พาสเดียวเก็บครบ Japan Alps รอบวง
อยากเที่ยวเจแปนแอลป์ให้คุ้มแบบไม่ต้องมานั่งคิดค่ารถทีละต่อใช่ไหม? ถ้าใช่ Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์ที่สุดใบหนึ่งสำหรับสายเที่ยวภูเขาและเมืองเก่ากลางญี่ปุ่น
พาสเดียวพาเราเที่ยววนได้ตั้งแต่ Nagoya – Gero – Takayama – Toyama – Tateyama Kurobe Alpine Route – Matsumoto – กลับ Nagoya ภายใน 5 วันติด จะขึ้นกี่รอบก็ได้ในพื้นที่ที่กำหนด
Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass คืออะไร?
พาสนี้ออกโดย JR Central เอาไว้ให้สายเที่ยวต่างชาติที่อยากตะลุย Japan Alps และเมืองรอบๆ ใช้เดินทางได้แบบ ไม่จำกัดเที่ยวภายใน 5 วันต่อเนื่อง ตามเส้นทางหลัก
เส้นทางหลักที่ครอบคลุม เช่น
Nagoya – Gero – Takayama – Hida Furukawa – Toyama
ช่วง Tateyama Kurobe Alpine Route ระหว่าง Dentetsu-Toyama – Shinano-Omachi
เส้นทาง Matsumoto – Nagoya ผ่านสาย Oito / Shinonoi / Chuo
พูดง่ายๆ คือเน้นโซน ใจกลางญี่ปุ่นฝั่งภูเขา เอาไว้ลุยทั้งเมืองและเขาในทริปเดียว
ใช้พาสขึ้นอะไรได้บ้าง?
รถไฟ JR ที่ใช้ได้
สามารถใช้กับรถไฟ JR ประเภทต่างๆ ได้ในโซนที่กำหนด ทั้ง
Limited Express
Express
Rapid
Local
โดยครอบคลุมช่วงสำคัญ เช่น
ระหว่าง Nagoya – Toyama (สาย Tokaido / Takayama)
ระหว่าง Shinano-Omachi – Nagoya (สาย Oito / Shinonoi / Chuo)
เส้นทางเจแปนแอลป์ (Tateyama Kurobe Alpine Route)
พาสใบนี้ยังครอบคลุมยานพาหนะบนเส้นทาง Alpine Route ระหว่าง
Dentetsu-Toyama – Shinano-Omachi
รถไฟด่วนพิเศษ Dentetsu-Toyama – Tateyama (ของ Toyama Chiho Railway)
เรียกได้ว่าใครตั้งใจจะไป กำแพงหิมะ หรือวิวเทือกเขาอลังการ เส้นนี้คือไฮไลท์ที่ห้ามพลาด
ทริกเวลาเที่ยวเจแปนแอลป์
ช่วงกลางเมษายน – ต้นพฤษภาคม
กลางสิงหาคม
ต้นตุลาคม
เป็นช่วงที่คนเยอะมาก ควร ออกเดินทางแต่เช้า เพื่อให้ทันรอบรถต่างๆ และมีเวลาเที่ยวด้านบนแบบไม่ต้องรีบ
การซื้อและใช้พาส (ภาพรวม)
พาสนี้ขายให้เฉพาะ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีตราประทับในพาสปอร์ตว่า “Temporary Visitor” เท่านั้น
ช่องทางซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ตัวแทนต่างๆ เพื่อรับเป็น MCO (Exchange Order) แล้วค่อยไปแลกเป็นพาสจริงที่ญี่ปุ่น
หรือจองผ่านระบบออนไลน์ของ JR แล้วไปรับพาสที่ศูนย์ JR ในสถานีที่กำหนด
ซื้อผ่านบริษัททัวร์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในไทยก็ได้เช่นกัน โดยจะได้ MCO ไปแลกเป็นพาสจริงที่ญี่ปุ่น
ทุกกรณีที่ได้เป็น MCO ต้องนำไปแลกเป็นพาสจริงภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยยื่นพร้อมพาสปอร์ตที่ญี่ปุ่น
ซื้อที่ญี่ปุ่นโดยตรง
ถ้าอยากมาซื้อหน้างานเลย ก็สามารถซื้อที่สถานี JR ในญี่ปุ่น (เฉพาะจุดจำหน่ายที่กำหนด) หลังจากเดินทางมาถึงได้เช่นกัน
ใช้พาสแล้วคุ้มยังไง?
