จากซีรีส์ที่เคยถูกมองข้าม สู่สินค้าส่งออกหลักของอุตสาหกรรมเนื้อหา
ซีรีส์ไทยส่งออกคือปรากฏการณ์ที่เนื้อหาไทยตลาดโลกเติบโตจากฐานแฟนภายในประเทศไปสู่การเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมระดับภูมิภาค ผ่านซีรีส์วาย (BL/GL) และดราม่าครอบครัวที่สะท้อนความสัมพันธ์มนุษย์อย่างเข้มข้น สร้างรายได้ซีรีส์ไทยหลายมิติ ทั้งการขายลิขสิทธิ์ การตลาดแฟนด้อม และกิจกรรมพบแฟน จนกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องและสร้างภาพลักษณ์เชิงซอฟต์พาวเวอร์ให้กับประเทศผู้ผลิตในสายตาผู้ชมทั่วโลก. สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบบังเอิญ แต่เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตเอกชนที่พัฒนาตัวละครและเรื่องเล่าหลากหลาย กับภาครัฐที่พยายามเปิดพื้นที่เจรจาการค้าและขยายตลาดให้ผู้ประกอบการคอนเทนต์เข้าไปจับมือกับคู่ค้าต่างชาติ งานรวมตัวผู้ผลิตและผู้ซื้อในอุตสาหกรรมจึงกลายเป็นเวทีสำคัญที่ยืนยันว่าเนื้อหาไทยไม่ใช่แค่ความบันเทิงในบ้าน แต่เป็นสินค้าทางเศรษฐกิจที่มีคนตั้งใจเดินทางมาหา.

Thailand Content Market: เวทีที่พิสูจน์พลังซีรีส์ไทยส่งออก
งาน Thailand Content Market เป็นหลักฐานชัดเจนว่าเนื้อหาไทยตลาดโลกกำลังโตแบบมีระบบ ผ่านการรวมตัวของผู้ประกอบการ 338 บริษัท ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศ 300 ราย และต่างชาติ 38 ราย พร้อมผู้เข้าชมงานตลอด 3 วันจำนวน 6,731 คน แบ่งเป็นคนในประเทศ 5,694 คน และต่างชาติ 1,037 คน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติสวยหรู แต่คือสัญญาณว่าซีรีส์ไทยส่งออกมีดีมานด์ที่เป็นรูปธรรมจนผู้ซื้อเดินทางมาเจรจาเอง. งานถูกออกแบบให้เน้น business matching เต็มรูปแบบ และเตรียมขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มเป็น 3 ฮอลล์ในปี 2570 เพื่อรองรับผู้จัดแสดง คู่ค้า และประชาชนทั่วไปที่สนใจ การบูรณาการร่วมกับงานเจรจาลิขสิทธิ์หนังสือและสิ่งพิมพ์ยิ่งทำให้ ecosystem คอนเทนต์แข็งแรงขึ้น เพราะเปิดทางให้ซีรีส์วายและดราม่าครอบครัวที่มาจากนิยายหรือคอมิกสามารถต่อยอดได้อีกหลายชั้น ทั้งฉบับแปลและเวอร์ชันรีเมกในตลาดต่างประเทศ.
ตลาดซีรีส์วายไทย: หัวรถจักรของเนื้อหาไทยตลาดโลก
หากต้องชี้ว่าอะไรคือหัวใจของซีรีส์ไทยส่งออก คำตอบคือ “ตลาดซีรีส์วายไทย” ที่กำลังทะยานสู่ระดับหลายพันล้านบาท ‘ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม’ นายกสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทยเผยว่า ช่วงปลายปี 2568 มูลค่าอุตสาหกรรมซีรีส์วายอยู่ราว 4,900 ล้านบาท และยังเติบโต 17–18% ต่อปี จนเชื่อว่าตอนนี้ทะลุ 5,000 ล้านบาทแล้ว นี่คือประโยคที่ควรถูกขีดเส้นใต้ในทุกการประชุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์. ด้านปริมาณ ผลิตต่อปีราว 140 เรื่อง และคาดว่าปีนี้อาจแตะ 200 เรื่องเมื่อรวมซีรีส์แนวตั้งที่กำลังมาแรง ขณะเดียวกัน นายกสมาคม TBLC ระบุว่าปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ในปี 2570 เพิ่มหรือไม่ หลังมาตรการสนับสนุนในปี 2569 ใกล้สิ้นสุดลง ภาวะ “เติบโตแรงแต่เสี่ยงถูกตัดงบ” จึงทำให้ซีรีส์วายกลายเป็นสนามทดสอบแท้จริงว่า เราตั้งใจมองอุตสาหกรรมนี้เป็นเศรษฐกิจหรือปล่อยให้แรงแฟนคลับพาไปเองโดยไม่มียุทธศาสตร์.

