เปิดทริปเอเธนส์ เดินทีเดียวเก็บแลนด์มาร์ก
ทริปเอเธนส์รอบนี้เป็นสายเดินจริงจัง เพราะ ที่เที่ยวกระจุกอยู่โซนเดียวกัน เดินเชื่อมต่อกันได้หมด ไม่ต้องเสียเวลาโยกย้ายมาก
ลิสต์ที่แวะคือ
National Archaeological Museum
The Acropolis & Parthenon (รวมโซน Acropolis and Slope)
Filopappou Hill
Hadrian’s Library
Ancient Agora
จากทั้งหมด มีแค่ที่ 1 กับ 2 ที่ต้องเสียค่าเข้า ที่ 3 ฟรี ส่วนที่ 4 และ 5 เราเลือกส่องจากนอกรั้ว เอาบรรยากาศพอ ไม่อินพอจะจ่ายตั๋วเข้าไปเดิน
ปัจจุบันเอเธนส์ ยกเลิกตั๋วรวมค่าเข้าไปแล้ว แต่ละที่ต้องซื้อบัตรแยกเองหมด ใครชอบพิพิธภัณฑ์หนัก ๆ อาจจะต้องวางแผนงบกันดี ๆ หน่อย
ปล. ถ้าไปเอเธนส์ แนะนำโหลดแอป Citymapper ใช้เช็คเมโทรและรถบัส เพราะข้อมูลบน Google Maps ยังไม่อัปเดตเท่าที่ควร
1. National Archaeological Museum: ไปเพราะมิโนอันล้วน ๆ
ค่าเข้า: 12 ยูโร
ที่นี่คือสวรรค์ของคนสายอารยธรรมและโบราณคดีของกรีซ ทั้งรูปปั้น งานศิลป์ และของโบราณเต็มไปหมด
แต่สารภาพตรง ๆ ว่าเรา อินแค่อารยธรรมมิโนอัน ที่เหลือคือเดินผ่านแบบสุภาพ โดยเฉพาะรูปปั้นกรีกโบราณทั้งหลาย สำหรับเราเลยแอบรู้สึกว่าไม่คุมค่าเข้าเท่าไร
เพราะอินไม่สุด เลยตัด Acropolis Museum ทิ้งไปเลย รู้ตัวว่าเข้าไปก็คงไม่ว้าวเท่าที่ควร
อารยธรรมมิโนอันในชีวิตจริง (ไม่ใช่แค่ในการ์ตูน)

อารยธรรมมิโนอัน ตั้งอยู่บนเกาะครีต และคนสายการ์ตูนตาหวานน่าจะคุ้นชื่อจากเรื่องคำสาปฟาโรห์แน่นอน
ศิลปะที่ยังพอเหลือให้เราเห็นได้ชัดคือ ภาพเฟรสโก้ หรือภาพจิตรกรรมฝาผนังบนปูนเปียก ศิลปินจะลงสีตอนปูนยังไม่แห้ง ทำให้สีซึมเป็นเนื้อเดียวกับผนัง พอแห้งแล้วภาพจะติดทนไปยาว ๆ แบบเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงจริง ๆ
เวลามองภาพเฟรสโก้ในพิพิธภัณฑ์ ส่วนที่นูนคือของจริงที่รอดมาได้ ส่วนพื้นด้านหลังคือส่วนที่จำลองเติมให้ภาพมันครบ




มีมุมเครื่องทองให้ดูด้วย วิบวับพอตัว

ที่เกาะซานโตรินีเองก็มีเมืองของมิโนอันที่จมใต้ภูเขาไฟ แบบเดียวกับปอมเปอีของโรมัน น่าไปมาก แต่รอบนี้ เวลาไม่พอ + ค่าเรือแรง เลยต้องพับโปรเจกต์ไว้ก่อน
ในพิพิธภัณฑ์มี ห้องจำลองอารยธรรมมิโนอันบนเกาะซานโตรินี ให้เดินดูแก้คิดถึงแทน


