ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

มนุษย์ของวันพรุ่งนี้ เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจเองได้

มนุษย์ของวันพรุ่งนี้ เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจเองได้
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

Agentic AI คืออะไร และทำไมบทบาทมนุษย์ต้องเปลี่ยน

Agentic AI คือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้รอให้มนุษย์สั่งงานทีละคำสั่ง แต่สามารถวางแผน ให้เหตุผล ตัดสินใจ และลงมือทำงานบางส่วนได้เองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ AI เคลื่อนจากการเป็นเครื่องมือช่วยตอบคำถาม ไปสู่การเป็นแรงงานดิจิทัลที่ร่วมทำงานในกระบวนการเดียวกับมนุษย์ และบังคับให้เราต้องนิยามใหม่ว่างานใดคือหน้าที่ของเครื่อง และงานใดคือพื้นที่ที่มนุษย์ต้องรับผิดชอบด้วยหัว ใจและวิชาชีพ

การเปลี่ยนผ่านสู่ Agentic AI ชัดเจนขึ้นในปีนี้เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือที่รอรับคำสั่ง ไปสู่ Agent ที่วางแผน ให้เหตุผล และลงมือทำบางอย่างได้ด้วยตัวเอง ปี 2026 จึงถูกมองว่าเป็นปีที่เราก้าวผ่านยุค Generative AI หรือ Chatbot ถามตอบทั่วไป ไปสู่ยุค Agentic AI แบบเต็มตัว ในภาพใหม่นี้ Agentic AI บทบาท หลักคือรับภาระงานซ้ำซาก งานเชิงขั้นตอน และการประมวลผลข้อมูลปริมาณมาก ปล่อยให้มนุษย์ยุค AI ขยับไปทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ กลยุทธ์ และความเข้าใจคนมากกว่าเดิม

มนุษย์ของวันพรุ่งนี้ เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจเองได้

Human-First philosophy จากเวที Human of Tomorrow

คำถามใหญ่เรื่องมนุษย์จะยืนตรงไหนในยุค Agentic AI ถูกดันขึ้นมาเป็นวาระหลักในงานสัมมนาเทคโนโลยีประจำปีครั้งที่ 4 ภายใต้ธีม Human of Tomorrow ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานนี้เติบโตจากผู้ร่วมหลักร้อยสู่ผู้ลงทะเบียนหลักพันสะท้อนว่าความเปลี่ยนแปลงด้าน AI กำลังถูกจับตาอย่างจริงจัง

แก่นสำคัญคือแนวคิด Human-First x AI-First ที่ย้ำว่าท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี คุณค่า ศักยภาพ และความสุขของมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการกำหนดทิศทางของอนาคต ไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีมาแทนที่ตัวตนของมนุษย์ แนวคิด Human-First philosophy แบบนี้ไม่ใช่สโลแกนสวยงาม แต่คือกรอบที่บอกชัดว่า งานที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น การคิดความหมายของผลิตภัณฑ์ การออกแบบประสบการณ์คนใช้ หรือการรับผิดชอบผลลัพธ์ต่อสังคม ต้องยังนำโดยมนุษย์ ส่วนงานที่เป็นธุรการ วนซ้ำ ตรวจเช็กข้อมูล ควรถูกผลักไปให้ Agentic AI ทำแทน

มนุษย์ของวันพรุ่งนี้ เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจเองได้

จากเครื่องมือสู่เพื่อนร่วมงาน: Multi-Agent Platform และ Digital Workforce

ถ้า Agentic AI เป็นเพียงของเล่นทดลองในห้องแลบ เราอาจยังไม่ต้องคิดบทบาทใหม่ของมนุษย์มากนัก แต่ตัวอย่างจริงของการสร้าง Digital Workforce ทำให้เห็นว่าการร่วมงานคนกับ AI กลายเป็นเรื่องปัจจุบันแล้ว องค์กรหนึ่งได้ทดลองผ่านแพลตฟอร์มภายในชื่อ AthenaMind ซึ่งเป็น Multi-Agent Platform มี 7 Enterprise Agents 24 Pre-built Agents และ 401 Personal Agents พร้อมอัตราการใช้งานภายในราว 90% แสดงให้เห็นว่า AI Agent ไม่ได้ถูกใช้แบบทดลองเฉพาะกิจ แต่ถูกรวมเข้าในระบบงานประจำวันขององค์กรจริง

