กฎระเบียบใหม่ต่อแอปเรียกรถและเดลิเวอรี่ คืออะไร และทำไมต้องสนใจ
กฎระเบียบใหม่สำหรับแอปเรียกรถและบริการเดลิเวอรี่ออนดีมานด์ คือชุดข้อกำหนดที่หน่วยงานกำกับดูแลจัดทำขึ้นเพื่อควบคุมการเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เงื่อนไขการค้า การใช้อัลกอริทึม แอปพลิเคชัน และมาตรฐานความปลอดภัยของคนขับและยานพาหนะ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอำนาจผูกขาดของแพลตฟอร์มรายใหญ่ ป้องกันการเอาเปรียบไรเดอร์ ร้านค้า และผู้ใช้บริการ พร้อมสร้างระบบราคาที่เป็นธรรมและโปร่งใสสำหรับตลาดแอปเรียกรถ กฎระเบียบ นี้จึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคของกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตประจำวันทั้งฝั่งคนทำงานบนแพลตฟอร์มและผู้บริโภคที่ใช้บริการทุกวัน
หัวใจของการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือการยอมรับว่าเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตจนมีผลต่อโครงสร้างความเป็นอยู่จริง แต่กลับขาดกติกาที่ทันยุคดิจิทัลมานาน ผู้กำกับดูแลจึงเริ่มจากการประชุมคณะอนุกรรมการตลาดเรียกรถผ่านแพลตฟอร์มครั้งแรกของปี โดยมีมติรับเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์” พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 การตัดสินใจเปิดเวทีให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มสะท้อนว่า รัฐยอมรับว่าการกำกับแพลตฟอร์มต้องฟังเสียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่ออกกฎจากมุมมองบนหอคอยเท่านั้น
ตลาดแอปเรียกรถโตพุ่ง แต่ถูกผูกขาดแบบดูโอโพลี ใครเสียประโยชน์
การเข้มงวดแอปเรียกรถ กฎระเบียบ ครั้งนี้เกิดขึ้นบนฉากหลังของการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริการ Ride-hailing และเดลิเวอรี่หลังยุคโควิด การใช้บริการผ่านมือถือกลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค แต่การเติบโตไม่ได้หมายถึงความเป็นธรรมเสมอไป มูลค่าตลาด Ride-hailing ถูกประเมินว่าประมาณ 45,000 ล้านบาทในปี 2568 และจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 49,000 ล้านบาทในปี 2572 ขณะที่มีไรเดอร์อยู่ในระบบมากกว่า 400,000 ราย ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติสวยงาม แต่งบอกว่าชีวิตคนจำนวนมหาศาลผูกอยู่กับแพลตฟอร์มไม่กี่เจ้า
ปัญหาคือ ภายในสามปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการรายใหญ่บางรายถอนตัวออกจากตลาด ส่งผลให้เหลือผู้เล่นใหญ่เพียงสองราย เกิดโครงสร้างแบบดูโอโพลีที่ตลาดกระจุกตัวสูง เมื่ออำนาจต่อรองอยู่ในมือแพลตฟอร์มไม่กี่ราย ร้านอาหาร คนขับ และผู้ใช้แทบไม่มีทางเลือก การกำหนดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและเงื่อนไขการใช้งานจึงออกในแบบ “รับให้ได้ก็อยู่ รับไม่ได้ก็ออก” ซึ่งสะท้อนจากเรื่องร้องเรียนสะสมถึง 17 เรื่องเกี่ยวกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับและส่งอาหารนับตั้งแต่ไกด์ไลน์เดิมมีผลบังคับใช้ หากปล่อยให้โครงสร้างแบบนี้ดำเนินต่อไปโดยไร้กติกาใหม่ การผูกขาดเชิงพฤติกรรมย่อมหนักขึ้นเป็นลำดับ
แก้เกมอัลกอริทึมและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เพื่อปกป้องไรเดอร์และร้านค้า
จุดแข็งของแอปเรียกรถและแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ คืออัลกอริทึม แอปพลิเคชัน ที่จัดคิวงาน คิดราคา และดันโปรโมชันทันที แต่เมื่ออัลกอริทึมเหล่านี้ถูกใช้เพื่อบิดเบือนความเป็นธรรม ก็กลายเป็นเครื่องมือเอาเปรียบ โดยพบโครงสร้างค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) ที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม รวมถึงการบังคับใช้ระบบพ่วงงาน (Batching) ที่ให้ไรเดอร์รับงานสองร้าน ส่งสองที่พร้อมกัน แต่กลับลดค่ารอบลง นั่นคือการเพิ่มภาระงานโดยตัดรายได้ ซึ่งชี้ชัดว่ากติกาปัจจุบันเอียงข้างแพลตฟอร์ม
