ดีลไมเนอร์ ฟู้ด–Bonchon: จุดเปลี่ยนจากแฟรนไชส์ซีสู่เจ้าของแบรนด์
การเข้าซื้อกิจการ Bonchon International โดยไมเนอร์ ฟู้ดร่วมกับ Serruya Private Equity คือดีลการเข้าซื้อกิจการอาหารที่เปลี่ยนบทบาทจากผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์มาเป็นเจ้าของแบรนด์เต็มตัว ทำให้ทุนจากเอเชียสามารถกำหนดทิศทางการเติบโตของไก่ทอดเกาหลี ขยายตลาดผ่านโมเดลแฟรนไชส์ระดับโลก และเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีแบรนด์อาหารระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหารที่กำลังแข่งขันกันรุนแรงทั้งในภูมิภาคและตลาดสากล
สาระของดีลคือไมเนอร์ ฟู้ดในเครือ MINT จับมือกับ SPE ลงนามเข้าซื้อ Bonchon International จากกลุ่ม VIG Partners และครอบครัว Mr. Seo โดยคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จภายในเดือนสิงหาคม การเข้าซื้อครั้งนี้ทำให้ไมเนอร์ ฟู้ดกลายเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจ Bonchon ในทุกภูมิภาคทั่วโลก ยกเว้นทวีปอเมริกาที่เป็นสิทธิ์ของ SPE นี่จึงไม่ใช่แค่การต่อสัญญาแฟรนไชส์ แต่คือการยกระดับสถานะของทุนเอเชียให้กลายเป็นเจ้าของแบรนด์ระดับโลกในสายไก่ทอดเกาหลี ขยายตลาดได้เองโดยไม่ต้องรอคำอนุมัติจากเจ้าของเดิม

จากร้านเล็กในปูซาน สู่ไก่ทอดเกาหลี ขยายตลาดทั่วโลก
Bonchon เป็นตัวอย่างคลาสสิกของแบรนด์อาหารที่เริ่มต้นจากร้านเดียว ก่อนขยายผ่านโมเดลแฟรนไชส์จนกลายเป็นแพลตฟอร์มระดับโลก โดยหัวใจของแบรนด์คือไก่ทอดเกาหลีสูตรทอดสองครั้งและซอสเฉพาะ ที่ทำให้ผู้บริโภคจำได้และขยายซ้ำได้ง่าย ทำให้แบรนด์สามารถใช้โมเดลแฟรนไชส์สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิ์ควบคู่กับการขายสินค้าแกนหลัก จนกลายเป็นต้นแบบของการใช้เมนูเอกลักษณ์เพื่อขยายตลาดในหลายประเทศ
Bonchon เริ่มจากร้านไก่ทอดเล็กๆ ในเมืองปูซานเมื่อปี 2545 ก่อนเติบโตเป็นเครือข่ายแฟรนไชส์ประมาณ 500 สาขาใน 9 ประเทศทั่วโลก รายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดนอกประเทศต้นกำเนิด แบรนด์เป็นที่รู้จักจากไก่ทอดแบบ Double-Fried และซอสสูตรลับ ซึ่งเชื่อมต่อกับโมเดลแฟรนไชส์ที่เก็บค่าธรรมเนียมสิทธิ์และยอดขายซอสอย่างต่อเนื่อง เมื่อไมเนอร์ ฟู้ดที่ปัจจุบันบริหาร 350 สาขาใน 7 ประเทศ รวมไทย 133 สาขา กลายเป็นเจ้าของแบรนด์ในเกือบทุกภูมิภาค แนวโน้มคือไก่ทอดเกาหลี ขยายตลาดได้อีกยาวในฐานะเครื่องจักรทำรายได้ของกลุ่มทุนเอเชีย

ไมเนอร์ ฟู้ด บอนชอน: จากผู้เช่าแบรนด์สู่เจ้าของ และพลังของกลยุทธ์ Asset-Light
หัวใจของดีลนี้คือการเปลี่ยนบทบาทของไมเนอร์ ฟู้ดจาก “ผู้เช่าสิทธิ์” มาเป็น “เจ้าของแบรนด์” อย่างเต็มตัว ซึ่งเปลี่ยนเกมรายได้และอำนาจการตัดสินใจโดยตรง จากเดิมต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ให้เจ้าของแบรนด์ และต้องขออนุมัติแทบทุกเรื่อง การเป็นเจ้าของหมายถึงควบคุมแบรนด์ เมนู การออกแบบร้าน และกลยุทธ์การตลาดเอง พร้อมเปิดประตูสู่รายได้รูปแบบใหม่จากค่าธรรมเนียมสิทธิ์ของแฟรนไชส์ซีรายอื่นทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ไมเนอร์ ฟู้ดเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ Bonchon ในไทย และเป็นแฟรนไชส์ซีรายใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากรายได้ทั้งระบบ การซื้อกิจการครั้งนี้ต่อยอดความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 30 ปีกับ SPE ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Swensen’s ซึ่งไมเนอร์บริหารในหลายตลาด “ดีลนี้ทำให้ไมเนอร์ยกระดับจากการขายอาหารหน้าร้าน มาเป็นเจ้าของแบรนด์ที่เก็บค่าธรรมเนียม Royalty fee จากเครือข่ายทั่วโลก” และยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ Asset-Light ที่เน้นรายได้จากแฟรนไชส์และค่าธรรมเนียมสิทธิ์ ใช้เงินลงทุนในระดับจำกัด แต่ขยายแบรนด์ได้กว้างขึ้น
แฟรนไชส์ ซอส และห่วงโซ่อุปทาน: ฐานกำไรใหม่ของทุนเอเชีย
จุดที่น่าสนใจของ Bonchon ภายใต้ไมเนอร์ ฟู้ดคือการต่อยอดรายได้มากกว่าแค่การขายไก่ทอดในร้าน หนึ่งคือรายได้จากค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ ซึ่งสอดรับกับแนวคิด Asset-Light ที่ลดภาระลงทุนสาขาเอง สองคือการควบคุมโรงงานผลิตซอสของแบรนด์ ที่ทำให้ทุกสาขาในเครือเชื่อมต่อกับซัพพลายเชนเดียวกัน ยิ่งสาขาเพิ่ม ยอดขายซอสและค่าธรรมเนียมก็เพิ่มตาม เป็นโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อขยายกำไรในระยะยาวมากกว่ารายได้ครั้งเดียวจากสาขาเดี่ยว
การลงทุน Bonchon ถูกมองว่า “ช่วยเพิ่มกำไรให้ไมเนอร์ ฟู้ดได้ทันทีภายหลังการเข้าซื้อกิจการ” เพราะโมเดลแฟรนไชส์สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง บริษัทระบุชัดว่าดีลนี้คือการเสริมพอร์ตด้วยแบรนด์ที่มีศักยภาพการขยายตัวสูง ภายใต้โมเดล Asset-Light และพื้นฐานผลตอบแทนระยะยาวที่แข็งแรง ขณะเดียวกัน Bonchon ยังเป็นเจ้าของและดำเนินการโรงงานผลิตซอสของตนเอง มีพื้นที่รองรับการเพิ่มกำลังผลิตตามการเติบโตของเครือข่าย เมื่อนำทั้งหมดมารวมกัน เรากำลังเห็นรูปแบบใหม่ของทุนเอเชียที่ใช้แฟรนไชส์และห่วงโซ่อุปทานเป็นเครื่องจักรสร้างกำไร มากกว่าทุ่มลงทุนเปิดสาขาเองทุกแห่ง
ทุนเอเชียบนเวทีแบรนด์อาหารระดับโลก: บทสรุปและทิศทางข้างหน้า
ดีลไมเนอร์ ฟู้ด–Bonchon ไม่ใช่แค่ข่าววงการไก่ทอด แต่เป็นสัญญาณว่าทุนเอเชียพร้อมก้าวจากผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ ไปสู่เจ้าของแบรนด์อาหารระดับโลกเต็มตัว การเป็นเจ้าของ Bonchon ในเกือบทุกภูมิภาคนอกจากทวีปอเมริกา ทำให้ไมเนอร์ ฟู้ดมีอำนาจกำหนดทิศทางการเติบโตของไก่ทอดเกาหลี ขยายตลาด และทดสอบโมเดลเมนูใหม่ได้อย่างคล่องตัวกว่าที่เคย เมื่อประกอบกับเครือข่ายที่มีอยู่เดิมในหลายตลาด ดีลนี้จึงเสริมทั้งอำนาจต่อรองและภาพลักษณ์ของทุนเอเชียในเวทีอาหารโลก
ในเชิงกลยุทธ์ การเข้าซื้อ Bonchon เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ยาวนานระหว่างไมเนอร์ ฟู้ดและแบรนด์ที่เคยเป็นเพียงสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์มาก่อน พร้อมย้ำบทบาทของพันธมิตรอย่าง SPE ที่ร่วมธุรกิจกันมากว่า 30 ปี ทุนเอเชียไม่ได้พอใจแค่การนำแบรนด์ต่างชาติมาบริหารอีกต่อไป แต่เริ่มมองหาโอกาสเป็นเจ้าของแบรนด์เอง เพื่อสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ระดับภูมิภาคและระดับโลก หากไมเนอร์ ฟู้ดผลักดัน Bonchon สำเร็จ ดีลนี้อาจกลายเป็นต้นแบบให้กลุ่มทุนอื่นเดินตาม เสริมให้ภูมิภาคนี้มีเสียงดังขึ้นในสมรภูมิแบรนด์อาหารโลก






