Nihao Month คืออะไร และทำไมรอบนี้จึงสำคัญต่อเศรษฐกิจ
Nihao Month 2026 คือแคมเปญการตลาดท่องเที่ยวที่มุ่งกระตุ้นท่องเที่ยวจีน ไทย ผ่านการสื่อสารเชิงวัฒนธรรมและโปรโมชันต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสำคัญ ตั้งแต่โกลเด้นวีคไปจนถึงช่วงตรุษจีน เน้นดึงนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางมาพักนานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น และกลับมาเที่ยวซ้ำ ด้วยการวางไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับแรกในใจนักเดินทางจากตลาดเป้าหมายรายใหญ่นี้
เมื่อวันที่ 14 กันยายน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการ Nihao Month 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นปีที่สามของการเดินหน้าแคมเปญภายใต้แนวคิด จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน จุดยืนของ ททท. ครั้งนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่เพียงเติมตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่คือการใช้โอกาสโกลเด้นวีคและเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่มีสัญญาณการเดินทางเติบโตเชิงบวก มาเร่งเครื่องให้ไทยกลับขึ้นเป็นจุดหมายหลักของตลาดระยะใกล้ พร้อมต่อยอดดีมานด์ไปถึงช่วงโลว์ซีซันและตรุษจีน

ตัวเลขไม่โกหก โกลเด้นวีคนี้ท่องเที่ยวจีน ไทย คือเดิมพันเศรษฐกิจหมื่นล้าน
หัวใจของ Nihao Month 2026 คือการตั้งเป้าดักกระแสโกลเด้นวีคและโหมดลางานยาวของนักท่องเที่ยวจีนให้ได้เต็มที่ ททท. ประเมินว่าช่วงวันที่ 25 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม จะมีนักท่องเที่ยวจีนราว 250,000 คนเดินทางเข้าไทย เพิ่มขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบปีก่อน และสามารถสร้างรายได้จากตลาดนี้ราว 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขอีกด้านที่สะท้อนว่าการท่องเที่ยวจีน ไทย กำลังฟื้นคือ ตั้งแต่ต้นปีถึง 10 กันยายน ไทยรับนักท่องเที่ยวจีนแล้วกว่า 3.64 ล้านคน ซึ่งยังครองอันดับหนึ่งของตลาดต่างชาติ ผนวกกับพฤติกรรมลางานต่อเนื่อง 3 Days Off for 13 Days ทำให้ระยะเวลาทริปเฉลี่ยยาวจาก 8 วันเป็น 13 วันต่อทริป และยอดจองเดินทางล่วงหน้าเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การค้นหาเที่ยวบินจากเมืองใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเฉิงตู เพิ่มขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไม ททท. ต้องเร่งสเกลแคมเปญในจังหวะนี้

แคมเปญที่ไม่ใช่แค่ส่วนลด สี่กิจกรรมหลักที่เล็งตรงใจนักท่องเที่ยวจีน
สิ่งที่น่าสนใจคือ Nihao Month 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการลด แลก แจก ของ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์และความเชื่อมั่นแบบครบวงจร ททท. ประกาศวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ น่าเลือกกว่า อยู่ได้นานกว่า ใช้จ่ายอย่างมีคุณค่ามากกว่า และอยากกลับมาอีก ซึ่งหากทำได้จริง จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนไม่ได้มองไทยแค่จุดเช็กอินราคาย่อมเยา แต่เป็นจุดหมายคุณภาพที่คุ้มค่ากับเวลาพักร้อนที่มีจำกัด
สี่กิจกรรมหลักถูกวางเป็นเสมือนแพ็กเกจยุทธศาสตร์ เริ่มจาก Joint Promotion ร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัล Meituan ช่วง 15 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม เสนอโปรโมชันโรงแรม ท่องเที่ยว และเน้นร้านอาหารผ่าน Black Pearl Restaurant Guide เพื่อเจาะทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และเมืองชั้นใหม่ ต่อด้วยงาน Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration ที่ One Bangkok และทริป FAM Trip พา KOL จากจีนสำรวจเส้นทางกระบี่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงราย และระยอง เกาะเสม็ด ปิดท้ายด้วยโครงการ Chinese Passport Privilege ที่ผนึกกำลัง 20 พันธมิตรให้สิทธิพิเศษเมื่อนักท่องเที่ยวจีนแสดงหนังสือเดินทาง

สิทธิพิเศษ Chinese Passport Privilege ใครได้ประโยชน์ และได้แค่ไหน
ถ้ามองจากมุมผู้ใช้จริง Chinese Passport Privilege คือหมุดสำคัญที่เปลี่ยนแคมเปญท่องเที่ยวจีน ไทย ให้ลงสู่กระเป๋าสตางค์อย่างชัดเจน กิจกรรมนี้จัดช่วง 15 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม โดยร่วมกับพันธมิตร 5 กลุ่มบริการ รวม 20 หน่วยงาน ตั้งแต่แหล่งช็อปปิงและไลฟ์สไตล์ สปาและเวลเนส บริการเดินทาง โทรคมนาคม ไปจนถึงแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัล เพื่อมอบสิทธิพิเศษและโปรโมชันแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางจีน ณ จุดให้บริการ
ในเชิงประสบการณ์ นี่คือการลดเสียดทานของนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง ตั้งแต่ส่วนลดช็อปปิง การเดินทางภายในเมือง การซื้อซิมหรือแพ็กเกจสื่อสาร จนถึงการใช้ Alipay และ WeChat Pay ที่คุ้นเคย สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าททท.เข้าใจว่าความสะดวกและการใช้ชีวิตแบบต่อเนื่องจากบ้านเกิดคือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเดินทาง ทำให้ไทยมีแต้มต่อในสายตานักท่องเที่ยวที่ต้องเลือกระหว่างจุดหมายปลายทางหลายแห่งในช่วงโกลเด้นวีคและตรุษจีน

จากโกลเด้นวีคถึงตรุษจีน ไทยจะรักษาโมเมนตัมท่องเที่ยวจีนได้หรือไม่
แผนใหญ่ของ Nihao Month 2026 ไม่ได้จบแค่วันหยุดยาวต้นตุลาคม แต่ถูกออกแบบให้แรงส่งต่อเนื่องไปถึงช่วงโลว์ซีซันและเทศกาลตรุษจีนในเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์ปีถัดไป ททท.เชื่อว่าแคมเปญนี้จะเป็นแรงขับสำคัญในการรักษากระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนจากช่วงไหว้พระจันทร์และโกลเด้นวีคให้ไม่สะดุด จนกลายเป็นการเดินทางแบบกระจายตลอดฤดูกาลมากกว่าพีคแค่ช่วงสั้น
มุมมองเชิงนโยบาย แคมเปญนี้คือบททดสอบว่าการตลาดเชิงลึกแบบจับมือแพลตฟอร์มดิจิทัลและพันธมิตรเอกชนสามารถแปลงเป็นการใช้จ่ายจริงและการพักที่นานขึ้นได้เพียงใด หากตัวเลข 250,000 คน และรายได้ 11,500 ล้านบาทช่วงโกลเด้นวีคเป็นไปตามเป้า พร้อมต่อยอดจนตรุษจีน ไทยจะยิ่งตอกย้ำสถานะ Top of Mind ในตลาดนักท่องเที่ยวจีน และสร้างแบบเรียนสำคัญว่าการทำแคมเปญต้องคิดยาวทั้งห่วงโซ่ ไม่ใช่แค่ยิงโปรช่วงพีคสั้นแล้วปล่อยให้ดีมานด์หายไปเอง







