ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

โรงงาน BYD ไทยแตะ 1 แสนคัน เกมราคารถพลังงานใหม่กำลังเปลี่ยน

โรงงาน BYD ไทยแตะ 1 แสนคัน เกมราคารถพลังงานใหม่กำลังเปลี่ยน
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

โรงงาน BYD ไทยคืออะไร และหมุดหมาย 1 แสนคันสำคัญอย่างไร

โรงงาน BYD ไทย คือฐานการประกอบและผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง ทำหน้าที่ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดหลายรุ่นเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก โดยใช้กำลังการผลิตระดับอุตสาหกรรม พร้อมเชื่อมโยงกับเครือข่ายซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนท้องถิ่นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานและลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว

การที่โรงงาน BYD ไทยเดินสายการผลิตและก้าวถึงหมุดหมายผลิตครบ 1 แสนคัน ไม่ใช่แค่ข่าวดีของแบรนด์ แต่สะเทือนทั้งตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ เพราะนี่คือการประกาศว่าเกมไม่ได้อยู่ที่การนำเข้ารถสำเร็จรูปอีกต่อไป แต่อยู่ที่ใครสร้างฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศได้แน่นกว่า โรงงานในระยองเริ่มเดินสายการผลิตด้วยงบลงทุนกว่าหลายหมื่นล้านบาท และมีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี สายการผลิตปัจจุบันครอบคลุมรถทั้งหมด 5 รุ่น ทั้งปลั๊กอินไฮบริดอย่าง SEALION 5 DM-i SEALION 6 SEAL 5 DM-i และรถไฟฟ้าล้วนอย่าง DOLPHIN และ ATTO 3

โรงงาน BYD ไทยแตะ 1 แสนคัน เกมราคารถพลังงานใหม่กำลังเปลี่ยน

ส่วนประกอบท้องถิ่นเกิน 50% จุดเปลี่ยนต้นทุนและราคาขาย

หัวใจของการแข่งขันในยุครถยนต์พลังงานใหม่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ แต่คือต้นทุนต่อคัน ใครควบคุมได้มากที่สุดคนนั้นกุมเกม โรงงาน BYD ไทยเลือกเดินหมากด้วยการดึงส่วนประกอบท้องถิ่นเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุปทานมากกว่าครึ่ง ซึ่งแตกต่างจากยุคนำเข้ารถสำเร็จรูปที่ต้องแบกรับทั้งค่าขนส่งและภาษีนำเข้า

โรงงานในระยองใช้ชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ในประเทศรวมแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ร่วมงานกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนกว่า 266 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ 125 ราย และชิ้นส่วนกว่า 1,090 รายการผ่านการรับรองมาตรฐาน TAI แล้ว นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยๆ แต่หมายถึงการลดการพึ่งพาการนำเข้า ลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน และเปิดช่องให้ BYD ใช้กลยุทธ์กำหนดราคาที่แข่งขันได้มากขึ้นในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่

คำกล่าวที่ชวนหยุดคิดคือ โรงงาน BYD ไทยใช้ชิ้นส่วนในประเทศรวมแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จากความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายในประเทศกว่า 266 ราย เมื่อโครงสร้างต้นทุนย้ายมาอยู่ในมือในประเทศ ผู้บริโภคก็มีโอกาสเห็นราคาและโปรโมชั่นที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อตลาดเริ่มมีคู่แข่งรายอื่นต้องมาปรับเกมตาม

ความสามารถการผลิต 150,000 คันต่อปี กับผลต่อการแข่งขันในตลาด

กำลังการผลิตคืออาวุธสำคัญในสงครามราคารถยนต์พลังงานใหม่ โรงงาน BYD ไทยที่มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี แปลว่าบริษัทสามารถวางแผนผลิตทั้งเพื่อขายในประเทศและเพื่อการส่งออกได้ในปริมาณมาก เมื่อเพิ่มปริมาณผลิต ต้นทุนเฉลี่ยต่อคันก็มีแนวโน้มลดลง เปิดโอกาสให้ใช้กลยุทธ์ราคาที่ดุดันมากขึ้นในหลายเซกเมนต์

ในฝั่งแรงงาน โรงงานแห่งนี้จ้างพนักงานมากกว่า 6,000 คน โดย 95 เปอร์เซ็นต์เป็นแรงงานสัญชาติไทย และในแผนกเชื่อมมีแรงงานไทยถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแผนกสายไฟสูงถึง 99.3 เปอร์เซ็นต์ การดึงคนในประเทศเข้ามาเป็นกำลังหลัก ไม่เพียงช่วยกระจายรายได้ แต่ยังลดความเสี่ยงด้านบุคลากรในระยะยาว เพราะทักษะการผลิตอยู่กับแรงงานท้องถิ่น

