ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ปรับ Pixel ให้แบตเตอรี่นานขึ้น ปิดแค่ไม่กี่ค่าได้ชั่วโมงเพิ่ม

ปรับ Pixel ให้แบตเตอรี่นานขึ้น ปิดแค่ไม่กี่ค่าได้ชั่วโมงเพิ่ม
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

ทำไมการปิดบางค่าใน Pixel ถึงช่วยยืดแบตได้หลายชั่วโมง

การยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ Pixel คือการปรับการตั้งค่าที่กินพลังงานสูงแต่ไม่จำเป็นต่อการใช้งานทุกวัน เพื่อให้ Pixel แบตเตอรี่นานขึ้น โดยเน้นปิดฟีเจอร์แสดงผลและฟีเจอร์เบื้องหลังที่ทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา โดยไม่กระทบความสามารถหลักอย่างการโทร การใช้งานโซเชียล หรือการถ่ายรูป เพราะ Android ประหยัดพลังงานได้มากหากลดการทำงานของหน้าจอและบริการที่ตื่นอยู่ตลอดเวลา

บทความนี้เหมาะกับคนใช้ Pixel ที่รู้สึกว่าแบตหมดเร็ว ต้องพกแบตสำรอง หรือชาร์จซ้ำระหว่างวัน และอยากปรับแบบทีเดียวแล้วเห็นผลทันที จากประสบการณ์ของผู้ใช้ Pixel 10 การปิดหน้าจอ Always-on display ช่วยคืนแบตได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน และเพิ่มเวลาใช้งานหน้าจอเฉลี่ยราว 1 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานมากนัก จุดสำคัญคือคุณต้องมี Pixel รุ่นใหม่หรือรุ่นที่มีฟีเจอร์ Always-on display และใช้ Android เวอร์ชันที่ยังมีเมนูนี้อยู่ เพราะขั้นตอนจะอ้างอิงเมนูเหล่านี้เป็นหลัก

ปรับ Pixel ให้แบตเตอรี่นานขึ้น ปิดแค่ไม่กี่ค่าได้ชั่วโมงเพิ่ม

รู้ก่อนลงมือ เงื่อนไขและสิ่งที่ต้องเตรียม

ก่อนจะปรับค่าเพื่อให้ Pixel แบตเตอรี่นานขึ้น ต้องเช็กบางอย่างให้พร้อมเสียก่อน อย่างแรกคือคุณต้องใช้สมาร์ทโฟน Pixel รุ่นใหม่หรืออย่างน้อยเป็นรุ่นที่มีหน้าจอ Always-on display เพราะการปิดฟีเจอร์นี้คือหัวใจของการประหยัดพลังงาน บน Android ส่วนใหญ่ที่มีฟีเจอร์นี้ ขั้นตอนการปิดจะคล้ายกัน แตกต่างกันแค่เมนูที่ผู้ผลิตจัดวางไม่เหมือนกัน

สิ่งที่ควรรู้ล่วงหน้าคือ Always-on display ถูกออกแบบมาคู่กับหน้าจอ OLED ที่ปิดพิกเซลสีดำให้ไม่กินไฟ แต่ถึงจะประหยัดแค่ไหน มันก็ยังเพิ่มการใช้พลังงานที่สะสมตลอดทั้งวันอยู่ดี ผู้ใช้ Pixel 10 คนหนึ่งทดลองปิด Always-on display แล้วพบว่าได้แบตคืนมาประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน และมีเวลาเปิดหน้าจอเพิ่มเฉลี่ยราว 1 ชั่วโมง หากคุณใช้ Pixel 11 battery life ก็มีแนวโน้มว่าจะได้ผลคล้ายกัน เพราะสถาปัตยกรรมระบบยังใกล้เคียง และ Android ประหยัดพลังงานในรูปแบบนี้บนหลายรุ่นที่รองรับฟีเจอร์ดังกล่าว

ขั้นตอนทีละข้อ ปิด Always-on display ให้แบตทนขึ้น

หัวใจของคู่มือนี้คือการปิด Always-on display ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่แสดงเวลา การแจ้งเตือน หรือวิดเจ็ตบนหน้าจอล็อกแม้จอจะดับอยู่ ฟีเจอร์นี้สะดวกแต่กินพลังงานเพิ่มทีละน้อยทั้งวัน เมื่อปิดแล้วคุณยังปลดล็อกเครื่อง ดูเวลา หรือเช็กแจ้งเตือนได้เหมือนเดิม แค่ต้องแตะหรือปลุกหน้าจอก่อนเล็กน้อย แลกกับแบตที่อึดขึ้นอย่างชัดเจนจากเคสผู้ใช้จริง