2. The Acropolis & Parthenon: หินอ่อนทั้งเขาและเสาเทพีสุดไฮไลต์
ค่าเข้า: 30 ยูโร
ตอนแรกคือลังเลหนักมากว่าจะเข้าดีไหม เพราะไปตะลุยอิตาลีดูซากโรมันมาหลายที่แล้ว จนเริ่มอิ่มตัวกับอารยธรรมโรมัน
แต่พอไปนั่งไล่ความต่างระหว่างกรีกกับโรมัน ก็เจอจุดที่น่าสนใจคือ:
โรมันใช้ คอนกรีต เป็นหลัก
กรีกใช้ หินอ่อน ล้วน ๆ ในการสร้างอาคาร
เท่านี้ก็ตัดสินใจได้ว่า ต้องลองเข้าไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง


เข้าไปแล้วคือเจอหินอ่อนทุกทิศทาง แถมชอบสร้างบนที่สูงแบบ โคตรภูเขาเทพเจ้าโอลิมปัส ชัด ๆ
แม้ดีเทลสถาปัตยกรรมจะไม่หวือหวาเท่าโรมันในยุคหลัง แต่ความรู้สึกว่า “นี่ทั้งก้อนคือหินอ่อน” ก็ทำให้เราแอบว้าวอยู่เหมือนกัน
ส่วนนี้ทั้งแถบใช้หินอ่อนสร้างหมด

พื้นทางเดินก็หินอ่อนเต็ม ๆ เดินแล้วลื่นกรุบ


วิหารพาร์เธนอน vs เสาเทพี ตัวจริงเสียงจริง
วิหารพาร์เธนอน ตัวท็อปของอครอโปลิส พอเบียดฝูงชนขึ้นไปถึงด้านบน กลับกลายเป็นว่าเราแทบไม่ได้ตื่นเต้นกับพาร์เธนอนเท่าไรเลย มันเฉยมากกกสำหรับเรา
แต่สิ่งที่ทำให้กรี๊ดคือ วิหารด้านหลังที่มีเสาเป็นรูปเทพี ต่างหาก
สถาปัตยกรรมกรีกโดยรวมให้ความรู้สึกแข็ง ๆ หนักแน่น ต่างจากโรมันที่เล่นเส้นเล่นโค้งเยอะกว่ายุคหลัง ๆ สำหรับเราเลยมีจุดว้าวหลัก ๆ แค่เรื่องการใช้หินอ่อนเป็นบล็อก ๆ ใหญ่ ๆ


จนเดินมาเจอเสาเทพี เข้าโหมดกรี๊ดแตกทันที



หลังจากไปดูซากโรมันมาหลายประเทศ นี่คือ ครั้งแรกที่ได้เห็นเสาเทพีของจริงกับตา ไม่ใช่แค่แบบจำลองในพิพิธภัณฑ์ ความรู้สึกคือกรี๊ดแบบยาว ๆ
เราเลยยืนถ่ายอาคารนี้อยู่นานมาก หมุนเก็บแทบทุกมุม 555
3. Filopappou Hill: วิวเมืองเก่ากับหินอ่อนลื่นขั้นสุด
Filopappou Hill เป็นจุดชมวิวเมืองเอเธนส์และโซนโบราณด้านล่าง อยู่ติดกับ Acropolis เลย เดินต่อไปได้
เส้นทางเดินขึ้นเขาคือ เดินบนก้อนหินอ่อนจริง ๆ บางจุดคนเดินเยอะจนหินมันวับและลื่นขั้นสุด บวกกับลมแรง ๆ ทำให้เราเผลอไถลเข่ากระแทกหินไปหนึ่งที ยังดีที่แผลไม่ใหญ่
แต่พอขึ้นไปถึงก็จะได้วิวแบบนี้

พื้นหินอ่อนนี่ไม่ธรรมดา แม้แต่รองเท้าเดินป่ายังเอาไม่อยู่ ต้องเดินแบบมีสติทุกก้าว

4. Hadrian’s Library: ชมฟรีจากนอกรั้ว
ค่าเข้า: 6 ยูโร
ห้องสมุดของจักรพรรดิเฮเดรียนในยุคโรมัน เคยเป็นคอมเพล็กซ์ใหญ่ มีทั้งห้องสมุด ห้องประชุม สวน และสระน้ำ ปัจจุบันเหลือเพียงซากโครงสร้างให้เห็นเค้าลางความยิ่งใหญ่ในอดีต
ดีตรงที่มันตั้งอยู่กลางเมืองและมีรั้วโปร่ง เราเลยเลือกใช้วิธี เดินวนรอบ ๆ รั้ว ยื่นมือถือเข้าไปถ่ายรูป เอาบรรยากาศ แชะไม่กี่ทีแล้วไปต่อ ถือเป็นการชมแบบประหยัดงบ

