ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อ AI ตัดสินใจเอง มนุษย์จะยังมีคุณค่าอย่างไรในยุค Agentic AI

เมื่อ AI ตัดสินใจเอง มนุษย์จะยังมีคุณค่าอย่างไรในยุค Agentic AI
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

Agentic AI ระบบอัตโนมัติ คืออะไร และทำไมวันนี้เราต้องตั้งคำถามกับคุณค่ามนุษย์

Agentic AI ระบบอัตโนมัติ หมายถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ใช่แค่ตอบคำถามตามที่มนุษย์สั่ง แต่มีความสามารถคิดอย่างมีเหตุผล วางแผน ดำเนินการ และตัดสินใจในกระบวนการทำงานด้วยตนเอง โดยเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและข้อมูลหลากหลาย ทำงานเป็นตัวแทนมนุษย์ในงานจำนวนมาก ตั้งแต่งานหลังบ้านบนระบบดิจิทัลไปจนถึงงานบริการลูกค้า ส่งผลให้โครงสร้างแรงงานและบทบาทมนุษย์ในองค์กรต้องเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ปี 2026 ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนจากยุค Generative AI ที่เน้นแชตบอตถามตอบ ไปสู่ยุค Agentic AI ที่ลงมือทำงานได้จริงในระดับระบบอัตโนมัติเต็มตัว ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่าภายในปีเดียวกัน กว่า 40% ของแอปพลิเคชันทั่วโลกจะมี AI Agent เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการทำงาน นั่นหมายความว่าคำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่แค่ “AI ทำอะไรได้บ้าง” แต่คือ “มนุษย์จะทำอะไรให้ยังมีคุณค่าเหนือระบบอัตโนมัติเหล่านี้”

เมื่อ AI ตัดสินใจเอง มนุษย์จะยังมีคุณค่าอย่างไรในยุค Agentic AI

Human of Tomorrow กรอบคิดที่ย้ำว่า AI ต้องอยู่ใต้การควบคุมของมนุษย์

งานสัมมนาเทคโนโลยี KBTG Techtopia จัดต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ ภายใต้แนวคิด Human of Tomorrow มีผู้เชี่ยวชาญและผู้นำความคิดจากภาครัฐ ธุรกิจ และเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 80 คนขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีหลักสามเวที จากงานที่เริ่มต้นด้วยผู้เข้าร่วมเพียงหลักร้อย วันนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมหลักพันคน สะท้อนว่ากระแส มนุษย์ยุค AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป จุดยืนที่ชัดเจนคือปรัชญา Human‑First x AI‑First ที่ระบุว่าเทคโนโลยีต้องขับเคลื่อนบนฐานคุณค่า ศักยภาพ และความสุขของมนุษย์ ไม่ปล่อยให้ AI กลายเป็นผู้ตัดสินใจสูงสุดในเรื่องที่กระทบตัวตนคนทำงาน จึงเกิดแนวคิด AI Governance กรอบการควบคุม ที่จัดการตั้งแต่คุณภาพข้อมูล การกำหนดให้มี Human‑in‑the‑loop ในระบบความเสี่ยงสูง ไปจนถึงแพลตฟอร์มควบคุมอย่างระบบประเมิน AI และ Guardrail ที่ดูแลไม่ให้ Agent ทำงานหลุดกรอบนโยบายองค์กร คำพูดที่น่าจดจำจากเวทีนี้คือ “การเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ AI Native Enterprise ไม่ได้เป็นเรื่องของเทคโนโลยีโดดๆ แต่ต้องมีระบบกำกับดูแลและการพัฒนาคนไปพร้อมกัน”

เมื่อ AI ตัดสินใจเอง มนุษย์จะยังมีคุณค่าอย่างไรในยุค Agentic AI

AthenaMind และ Digital Workforce ตัวอย่างจริงของการใช้ Agentic AI โดยไม่ลดทอนความเป็นมนุษย์

หากจะหาตัวอย่าง AI Native Company ที่ไม่ได้ปล่อยให้ AI ขึ้นมามีอำนาจเหนือมนุษย์ การพัฒนา Digital Workforce ภายในองค์กรที่ใช้แพลตฟอร์ม Multi‑Agent อย่าง AthenaMind คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจ แพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาให้ Agent หลายรูปแบบทำงานร่วมกับพนักงานในกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่การช่วยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ปรับปรุงขั้นตอนภายใน ไปจนถึงงานวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีรูปแบบ Agent เตรียมไว้ถึง 24 รูปแบบและมีการใช้งานจริงจากพนักงานมากกว่า 90% ของทั้งองค์กร จุดที่สำคัญคือ Agent ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่พนักงาน แต่เพื่อทำให้ Digital Workforce มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเป้าหมายลดต้นทุนการดำเนินงาน 15% ภายในปี 2028 ขณะเดียวกันยังมีระบบ AI Playground ให้คนลองใช้เครื่องมือใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ระบบประเมิน AI และ Guardrail คอยตรวจสอบไม่ให้ Agent ทำงานนอกกรอบนโยบาย ท่าทีแบบนี้คือการยืนยันว่าองค์กรที่ใช้ Agentic AI ระบบอัตโนมัติอย่างเข้มข้น ยังสามารถรักษาพื้นที่การตัดสินใจมนุษย์ไว้ในจุดที่สำคัญต่อคุณค่าทางธุรกิจและความเสี่ยงทางสังคม

