รับแอปรับแอป

พาสเดียววนรอบ Nagoya – Japan Alps 5 วันเต็ม ใช้ยังไงให้คุ้มทุกเยน!

พิมพ์ชนก สุขใจ01-30

พาสเดียวเก็บครบ Japan Alps รอบวง

อยากเที่ยวเจแปนแอลป์ให้คุ้มแบบไม่ต้องมานั่งคิดค่ารถทีละต่อใช่ไหม? ถ้าใช่ Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์ที่สุดใบหนึ่งสำหรับสายเที่ยวภูเขาและเมืองเก่ากลางญี่ปุ่น

พาสเดียวพาเราเที่ยววนได้ตั้งแต่ Nagoya – Gero – Takayama – Toyama – Tateyama Kurobe Alpine Route – Matsumoto – กลับ Nagoya ภายใน 5 วันติด จะขึ้นกี่รอบก็ได้ในพื้นที่ที่กำหนด

Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass คืออะไร?

พาสนี้ออกโดย JR Central เอาไว้ให้สายเที่ยวต่างชาติที่อยากตะลุย Japan Alps และเมืองรอบๆ ใช้เดินทางได้แบบ ไม่จำกัดเที่ยวภายใน 5 วันต่อเนื่อง ตามเส้นทางหลัก

เส้นทางหลักที่ครอบคลุม เช่น

  • Nagoya – Gero – Takayama – Hida Furukawa – Toyama

  • ช่วง Tateyama Kurobe Alpine Route ระหว่าง Dentetsu-Toyama – Shinano-Omachi

  • เส้นทาง Matsumoto – Nagoya ผ่านสาย Oito / Shinonoi / Chuo

พูดง่ายๆ คือเน้นโซน ใจกลางญี่ปุ่นฝั่งภูเขา เอาไว้ลุยทั้งเมืองและเขาในทริปเดียว

ใช้พาสขึ้นอะไรได้บ้าง?

รถไฟ JR ที่ใช้ได้

สามารถใช้กับรถไฟ JR ประเภทต่างๆ ได้ในโซนที่กำหนด ทั้ง

  • Limited Express

  • Express

  • Rapid

  • Local

โดยครอบคลุมช่วงสำคัญ เช่น

  • ระหว่าง Nagoya – Toyama (สาย Tokaido / Takayama)

  • ระหว่าง Shinano-Omachi – Nagoya (สาย Oito / Shinonoi / Chuo)

เส้นทางเจแปนแอลป์ (Tateyama Kurobe Alpine Route)

พาสใบนี้ยังครอบคลุมยานพาหนะบนเส้นทาง Alpine Route ระหว่าง

  • Dentetsu-Toyama – Shinano-Omachi

  • รถไฟด่วนพิเศษ Dentetsu-Toyama – Tateyama (ของ Toyama Chiho Railway)

เรียกได้ว่าใครตั้งใจจะไป กำแพงหิมะ หรือวิวเทือกเขาอลังการ เส้นนี้คือไฮไลท์ที่ห้ามพลาด

ทริกเวลาเที่ยวเจแปนแอลป์

  • ช่วงกลางเมษายน – ต้นพฤษภาคม

  • กลางสิงหาคม

  • ต้นตุลาคม

เป็นช่วงที่คนเยอะมาก ควร ออกเดินทางแต่เช้า เพื่อให้ทันรอบรถต่างๆ และมีเวลาเที่ยวด้านบนแบบไม่ต้องรีบ

การซื้อและใช้พาส (ภาพรวม)

พาสนี้ขายให้เฉพาะ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีตราประทับในพาสปอร์ตว่า “Temporary Visitor” เท่านั้น

ช่องทางซื้อล่วงหน้า

  • สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ตัวแทนต่างๆ เพื่อรับเป็น MCO (Exchange Order) แล้วค่อยไปแลกเป็นพาสจริงที่ญี่ปุ่น

  • หรือจองผ่านระบบออนไลน์ของ JR แล้วไปรับพาสที่ศูนย์ JR ในสถานีที่กำหนด

  • ซื้อผ่านบริษัททัวร์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในไทยก็ได้เช่นกัน โดยจะได้ MCO ไปแลกเป็นพาสจริงที่ญี่ปุ่น

ทุกกรณีที่ได้เป็น MCO ต้องนำไปแลกเป็นพาสจริงภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยยื่นพร้อมพาสปอร์ตที่ญี่ปุ่น

ซื้อที่ญี่ปุ่นโดยตรง

ถ้าอยากมาซื้อหน้างานเลย ก็สามารถซื้อที่สถานี JR ในญี่ปุ่น (เฉพาะจุดจำหน่ายที่กำหนด) หลังจากเดินทางมาถึงได้เช่นกัน

ใช้พาสแล้วคุ้มยังไง?