กฎใหม่จึงตั้งใจคุมการเรียกเก็บ GP ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชันที่ไม่เป็นธรรม พร้อมห้ามเงื่อนไขจำกัดสิทธิแบบ Exclusive Dealing และการบังคับให้ตั้งราคาเท่ากันทุกช่องทาง (Rate Parity) นอกจากนี้ยังห้ามใช้ Dark Patterns ที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด และห้ามการจัดลำดับบริการของตนเองก่อน (Self-preferencing) ที่เอื้อประโยชน์แพลตฟอร์มและพาร์ตเนอร์ฝั่งตนเองมากกว่าร้านค้าอื่น การกำกับอัลกอริทึมในลักษณะนี้คือการส่งสัญญาณว่า “โค้ด” ไม่ใช่พื้นที่ปลอดกฎ เเต่เป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผยตรรกะและรับผิดชอบต่อผลกระทบที่มีต่อรายได้และโอกาสของผู้ทำงานบนแพลตฟอร์ม
มาตรฐานความปลอดภัยและข้อมูลโปร่งใส เพื่อสมดุลสนามแข่งขัน
อีกด้านที่ถูกหยิบขึ้นมาคือมาตรฐานความปลอดภัย และความโปร่งใสของข้อมูล ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งผู้โดยสาร ร้านค้า และไรเดอร์ ข้อกำหนดใหม่วางหลักให้แพลตฟอร์มต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะและไรเดอร์ การตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ การเปิดเผยข้อมูลบริการอย่างโปร่งใส รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการบังคับใช้กฎหมาย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความเข้มงวดเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น หากออกแบบดีจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ใช้และลดช่องว่างข่าวลือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
ประเด็นสำคัญอีกข้อคือความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างรถแท็กซี่สาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวดกับรถส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม จนอาจสร้าง “สนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม” หากไม่กำหนดมาตรฐานให้รถในแพลตฟอร์มต้องแบกรับภาระบางอย่างใกล้เคียงกัน การแข่งขันย่อมไม่แฟร์ต่อผู้ประกอบการดั้งเดิม กติกาใหม่จึงมีความหมายมากกว่าแค่คุมแพลตฟอร์ม แต่เป็นการออกแบบระบบขนส่งและเดลิเวอรี่ให้ทุกฝ่ายแข่งขันบนหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เท่าเทียม และตรวจสอบได้
เวทีรับฟังความคิดเห็น: โอกาสของไรเดอร์ ร้านค้า และผู้ใช้ในการเขียนกติกา
แม้กรอบแนวคิดจะถูกวางแล้ว แต่รายละเอียดของแอปเรียกรถ กฎระเบียบ ยังเปิดให้ถกเถียง หน่วยงานกำกับเชิญชวนผู้ประกอบการ ร้านค้า ไรเดอร์ และประชาชนทั่วไปร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างข้อกำหนดผ่านเว็บไซต์และอีเมล ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569 จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สมบูรณ์ ก่อนประกาศใช้จริงภายในสิ้นเดือนกันยายน นี่คือช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่การเล่าเรื่องของผู้ทำงานตัวเล็ก ๆ สามารถส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในระยะยาว
ในมุมมองของผู้เขียน กติกาที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปล่อยให้เป็นบทสนทนาระหว่างรัฐกับทุนแพลตฟอร์มเท่านั้น คนขับที่เจอระบบพ่วงงานเอาเปรียบ ร้านอาหารที่ถูกบังคับตั้งราคาเท่ากันทุกช่องทาง และผู้ใช้ที่เคยงงกับหน้าแอปที่ใช้ Dark Patterns ล้วนควรส่งเสียงตรงไปยังเวทีรับฟังความคิดเห็น การออกข้อกำหนดมาตรฐานครั้งนี้มีโอกาสยกระดับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ คุม อำนาจผูกขาดและสร้างแบบอย่างให้กับบริการดิจิทัลอื่น ๆ ว่าสุดท้ายแล้ว อัลกอริทึมและค่าธรรมเนียมไม่ใช่เรื่องที่แพลตฟอร์มตัดสินใจฝ่ายเดียว แต่ต้องตอบต่อสังคมที่เป็นเจ้าของข้อมูลและแรงงานที่ทำให้ระบบเดินหน้า