ข้อดีเด่นๆ
เหมาะสุดๆ สำหรับคนบินลง Nagoya แล้วตั้งใจไปเจแปนแอลป์ เส้นทางหลักอย่าง Nagoya – Takayama – Toyama – Alpine Route – Matsumoto – กลับ Nagoya ใช้พาสใบเดียววนได้ใน 5 วัน
จองที่นั่ง Limited Express ฟรีได้ 4 ครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับทริปยอดฮิต เช่น
ครั้งที่ 1: Nagoya → Takayama
ครั้งที่ 2: Takayama → Toyama
ครั้งที่ 3: Matsumoto → Nagoya
เฉพาะค่ารถไฟด่วน 3 เที่ยวก็ปาไปประมาณ 18,000 เยนแล้ว ยังไม่รวมค่าเดินทางบน Alpine Route ที่ราวๆ 10,000 เยน เท่ากับว่า แทบจะได้ขึ้นเจแปนแอลป์ฟรี เลยทีเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับค่าพาส
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
- ใช้ได้เฉพาะรถไฟ JR ประเภท Limited Express, Express, Rapid และ Local ในเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น
ระหว่าง Nagoya – Toyama (Tokaido / Takayama Line)
ระหว่าง Shinano-Omachi – Nagoya (Oito / Shinonoi / Chuo Main Line)
ไม่รวม Home Liner และ Shinkansen
ใช้ขึ้นยานพาหนะบน Tateyama Kurobe Alpine Route ได้เฉพาะช่วง Dentetsu-Toyama – Shinano-Omachi
จอง Tateyama Cable Car ผ่านเว็บไซต์ไม่ได้ ต้องไปออกตั๋วหน้างานจริงในวันที่ใช้ (จะได้รับตั๋วมีบาร์โค้ด)
พาสต้องใช้ ต่อเนื่องกัน 5 วัน นับจากวันเริ่มใช้งานที่ระบุบนพาส
ไม่ครอบคลุม การเดินทางย่อย เช่น
รถไฟใต้ดินในเมือง Nagoya
รถบัสในเมือง Takayama
ใครวางแผนจะเที่ยวในเมืองเยอะๆ ต้องเผื่อค่าบัตรโดยสารในเมืองเพิ่มเอง
วิธีใช้พาสจริงในทริป (จากประสบการณ์รีวิว)
ตอนซื้อจากไทย เราจะได้เป็น MCO (Exchange Order) หน้าตาเป็นตั๋วกระดาษ ใบนี้ยังใช้ขึ้นรถไม่ได้ ต้องเอาไปแลกที่ญี่ปุ่นก่อน
ไปแลกพาสที่สถานี Nagoya เจ้าหน้าที่จะถามว่าเริ่มใช้วันไหน เพราะต้องพิมพ์วันที่ลงบนพาสเลย
พอแลกแล้วจะได้
บัตรพาสใบใหญ่
ตั๋วสีเขียวแปะอยู่ด้านหลังสำหรับใช้ผ่านประตูหรือโชว์ให้นายสถานีดู
เวลาเข้าออกสถานีที่ไม่มีประตูอัตโนมัติ ก็แค่โชว์พาสให้นายสถานีข้างๆ ดูเท่านั้นเอง
การจองที่นั่งล่วงหน้า
เอาแผนเที่ยวที่วางไว้ไปให้เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ JR ดู แล้วให้เขาช่วยออกตั๋วที่นั่ง Reserve Seat Ticket ให้ทีเดียวครบทุกช่วงก็ได้
ด้านในพาสจะถูกปั๊มว่าเราใช้สิทธิ์จองไปกี่ครั้งแล้ว สูงสุดคือ 4 ครั้ง
ถ้าจองครบแล้ว จะนั่ง ตู้ Non-reserved แทน หรือจะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อจองเพิ่มก็ได้เช่นกัน
เวลามีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตั๋วบนรถไฟ ให้โชว์ทั้งพาส และ Reserve Seat Ticket ของขบวนนั้นๆ
เมืองและไฮไลท์ที่ไปได้ด้วยพาสนี้
ต่อไปมาดูตัวอย่างเมืองและสถานที่เที่ยวที่สามารถใช้พาสไปได้ จะเห็นภาพมากขึ้นว่าพาสใบเดียวพาเราไปไหนได้บ้าง
1. เมืองนาโกย่า (Nagoya)
ในเมืองนาโกย่าเอง แนะนำให้ซื้อ Nagoya Subway 24-Hour Ticket เพิ่มต่างหาก (ประมาณ 760 เยน) เพราะพาสหลักไม่ครอบคลุมรถไฟใต้ดินในเมือง
ข้อดีของตั๋ว 24 ชั่วโมงคือ
นั่งรถใต้ดินในเมืองได้ไม่อั้น 1 วัน
ใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งได้ เช่น ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ลดค่าเข้าได้ประมาณ 100 เยน
2. เมืองทาคายาม่า (Takayama)
จาก Nagoya → Takayama นั่งรถไฟด่วนประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ใช้พาสขึ้นได้เลย