5. Ancient Agora: ศูนย์กลางเอเธนส์ยุคโบราณ
ค่าเข้า: 20 ยูโร
ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางชีวิตประจำวันของชาวเอเธนส์ยุคก่อน ทั้งการเมือง การค้า การพบปะสังสรรค์ ทุกอย่างรวมกันอยู่ในโซนนี้
ตอนเราไป เลือกเดินวนรอบด้านนอกและแชะรูปจากมุมไกล ๆ มากกว่า ดูจากภาพรวมแล้ว อาคารส่วนใหญ่กลายเป็นซากแทบหมด เหลือที่ยังดูเป็นรูปเป็นร่างชัด ๆ ก็แค่วิหารในรูป

ของดีเอเธนส์ในมุมเรา: ไม่ใช่วิหาร แต่คือขนม!
To Koulouri tou Psyrri: ขนมแป้ง ๆ ที่ควรลอง

มุมโปรดของเอเธนส์สำหรับเราไม่ใช่วิหาร แต่คือ ขนมร้าน To Koulouri tou Psyrri ที่หน้าตาคล้ายเพรทเซล
มีขายทั้งแบบบูธเล็ก ๆ ตามย่านท่องเที่ยวใจกลางเมือง และแบบร้านแม่ เราเดินผ่านบูธกลางทางแล้วนึกถึงตอนเคยกินของคล้ายกันที่โปแลนด์ ที่สำคัญคือราคาไม่แรง เลยหันไปสั่งทันทีโดยไม่ต้องคิดนาน
สุดท้ายเดินหาบูธไม่เจออีกรอบ เลยไปจบที่ เดินเข้าร้านแม่แทน ซึ่งราคาเท่ากันเป๊ะ และร้านก็ไม่ได้อยู่ไกลจากโซนท่องเที่ยวด้วย

เมนูที่ลองมีดังนี้
ขนมปังงา – 0.7 ยูโร
เพรทเซลโรยงาขาว กรอบ ๆ ร่วน ๆ หอมงาจัด ๆ คนขายบอกว่าอันนี้ขายดีที่สุด และเราก็ชอบที่สุดเหมือนกัน สมตำแหน่งเมนูแนะนำแครกเกอร์ – 0.5 ยูโร
คนขายบอกว่าทำจาก Red wheat คล้าย ๆ สายธัญพืชแบบข้าวกล้อง เนื้อแข็ง กรอบ โรยเมล็ดทานตะวันรอบตัว ชิมแล้วรู้สึกว่า “ลองครั้งเดียวพอ” สำหรับเรา

แอปเปิ้ล – 2 ยูโร
หน้าตาเหมือนพายแอปเปิ้ลเนื้อนิ่ม ๆ (หรืออาจจะเคยกรอบมาก่อน แต่ตอนเรากินไม่รู้สึกแบบนั้นแล้ว) เป็นอีกเมนูที่จัดอยู่ในโหมด “ชิมแล้วพอ” เช่นกัน

สรุปเอเธนส์ในวันเดียว: ถ้าจะเลือกเข้าแค่บางที่
ถ้าใครไม่ได้อินพิพิธภัณฑ์ทุกอย่างแบบสุดทาง แต่อยากเก็บบรรยากาศเอเธนส์ให้ครบในหนึ่งวัน ลองใช้สูตรนี้ได้เลย
เน้นเข้า Acropolis & Parthenon สักครั้งในชีวิต เพื่อเห็นหินอ่อนทั้งเขาและเสาเทพีตัวจริง
ถ้าชอบอารยธรรมมิโนอันหรืออ่านการ์ตูนแนวประวัติศาสตร์มาก่อน ให้เผื่อเวลาให้ National Archaeological Museum
ที่เหลืออย่าง Filopappou Hill, Hadrian’s Library, Ancient Agora จะเลือกเดินวนด้านนอกหรือชมวิวจากไกล ๆ เพื่อลดงบก็ยังได้
และอย่าลืมปิดท้ายวันด้วยการตามหาบูธหรือร้าน To Koulouri tou Psyrri แล้วลองขนมปังงาโรยเมล็ดเต็ม ๆ สักชิ้น จะได้ปิดทริปเอเธนส์แบบครบทั้งสายโบราณคดีและสายขนมในเมืองเดียวกัน