  1. เปิดแอป การตั้งค่า บนเครื่อง Pixel ของคุณผ่านไอคอนรูปเฟืองในแถบแอปหรือแถบแจ้งเตือน
  2. เลื่อนไปที่เมนู จอแสดงผล และแตะเลือกหัวข้อ Display & touch จากนั้นหาเมนู Always-on display
  3. เมื่อเข้าเมนู Always-on display ให้เลื่อนสวิตช์เพื่อปิดการแสดงผลหน้าจอแบบ Always-on ระบบจะหยุดแสดงเวลาและข้อมูลขณะหน้าจอดับ
  4. หากคุณใช้ Android เวอร์ชันเก่าบน Pixel ให้มองหาชื่อ Always show time and info แล้วปิดสวิตช์รายการนี้ ซึ่งมีผลเท่ากับการปิด Always-on display
  5. ทดสอบการเปลี่ยนแปลงโดยการล็อกหน้าจอ สังเกตว่าหน้าจอจะมืดสนิท และคุณต้องแตะหรือกดปุ่มเพาเวอร์เพื่อปลุกหน้าจอก่อนอ่านการแจ้งเตือน

ผลที่คุณควรสังเกตได้คือแบตลดช้าลง โดยเฉพาะในวันที่ไม่ได้จับโทรศัพท์บ่อย จากคำบอกเล่าหนึ่งระบุว่า การปิด Always-on display ช่วยคืนแบตประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน และเพิ่มเวลาใช้งานหน้าจอเฉลี่ยราว 1 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับการเปลี่ยนแค่สวิตช์เดียว หากหาเมนูไม่เจอ ให้ใช้ช่องค้นหาในแอป การตั้งค่า แล้วพิมพ์คำว่า always on หรือ time and info เพื่อช่วยระบุตำแหน่งเมนู

เสริมความสะดวก ใช้ปลดล็อกด้วยนิ้วจากหน้าจอดับ

ข้อกังวลของหลายคนคือเมื่อปิด Always-on display แล้วจะปลดล็อกช้าลง เพราะต้องปลุกหน้าจอก่อนทุกครั้ง ข่าวดีคือ Android รุ่นใหม่เริ่มเพิ่มตัวเลือกให้สแกนนิ้วจากหน้าจอดับได้ ทำให้คุณได้ทั้ง Android ประหยัดพลังงาน และยังปลดล็อกได้รวดเร็วใกล้เคียงเดิม เมื่อเปิดตัวเลือกนี้แล้ว ระบบจะตอบสนองต่อการแตะนิ้วบนเซ็นเซอร์ใต้จอแม้หน้าจอจะดับสนิท ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากเวลาต้องเช็กเครื่องทั้งวัน

ในการอัปเดต Android 16 QPR2 มีการเพิ่มสวิตช์ใหม่ในส่วนการตั้งค่าการสแกนนิ้วมือใต้หัวข้อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เมื่อเปิดสวิตช์นี้แล้ว Pixel จะตอบสนองต่อการสแกนนิ้วบนหน้าจอที่ปิดอยู่ทันที โดยไม่ต้องแตะเพื่อปลุกหน้าจอก่อน ประสบการณ์ใช้งานจึงใกล้เคียงสมาร์ทโฟนหลายยี่ห้อที่รองรับการปลดล็อกจากหน้าจอดับมาหลายปี การตั้งค่านี้ช่วยชดเชยความสะดวกที่หายไปจากการปิด Always-on display และทำให้การใช้งานในชีวิตจริงลื่นไหลขึ้นโดยไม่เปลืองแบตเพิ่ม

สรุป ปิดบางฟีเจอร์เพื่อแบตที่อึดขึ้นในทุกวัน

เมื่อมองภาพรวม การปิด Always-on display คือวิธีง่ายที่ช่วยให้ Pixel แบตเตอรี่นานขึ้นแบบวัดผลได้ ผู้ใช้ Pixel 10 รายหนึ่งพบว่าได้แบตคืนราว 10 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน และเพิ่มเวลาเปิดหน้าจอเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องใช้งานทั้งวันและไม่อยากพกสายชาร์จไปทุกที่ การตั้งค่าเหล่านี้ยังสอดคล้องกับแนวคิด Android ประหยัดพลังงาน ที่เน้นลดการทำงานเบื้องหลังของหน้าจอและฟีเจอร์ที่เปิดค้างทั้งวัน

จุดที่ต้องเฝ้าดูคือความคุ้นชินของตัวเอง บางคนอาจคิดถึงการเหลือบดูเวลาแบบไม่ต้องปลุกจอ แต่อีกมุมหนึ่งคือความสบายใจที่ไม่ต้องลุ้นว่าแบตจะหมดก่อนถึงบ้าน การปรับเพียงสวิตช์เดียวในเมนูจอแสดงผล รวมกับการเปิดตัวเลือกสแกนนิ้วจากหน้าจอดับในเมนูความปลอดภัย ช่วยให้คุณได้สมดุลใหม่ระหว่างความสะดวกและอายุแบต ไม่ว่าคุณจะใช้ Pixel รุ่นใดที่รองรับฟีเจอร์เหล่านี้ ขั้นตอนโดยรวมก็คล้ายกันเพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่จัดเมนูการตั้งค่าประเภทนี้ไว้ในตำแหน่งใกล้เคียงกันบน Android

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!