ในมุมผู้เล่นรายอื่น ความสามารถการผลิตระดับนี้คือแรงกดดันชัดเจน หากผู้ผลิตรายใหม่คิดจะใช้โมเดลนำเข้าทั้งคันโดยไม่มีฐานการผลิตในประเทศ ก็ต้องรับความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงกว่า ขณะที่โรงงาน BYD ไทยเลือกจะปักหลักในระยอง สร้างฐานการผลิตและคนของตัวเอง จึงมีพื้นที่มากกว่าในการทดลองแพ็กเกจราคา รุ่นย่อย และแคมเปญต่างๆ ให้ตอบโจทย์ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ที่กำลังเปลี่ยนเร็ว

จากฐานผลิตสู่ฮับส่งออก และผลต่อทางเลือกของผู้บริโภค

โรงงาน BYD ไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตเพื่อขายในประเทศ แต่เดินเกมต่อด้วยการเป็นฐานส่งออกไปตลาดต่างประเทศ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี มียอดส่งออกสะสมกว่า 24,000 คัน คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตทั้งหมด การเป็นฮับส่งออกมีความหมายว่าโรงงานระยองต้องรักษามาตรฐานการผลิตระดับเดียวกับโรงงานอื่นของ BYD ทั่วโลก ซึ่งทางบริษัทเองก็ย้ำเรื่องมาตรฐานเดียวกันและการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเตรียมระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ Blade Battery เพื่อนำไปใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต

สำหรับผู้บริโภค การมีฐานผลิตในประเทศไม่ได้แค่ช่วยให้รถเข้ามาเร็วขึ้น แต่ยังเพิ่มความหลากหลายของเทคโนโลยี โดยเฉพาะสาย DM-i หรือปลั๊กอินไฮบริด โรงงานมีสัดส่วนการผลิต BEV ต่อ HEV PHEV อยู่ที่ราว 70 ต่อ 30 และมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนรถไฮบริดตามความต้องการตลาด ระบบ DM-i สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 80-150 กิโลเมตร เหมาะกับคนที่อยู่คอนโดหรือยังไม่สะดวกเรื่องสถานีชาร์จ และยังใช้น้ำมันได้สำหรับเดินทางไกล

ผลลัพธ์คือผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ไม่ต้องเลือกข้างสุดระหว่างรถไฟฟ้าล้วนหรือใช้น้ำมันอย่างเดียว ขณะเดียวกันเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการที่ขยายตัวกว่า 100 สาขา ช่วยลดความกังวลเรื่องบริการหลังการขาย เมื่อรวมกับฐานส่งออกและการเตรียมระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ ภาพของโรงงาน BYD ไทยจึงไม่ใช่แค่โรงงานประกอบรถ แต่คือหัวใจของยุทธศาสตร์รถยนต์พลังงานใหม่ทั้งภูมิภาค

โรงงาน BYD ไทยแตะ 1 แสนคัน เกมราคารถพลังงานใหม่กำลังเปลี่ยน

บทสรุป BYD ระยองกำลังเขียนกติกาใหม่ให้ตลาดรถพลังงานใหม่

เมื่อมองภาพรวม โรงงาน BYD ไทยในระยองกำลังเป็นตัวเปลี่ยนเกมในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ จากโรงงานที่เริ่มเดินสายการผลิตด้วยงบลงทุนระดับหลายหมื่นล้านบาท มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี ใช้ส่วนประกอบท้องถิ่นเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ และสร้างงานให้แรงงานไทยมากกว่า 6,000 คน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้เข้ามาเล่นระยะสั้น แต่กำลังปักฐานระยะยาว

สำหรับผู้ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ ข่าวดีคือการแข่งขันด้านราคาและทางเลือกจะเข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะเมื่อโครงสร้างต้นทุนโยกมาสู่การผลิตในประเทศและใช้ส่วนประกอบท้องถิ่นมากขึ้น ผู้ผลิตย่อมมีช่องให้ปรับราคาและเพิ่มรุ่นได้มากกว่าเดิม ฝั่งผู้เล่นรายอื่นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคิดเรื่องฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของตัวเองเช่นกัน หากไม่อยากถูกทิ้งห่างในสงครามรถยนต์พลังงานใหม่

คำถามที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่ว่าโรงงาน BYD ไทยจะมีผลต่อราคาตลาดหรือไม่ แต่คือเมื่อไหร่ที่เราจะเริ่มเห็นผลเต็มๆ บนป้ายราคาและจำนวนรุ่นที่วางขายในโชว์รูม และผู้บริโภคจะใช้โอกาสนี้ผลักดันให้รถยนต์พลังงานใหม่กลายเป็นตัวเลือกหลัก แทนที่จะเป็นแค่ของใหม่ในตลาดได้อย่างไร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!