รายได้ซีรีส์ไทยที่ซ่อนอยู่: แฟนด้อม การตลาด และกิจกรรมพบแฟน
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่ยังฝังอยู่ในสายตาคนนอกคือคิดว่ารายได้ซีรีส์ไทยมาจากการขายลิขสิทธิ์เป็นหลัก ทั้งที่ความจริงแล้ว สำหรับตลาดซีรีส์วายไทย รายได้หลักกว่า 40% ของหลายค่ายมาจากการต่อยอดทางการตลาด เช่น การจัดแฟนมีตระดมแฟนคลับ คอนเสิร์ต สินค้าทางการ และงานจ้างจากแบรนด์ในฐานะพรีเซ็นเตอร์หรือแอมบาสเดอร์ นี่คือโมเดลธุรกิจที่ใช้ “ความรักของแฟน” แปลงเป็นตัวเลขเศรษฐกิจอย่างชัดเจน. แฟนด้อมที่แข็งแรงทำให้ศิลปินจากซีรีส์วายและดราม่าครอบครัวสามารถเดินทางจัดกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างแดน มีแฟนบางกลุ่มถึงขั้นเรียนภาษาไทยเพื่อร้องเพลงและสื่อสารกับศิลปิน เมื่อฐานคนดูเริ่มโตขึ้น กลุ่มผู้ใหญ่ที่เคยมองซีรีส์วายว่าเป็นเรื่องของวัยรุ่นก็เริ่มตามดูจากลูกหลาน เพราะเรื่องเล่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่รักมหาวิทยาลัยอีกต่อไป แต่ขยายสู่เรื่องผี การเมือง ชีวิตมนุษย์เงินเดือน และดราม่าครอบครัว ทำให้รายได้ซีรีส์ไทยมีโอกาสปูพรมสู่หลายกลุ่มคน.

ซอฟต์พาวเวอร์จะไปต่อหรือหยุดอยู่แค่แฟนคลับ?
คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าซีรีส์ไทยส่งออกจะโตได้อีกแค่ไหน แต่คือ “ใครจะขับเคลื่อนให้ไปต่อ” ฝั่งผู้ผลิตซีรีส์วายหลายรายย้ำว่าการขยายตลาดไปต่างประเทศยังจำเป็นมาก เพราะมีจำนวนเรื่องต่อปีสูงจนคนในประเทศดูไม่ทัน แต่บางเรื่องกลับมีศักยภาพในตลาดต่างแดนและต้องการงบสนับสนุนเพื่อไปให้ถึงผู้ซื้อ จุดนี้เองที่ทำให้การสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศมีความหมาย เพราะหน่วยงานเหล่านี้เริ่มเข้าใจข้อจำกัดด้านงบประมาณของผู้ผลิตและพร้อมทำงานร่วมกันมากขึ้น. ในอนาคต งานรวมตัวอุตสาหกรรมอย่าง Thailand Content Market ที่เตรียมจัดอีกครั้งช่วงต้นกรกฎาคม 2570 พร้อมขยายพื้นที่เป็น 3 ฮอลล์และบูรณาการกับงานเจรจาลิขสิทธิ์หนังสือ จะเป็นเวทีชี้ชะตาว่าเนื้อหาไทยตลาดโลกจะถูกมองเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์ยุทธศาสตร์” หรือแค่กระแสวายและดราม่าครอบครัวที่ต้องดิ้นรนด้วยแรงแฟนคลับกันเอง สุดท้ายคำตอบขึ้นอยู่กับว่า ภาครัฐและเอกชนกล้ารับความจริงหรือไม่ว่า ซีรีส์คือเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ความบันเทิงยามค่ำคืน.