เมื่อ AI ตัดสินใจเอง มนุษย์จะยังมีคุณค่าอย่างไรในยุค Agentic AI

มนุษย์ยุค AI ต้องอัปสกิลอะไร เพื่อไม่ให้ถูกลดบทบาทเหลือแค่ผู้กดปุ่ม

บนเวที Human of Tomorrow มีการพูดถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงประวัติศาสตร์ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งจนถึงการมาถึงของ ChatGPT ซึ่งเปิดยุค AI อย่างเต็มตัว สิ่งที่สรุปได้จากทุกวิกฤตคือ มนุษย์ที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่คือคนที่สร้าง Resilience ฟื้นตัวได้เร็วและเรียนรู้ที่จะทำงานใหม่ในบริบทใหม่ นั่นทำให้คำว่า Reskill กลายเป็นหัวใจของ มนุษย์ยุค AI ที่กำลังเข้าสู่ช่วงแรงงานเกือบ 39% ต้องการเรียนทักษะใหม่ภายในปี 2030 ภายในองค์กรการเงินที่มีการใช้ AI หลากหลาย ทั้งถามตอบข้อมูลภายใน ให้คำปรึกษาลูกค้ากลุ่มต่างๆ ประมวลผลเอกสารและเสียง ความต้องการแรงงานไม่ได้ลดลง แต่ถูกย้ายไปสู่บทบาทที่ ทักษะที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น การออกแบบกระบวนการให้มี human‑in‑the‑loop ตรวจสอบความถูกต้อง การตีความบริบทซับซ้อนของลูกค้า การสร้างสรรค์บริการใหม่ที่ตอบโจทย์ทางอารมณ์ และการเชื่อมประสานคนหลายฝ่ายให้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านร่วมกับ AI ดังนั้น คนทำงานที่ยังพยายามยึดงานเดิมที่ซ้ำๆ เป็นหลัก กำลังเสี่ยงถูกลดบทบาทเหลือเพียงผู้ตรวจงานขั้นสุดท้าย โดยที่คุณค่าทางความคิดและหัวใจไม่ถูกนำมาใช้เต็มศักยภาพ

เมื่อ AI ตัดสินใจเอง มนุษย์จะยังมีคุณค่าอย่างไรในยุค Agentic AI

จากกรอบ 5D ถึงงานใหม่รอบ AI Governance มนุษย์จะชนะได้ด้วยความละเอียดและหัวใจบริการ

ในระดับเศรษฐกิจมหภาค มุมมองเรื่อง Future Arenas บอกเราว่าการแข่งขันของธุรกิจในโลกยุค AI ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ด้านเทคโนโลยี แต่ซ้อนทับกับภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ประชากรสูงวัย และโครงสร้างดิจิทัล เฟรมเวิร์ก 5D ที่ถูกเสนอออกมาประกอบด้วย De‑dependence ลดการพึ่งพาตลาดเดิม กระจายความเสี่ยงผ่าน FTA ใหม่ Diversification ขยายรายได้สู่ธุรกิจ SME Decarbonization ปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม Demographic รองรับภาวะประชากรลดลง และ Digital & Technology ที่ธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน ในโลกแบบนี้ งานใหม่รอบ AI Governance กรอบการควบคุม จะเติบโตทั้งด้านกำกับดูแลความเสี่ยง การตัดสินใจเชิงจริยธรรม และการตอบโจทย์กฎหมายยุคใหม่ที่ต้องรองรับประเด็นความเป็นเจ้าของข้อมูล การใช้ AI ในการตัดสินใจเครดิต และการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกัน งานบริการลูกค้าที่ต้องการการสัมผัสใกล้ชิด หรือ high‑touch customer experience จะสำคัญขึ้น เพราะยิ่งระบบ Agentic AI ระบบอัตโนมัติทำงานเบื้องหลังมากเท่าไร ลูกค้ายิ่งต้องการมนุษย์ที่อธิบาย ตีความ และรับผิดชอบผลของการตัดสินใจเหล่านั้น

เมื่อ AI ตัดสินใจเอง มนุษย์จะยังมีคุณค่าอย่างไรในยุค Agentic AI

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!