ในตัวเมืองทาคายาม่า เดินเที่ยวเอาก็เอาอยู่ ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรรถบัสเพิ่ม จุดที่ไม่ควรพลาด เช่น
เขตเมืองเก่า Sanmachi บ้านไม้เก่าเรียงราย บรรยากาศย้อนยุคสุดๆ
ตลาดเช้า Miyagawa Market (ควรมาก่อนเที่ยง) ของกิน ของฝากเยอะมาก
ส่วนใครอยากไปต่อ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ต้องซื้อ ตั๋วรถบัสเพิ่ม เอง เพราะไม่ได้รวมอยู่ในพาสนี้
3. เมืองฮิดะฟุรุคาวะ (Hida Furukawa)
เมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากทาคายาม่า นั่งรถไฟจากสถานี Takayama → Hida Furukawa แค่ราวๆ 10 กว่านาที ใช้พาสขึ้นได้
จุดเด่นของเมืองนี้คือ
สถานีรถไฟและบรรยากาศในเมืองที่ถูกใช้เป็นฉากในอนิเมะเรื่องดัง
คลองที่มี ปลาคราฟว่ายไปมา น่ารักมาก เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปชิลๆ
แต่ต้องระวังอย่างเดียวคือ ตารางรถไฟค่อนข้าง间ห่าง ควรเช็ครอบไป–กลับให้ดีก่อน
4. เมืองโทยาม่า (Toyama)
จาก Takayama หรือ Hida Furukawa → Toyama ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ด้วยรถไฟด่วน
ในเมืองโทยาม่าเอง
สามารถเดินเที่ยวในเมืองได้
หรือจะลองนั่ง รถราง ในเมืองก็ได้ ค่ารถประมาณ 200 เยนต่อเที่ยว
5. เส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route
เส้นทางนี้คือหัวใจของทริปสายภูเขา เราเริ่มจากฝั่ง Toyama โดยขึ้นจากสถานี Dentetsu Toyama
พอไปถึงสถานี Tateyama ต้องไปออกตั๋วที่มี บาร์โค้ดพร้อมเวลาขึ้น Cable Car ตามเวลาที่ระบบกำหนด
สถานีอื่นๆ บนเส้น Alpine Route ไม่ต้องจองเวลา แค่ต่อแถวขึ้นยานพาหนะตามปกติ
6. กำแพงหิมะ (Tateyama “Yuki-no-Otani” Snow Wall)
ไฮไลท์ตัวท็อปของเส้นทางนี้อยู่ที่ สถานี Murodo ซึ่งเป็นจุดชมกำแพงหิมะชื่อดัง
ในช่วงที่ไป (ปลายเมษายนปีหนึ่ง) ความสูงของกำแพงหิมะแตะประมาณ 19 เมตร เดินไปแล้วรู้สึกตัวเล็กจิ๋วท่ามกลางกำแพงสีขาวสองข้างทาง
กำแพงหิมะจะมีให้ชมเฉพาะช่วง กลางเมษายน – ปลายมิถุนายน ใครเล็งจะมาดูต้องเช็คช่วงเวลาให้ดี
7. เมืองมัตสึโมโต้ (Matsumoto)
ลงจาก Alpine Route แล้ว เรานั่งรถไฟมาค้างที่เมือง Matsumoto ใช้พาสขึ้นรถไฟ JR สาย Local ได้ ไม่ต้องจองที่นั่ง
จุดเด่นของเมืองนี้คือ
ปราสาทมัตสึโมโต้ (Matsumoto Castle) หนึ่งในปราสาทไม้เก่าแก่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
จากสถานีเดินไปปราสาทประมาณ 10–15 นาที บรรยากาศเมืองเดินเล่นได้ชิลมาก
วางแผนยังไงให้เก็บไฮไลท์ได้ครบ
จากตัวอย่างการเดินทาง เราใช้พาสจริงแค่ประมาณ 3 วัน ก็สามารถเก็บเมืองดังๆ ได้หลายที่แล้ว ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้ การวางแผนแบบนี้จะคุ้มขึ้นไปอีก
แวะค้างคืนที่เมืองออนเซ็น Gero (เกโระ) ก่อนขึ้นไป Takayama เพื่อแช่น้ำร้อนชิลๆ
ตอนกลับจาก Matsumoto มุ่งหน้า Nagoya ลองแวะเมืองเก่าบรรยากาศดีอย่าง Kiso Fukushima จะเก็บไฮไลท์เส้นทางนี้ได้ครบยิ่งขึ้น
สรุปภาพรวมพาสนี้
เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยว Nagoya + Japan Alps + เมืองสายธรรมชาติและเมืองเก่า ภายในทริปเดียว
พาสเดียวช่วยจัดการ ค่าเดินทางเส้นไกล ให้จบในครั้งเดียว ไม่ต้องมานั่งซื้อตั๋วรายเที่ยว
ถ้าวางแผนดีๆ ใช้ครบทั้งเส้นทางและสิทธิ์จองที่นั่ง จะรู้สึกเลยว่า คุ้มกว่าซื้อแยกหลายเท่า
ถ้าชอบเที่ยวภูเขา เมืองเก่า และอยากสัมผัสกำแพงหิมะกับวิวเทือกเขาแบบเต็มๆ ลองวางแพลน 5 วันกับ Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass ดูสักครั้ง รับรองว่ารัก Japan Alps หนักกว่าเดิมแน่นอน

