จากห้างเปิดใหม่สู่ Urban Lifestyle Destination ที่คนตั้งใจมา
วัน แบงค็อก รีเทล หรือห้างสรรพสินค้า One Bangkok คือพื้นที่รีเทลใจกลางย่านสีลม–พระราม 4 ที่ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้าแบงก์คกทั่วไป แต่เป็นไลฟ์สไตล์ดีสติเนชั่นที่เชื่อมการทำงาน การพักผ่อน การกิน ดื่ม ช้อปปิ้ง และการใช้ชีวิตทุกวันเข้าไว้ในพื้นที่เดียว ผ่าน 2 โซนหลัก Parade และ The Stories ที่รวบรวมร้านค้าปลีก Bangkok ร้านอาหาร และกิจกรรมหลากหลายให้คนเมืองตั้งใจเดินทางมาสัมผัสไม่ใช่แค่มาเพื่อซื้อของเท่านั้น ตัวเลข 40 ล้านผู้มาเยือนต่อปีที่ One Bangkok Retail ทำได้ในเวลาแค่ 2 ปีไม่ใช่เพียงความสำเร็จเชิงปริมาณ แต่สะท้อนว่าคอนเซ็ปต์ Urban Lifestyle Destination ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง การเติบโตของทราฟฟิกกว่า 30% ระหว่างปีแรกกับปีที่สองแสดงให้เห็นว่าผู้คนกลับมาซ้ำ ไม่ใช่แค่ลองมาครั้งเดียวแล้วหายไป ในบริเวณที่การแข่งขันของศูนย์การค้าแน่นหนา ห้างนี้จึงเลือกเดินเกมแตกต่าง ตั้งเป้าเป็น “จุดหมายปลายทางที่ผู้คนตั้งใจมาเยือน” มากกว่าการแย่งส่วนแบ่งทราฟฟิกแบบเดิม

ตัวเลขที่เล่าเรื่องความสำเร็จ 40 ล้านคน อัตราเช่า 98% และยอดขายโต 50%
เมื่อมองผ่านแว่นธุรกิจ ตัวเลขของ One Bangkok Retail คือสัญญาณว่ากติกาค้าปลีกรุ่นใหม่กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ในย่านสีลม–พระราม 4 ห้างสรรพสินค้า One Bangkok ต้อนรับผู้มาเยือนมากกว่า 40 ล้านคนต่อปี โดยทราฟฟิกเฉลี่ยอยู่ที่ 110,000 คนต่อวัน แบ่งเท่าๆ กันระหว่างลูกค้าภายในโครงการ เช่นพนักงานออฟฟิศ ผู้อยู่อาศัย และผู้ใช้บริการโรงแรม 50% กับลูกค้าภายนอกอีก 50% ซึ่งต่างจากภาพจำศูนย์การค้าแบบเดิมที่มักพึ่งลูกค้าภายนอกเป็นหลัก อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคืออัตราการเช่าพื้นที่รีเทลที่แตะ 96% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 98% ภายในสิ้นปี แสดงให้เห็นว่าร้านค้าปลีก Bangkok มองโครงการนี้เป็นโลเคชั่นเชิงกลยุทธ์มากกว่าห้างเปิดใหม่ทั่วไป ยอดขายรวมของกลุ่มรีเทลเติบโตขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมฐานสมาชิกกว่า 300,000 คน แปลว่าลูกค้าไม่ได้แค่เดินผ่าน แต่ยอมผูกสัมพันธ์ในระยะยาวกับแบรนด์ของโครงการ คำกล่าวที่ควรถูกหยิบมาอ้างอิงคือ “วัน แบงค็อก รีเทลเป็นมากกว่ารีเทลโปรเจกต์ ด้วยอีโคซิสเต็มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนตั้งใจที่จะมา” ซึ่งสะท้อนวิธีคิดที่เน้นคุณค่าต่อผู้ใช้พื้นที่มากกว่าตัวเลขเช่าเต็มอย่างเดียว

การปั้นแพลตฟอร์ม Flagship และ Experiential Retail เพื่อดึง Gen Z และคนกลับมาซ้ำ
ความสำเร็จของ One Bangkok Retail ไม่ได้เกิดจากการเติมร้านค้าให้ครบหมวด แต่เกิดจากการเลือกบทบาทใหม่ในสมรภูมิศูนย์การค้าแบงก์คก คือการเป็นแพลตฟอร์ม Flagship Retail ที่แบรนด์อยากใช้เพื่อโชว์ของดีที่สุด ร้านหรูอย่าง Rolex Patek Philippe BOSS On Store Carnival ไปจนถึงคาเฟ่คอนเซ็ปต์ BOSS Café และโควา แบงค็อก จึงเลือกเปิดแฟลกชิปสโตร์ที่นี่ กลุ่ม Gen Z และคนเมืองที่มองหาประสบการณ์มากกว่าสินค้าได้ถูกจับเป็นเป้าหมายชัดผ่านแนวคิด Experiential Retail เช่น TECHHOUSE by Dotlife One Ultra Screens Sarapad Thai เดอะ ดิคอรัม สึทายะ บุ๊คสโตร์ Swatch Jim Thompson Jim’s Terrace The Wireless Club HarborLand และ THANN ที่ถูกออกแบบให้การแวะร้านกลายเป็นกิจกรรมใช้เวลา ไม่ใช่แค่การจับจ่าย หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สะท้อนการโฟกัสลูกค้ากลับมาซ้ำคือ “Creating Reason to Come Back” โครงการเลือกเติมโปรแกรมกิจกรรม อีเวนต์ คอนเสิร์ต เทศกาลตรุษจีน สงกรานต์ Pride และ Fandom Events กับศิลปินระดับโลกตลอด 365 วัน เพื่อให้ทุกครั้งที่ลูกค้ากลับมาเป็นประสบการณ์ใหม่ ไม่ใช่ฉากเดิมที่คุ้นจนเบื่อ