AthenaMind ยังถูกใช้ตลอดวงจรพัฒนาซอฟต์แวร์ ตั้งแต่ Requirement Design Development ไปจนถึง Test โดยตั้งเป้าเพิ่ม Productivity แบบ End-to-End 15% ในช่วงปี 2026 ถึง f8 อีกคำกล่าวที่น่าจดจำคือ “ภายในปี 2026 กว่า 40% ของ Application ทั่วโลกจะมี AI Agent ประกอบอยู่” เมื่อองค์กรเริ่มกลายเป็น AI Native การทำงานยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่ถามตอบกับ AI แต่คือการออกแบบกระบวนการที่คนและ Agentic AI แบ่งงานกันอย่างชัดเจน คนออกเป้า AI ลงแรง และทั้งสองฝ่ายต้องตอบโจทย์เดียวกัน

มนุษย์ของวันพรุ่งนี้ เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจเองได้

AI Governance และ Human-in-the-loop พื้นที่ที่มนุษย์ต้องไม่หายไป

เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจได้เอง คำถามที่น่ากังวลไม่แพ้เรื่องประสิทธิภาพคือ ใครรับผิดชอบถ้า AI ตัดสินใจพลาด องค์กรจึงเริ่มพูดถึงกรอบ AI Governance อย่างจริงจัง ตัวอย่างหนึ่งคือการวางองค์ประกอบหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ Data Hygiene เพื่อให้ข้อมูลสะอาดและพร้อมใช้ Human-in-the-loop เพื่อให้มนุษย์ยังอยู่ในจุดที่ต้องใช้การตัดสินใจ และ Enterprise-grade Security เพื่อให้ระบบมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับองค์กร อีกกรณีมีการวางกรอบ Governance ด้วยการยึดหลักข้อมูลสะอาด และคง Human-in-the-loop ในระบบความเสี่ยงสูงอย่าง Core Banking

สิ่งเหล่านี้ชี้ชัดว่าแม้ Agentic AI บทบาท ด้านการลงมือทำและวิเคราะห์ข้อมูลจะเติบโตขึ้น แต่พื้นที่การตัดสินความเสี่ยง การตั้งกฎ การกำหนดเกณฑ์ว่าอะไรคือยอมรับได้ ยังเป็นงานที่ AI ทดแทนไม่ได้ในเชิงความรับผิดชอบ มนุษย์ยุค AI จึงไม่ควรลดตัวเองเหลือแค่ผู้กดปุ่มสั่ง AI แต่ต้องยืนเป็นผู้กำกับ กรรมการตัดสิน และผู้รับผิดแทนลูกค้าและสังคม

มนุษย์ของวันพรุ่งนี้ เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจเองได้

จากผู้รอดให้เป็นผู้นำ: งานใหม่ของมนุษย์ในโลก Agentic AI

เวที Human of Tomorrow ตั้งคำถามตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับคนทำงานว่า เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น มนุษย์ควรเรียนรู้ ปรับตัว และรักษาอะไรไว้กับตัวเอง ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานจริงก็เริ่มใกล้ตัว เช่น แอปเหมียวจด ที่ใช้ AI อ่านสลิปโอนเงินและยอดบัตรเครดิต เพื่อจดรายจ่ายอัตโนมัติ และออกฟีเจอร์อย่าง Budget Alert และ MeowDoo สรุปข้อมูลการใช้จ่ายในรูปแบบการทำนายดวงการเงิน นี่คือภาพของ Agentic AI ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องมีคำสั่งซับซ้อนจากผู้ใช้

ในอีกด้านหนึ่ง โครงการ AI ในองค์กรเดียวถูกขับเคลื่อนแล้วกว่า 80 โครงการ แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ยุค AI ไม่ได้ยืนดูอยู่ข้างสนามแต่กำลังทดลองบทบาทใหม่ในงานจริง งานที่ AI ทดแทนไม่ได้จึงไม่ใช่คำปลอบใจ แต่คือโจทย์เชิงกลยุทธ์ ว่าคนจะย้ายจากงานลงแรงซ้ำซาก ไปสู่การสร้างคุณค่าใหม่ ทั้งการออกแบบระบบร่วมกับ AI การดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า และการรักษาความหมายของงานให้ยังเป็นงานของคน สุดท้ายมนุษย์ของวันพรุ่งนี้จะไม่ชนะเพราะทำได้ทุกอย่าง แต่เพราะรู้ว่าอะไรควรยกให้ Agentic AI ทำ และอะไรที่ต้องลงมือเองด้วยหัวใจและความรับผิดชอบ

มนุษย์ของวันพรุ่งนี้ เมื่อ Agentic AI ตัดสินใจเองได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!