้องการเวลา ความอดทน และการตั้งใจ

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีของสายตาฟิล์มอนาล็อกและจิตวิญญาณภูมิภาคใต้

จากปราณบุรีถึงตากใบ: ถนนสายใต้ที่กลายเป็นสมุดบันทึก

ถนนเส้นเดียวกันจะมีความหมายต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนมอง สำหรับไชยยศ ปิ่นประดับ อดีตช่างภาพและหนึ่งในผู้ก่อตั้งนิตยสาร Phuket Bulletin นิทรรศการนี้คือการกลับมาของเขากับกล้องฟิล์ม หลังจากห่างหายจากการถ่ายรูปไปเกือบ 20 ปี เขาตัดสินใจโทรหาเพื่อนเก่าเพื่อหากล้อง Hasselblad Xpan แล้วเริ่มต้นการเดินทางที่ลากยาวกว่า 150 วัน จากปราณบุรี ประตูสู่ภาคใต้ ลงไปจนถึงเทือกเขาสันกาลาคีรีและอำเภอตากใบ

การขับรถคนเดียวข้ามคาบสมุทรจากฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยไม่ใช่ทริปท่องเที่ยว แต่เป็นภารกิจบันทึกจิตวิญญาณของแหลมทองผ่านเลนส์ฟิล์ม ภาพแต่ละใบเกิดจากการกลับไปถ่ายซ้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อรอแสงและจังหวะที่เหมาะสม แสดงให้เห็นระดับความอดทนที่หายากในยุคดิจิทัล การเลือกถ่ายภาพคราฟต์ฟิล์มจึงทำให้ถนนสายใต้กลายเป็นสมุดบันทึกหนาๆ ที่เก็บรายละเอียดของภูเขา บ้านเรือน วัดวา และผู้คนไว้อย่างอ่อนโยนแต่มั่นคง

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีของสายตาฟิล์มอนาล็อกและจิตวิญญาณภูมิภาคใต้

ฟิล์มอนาล็อกกับศิลปะภาพถ่าย: เมื่อแสงและเงาเล่าเรื่องภูมิภาค

นิทรรศการภาพถ่ายนี้เต็มไปด้วยตัวอย่างของศิลปะภาพถ่ายที่เชื่อในพลังของแสงและเงามากกว่าลูกเล่นของโปรแกรม ภาพอย่าง “กุฏิเจ้าอาวาส” วัดชลธาราสิงเห ในอำเภอตากใบ ที่สะท้อนศิลปะพื้นถิ่นสกุลช่างสายสงขลา หรือ “ศาลาพระวิหารแดง” บนเขาตังกวน สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสีแดงอันโดดเด่น ล้วนเป็นฉากหลังที่ฟิล์มอนาล็อกดึงมิติของโทน แกรน และอารมณ์ออกมาให้สัมผัสได้มากกว่ามองผ่าน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไชยยศเลือกเลนส์ไปยังมุมที่คนท้องถิ่นคุ้นตาในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สถานที่ไฮไลต์ตามคู่มือท่องเที่ยว นี่คือท่าทีของถ่ายภาพคราฟต์ฟิล์มที่เน้นการ “อยู่กับที่” มากกว่าการเก็บโลเคชั่นใหม่ๆ เขาใช้เวลาในชุมชน ฟังเรื่องเล่า และรอช่วงแสงที่พอดี ก่อนกดชัตเตอร์เพียงหนึ่งครั้งต่อเฟรม ความจำกัดของฟิล์มกลับทำให้ทุกการกดชัตเตอร์เต็มไปด้วยความหมาย และสะท้อนให้เห็นว่าศิลปะภาพถ่ายยังสามารถเป็นเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีหัวใจ

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีของสายตาฟิล์มอนาล็อกและจิตวิญญาณภูมิภาคใต้

นิทรรศการภาพถ่ายที่ชวนดูช้าๆ: ฟรี และเปิดประตูสู่แหลมทอง

สมาคมศิลป์ภูเก็จเป็นผู้จัดนิทรรศการ “ถนนไปสู่แหลมทอง” พร้อมเปิดให้ชมฟรี ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม 2569 บริเวณผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นี่ไม่ใช่แค่การจัดแสดงภาพ แต่มันคือการยื่นคำเชิญให้ผู้ชมชะลอจังหวะชีวิต แล้วใช้เวลายืนมองภาพหนึ่งใบมากกว่าสองสามวินาที

นิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ชัดเจนมากว่า ทางเลือกของสื่อก็เป็นท่าทีทางความคิด เช่นเดียวกับที่มาร์แซล พรุสต์เคยกล่าวว่า “การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การไปยังสถานที่ที่ไม่เคยรู้จัก แต่คือการมองโลกใบเดิมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป” การกลับมาใช้ฟิล์มอนาล็อกในวัย 74 ปีของไชยยศจึงไม่ใช่เรื่องย้อนยุค หากแต่เป็นคำประกาศว่าความทรงจำของภูมิภาคหนึ่งควรถูกบันทึกด้วยความตั้งใจ ความช้า และความเคารพต่อสถานที่และผู้คน

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีของสายตาฟิล์มอนาล็อกและจิตวิญญาณภูมิภาคใต้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!