Tsutaya Bookstore และแบรนด์ใหม่คือหมุดหมายการยกระดับไลฟ์สไตล์ดีสติเนชั่น
การเดินหน้าสู่ The Next Chapter ของห้างสรรพสินค้า One Bangkok ไม่ได้หยุดที่ตัวเลขสวยบนกราฟ แต่แสดงออกผ่านการดึงแบรนด์ใหม่ที่มีบทบาทเป็นแม่เหล็กทางไลฟ์สไตล์เข้ามาเติมภาพให้ชัดขึ้น ไฮไลต์สำคัญคือ Tsutaya Bookstore ร้านหนังสือและไลฟ์สไตล์ระดับ cult-favorite จากญี่ปุ่นที่จะเปิดสาขาแรกในไทยที่อาคาร The Storeys บนถนนวิทยุ พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นสองชั้นและรวบรวมหนังสือกว่า 50,000 เล่ม พร้อมสินค้าออกแบบสไตล์มินิมอลภายใต้แนวคิด “The Waves of Wisdom” ปลายปีเดียวกัน โครงการเตรียมต้อนรับแบรนด์แฟชั่น Edikted สาขาแรกในเอเชีย HarborLand Island สวนน้ำในร่มและศูนย์เอนเตอร์เทนเมนต์คอนเซ็ปต์ใหม่ และ Nightlife Entertainment โดยกลุ่ม Tic Tac Toe รวมถึงการเสริมประสบการณ์ Dining เพิ่มขึ้น เพื่อให้ One Bangkok Retail เป็นทั้งที่ทำงาน ที่ช้อป และที่แฮงก์เอาต์ในที่เดียว การเลือกแบรนด์เหล่านี้บอกชัดว่าทิศทางของโครงการคือการยึดพื้นที่ในหัวใจคนเมืองในฐานะไลฟ์สไตล์ดีสติเนชั่น มากกว่าการแข่งเป็นห้างที่ใหญ่หรือหรูที่สุดเท่านั้น

ผลกระทบต่อชีวิตคนเมือง และบทสรุปของบทบาทใหม่ศูนย์การค้าแบงก์คก
สำหรับคนเมือง One Bangkok Retail กำลังเปลี่ยนคำจำกัดความของคำว่าศูนย์การค้าแบงก์คกจากพื้นที่ซื้อของเป็นพื้นที่ใช้ชีวิต ทุกวันนี้ลูกค้าเข้ามาใช้โครงการด้วยเหตุผลหลากหลาย ตั้งแต่การทำงานในอาคารสำนักงาน การประชุมพบปะสังสรรค์ การออกกำลังกาย การพาครอบครัวและเด็กๆ มาเดินเล่น ไปจนถึงการเป็นจุดรวมของ Pet Community ที่เปิดพื้นที่ให้คนพาสัตว์เลี้ยงมาทำกิจกรรมร่วมกัน ทราฟฟิกวันเสาร์อาทิตย์ที่หนาแน่นใกล้เคียงวันธรรมดา โดยเฉพาะครอบครัวและลูกค้าภายนอก แสดงให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้ถูกใช้แค่ในเวลางาน แต่เป็นเดสติเนชั่นสำหรับวันหยุดเช่นกัน ในเชิงภาพใหญ่ การเกิดขึ้นของ One Bangkok Retail ร่วมกับเมกะโปรเจกต์ใกล้เคียงไม่ใช่การแข่งขันแบบแพ้ชนะ แต่เป็นการผลักดันย่านสีลม–พระราม 4 สู่การเป็นเดสติเนชันใหม่ของการใช้ชีวิตคนเมือง โครงการยังมีแผนเปิดทาวเวอร์และโรงแรมเพิ่ม รวมถึงพัฒนาพื้นที่รีเทลใหม่เพื่อรองรับนวัตกรรมค้าปลีกในอนาคต หากต้องสรุปสั้นๆ ห้างสรรพสินค้า One Bangkok กำลังพิสูจน์ว่าศูนย์การค้ารุ่นใหม่จะอยู่รอดได้ ไม่ใช่ด้วยการลดแลกแจกแถม แต่ด้วยการกลายเป็น Urban Lifestyle Destination ที่คนอยากกลับมาซ้ำอย่างต่อเนื่อง