ข้อดีเด่นๆ

  • เหมาะสุดๆ สำหรับคนบินลง Nagoya แล้วตั้งใจไปเจแปนแอลป์ เส้นทางหลักอย่าง Nagoya – Takayama – Toyama – Alpine Route – Matsumoto – กลับ Nagoya ใช้พาสใบเดียววนได้ใน 5 วัน

  • จองที่นั่ง Limited Express ฟรีได้ 4 ครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับทริปยอดฮิต เช่น

    • ครั้งที่ 1: Nagoya → Takayama

    • ครั้งที่ 2: Takayama → Toyama

    • ครั้งที่ 3: Matsumoto → Nagoya

เฉพาะค่ารถไฟด่วน 3 เที่ยวก็ปาไปประมาณ 18,000 เยนแล้ว ยังไม่รวมค่าเดินทางบน Alpine Route ที่ราวๆ 10,000 เยน เท่ากับว่า แทบจะได้ขึ้นเจแปนแอลป์ฟรี เลยทีเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับค่าพาส

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

  • ใช้ได้เฉพาะรถไฟ JR ประเภท Limited Express, Express, Rapid และ Local ในเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น
    • ระหว่าง Nagoya – Toyama (Tokaido / Takayama Line)

    • ระหว่าง Shinano-Omachi – Nagoya (Oito / Shinonoi / Chuo Main Line)

    • ไม่รวม Home Liner และ Shinkansen

  • ใช้ขึ้นยานพาหนะบน Tateyama Kurobe Alpine Route ได้เฉพาะช่วง Dentetsu-Toyama – Shinano-Omachi

  • จอง Tateyama Cable Car ผ่านเว็บไซต์ไม่ได้ ต้องไปออกตั๋วหน้างานจริงในวันที่ใช้ (จะได้รับตั๋วมีบาร์โค้ด)

  • พาสต้องใช้ ต่อเนื่องกัน 5 วัน นับจากวันเริ่มใช้งานที่ระบุบนพาส

  • ไม่ครอบคลุม การเดินทางย่อย เช่น

    • รถไฟใต้ดินในเมือง Nagoya

    • รถบัสในเมือง Takayama

ใครวางแผนจะเที่ยวในเมืองเยอะๆ ต้องเผื่อค่าบัตรโดยสารในเมืองเพิ่มเอง

วิธีใช้พาสจริงในทริป (จากประสบการณ์รีวิว)

ตอนซื้อจากไทย เราจะได้เป็น MCO (Exchange Order) หน้าตาเป็นตั๋วกระดาษ ใบนี้ยังใช้ขึ้นรถไม่ได้ ต้องเอาไปแลกที่ญี่ปุ่นก่อน

ไปแลกพาสที่สถานี Nagoya เจ้าหน้าที่จะถามว่าเริ่มใช้วันไหน เพราะต้องพิมพ์วันที่ลงบนพาสเลย

พอแลกแล้วจะได้

  • บัตรพาสใบใหญ่

  • ตั๋วสีเขียวแปะอยู่ด้านหลังสำหรับใช้ผ่านประตูหรือโชว์ให้นายสถานีดู

เวลาเข้าออกสถานีที่ไม่มีประตูอัตโนมัติ ก็แค่โชว์พาสให้นายสถานีข้างๆ ดูเท่านั้นเอง

การจองที่นั่งล่วงหน้า

  • เอาแผนเที่ยวที่วางไว้ไปให้เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ JR ดู แล้วให้เขาช่วยออกตั๋วที่นั่ง Reserve Seat Ticket ให้ทีเดียวครบทุกช่วงก็ได้

  • ด้านในพาสจะถูกปั๊มว่าเราใช้สิทธิ์จองไปกี่ครั้งแล้ว สูงสุดคือ 4 ครั้ง

  • ถ้าจองครบแล้ว จะนั่ง ตู้ Non-reserved แทน หรือจะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อจองเพิ่มก็ได้เช่นกัน

เวลามีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตั๋วบนรถไฟ ให้โชว์ทั้งพาส และ Reserve Seat Ticket ของขบวนนั้นๆ

เมืองและไฮไลท์ที่ไปได้ด้วยพาสนี้

ต่อไปมาดูตัวอย่างเมืองและสถานที่เที่ยวที่สามารถใช้พาสไปได้ จะเห็นภาพมากขึ้นว่าพาสใบเดียวพาเราไปไหนได้บ้าง

1. เมืองนาโกย่า (Nagoya)

ในเมืองนาโกย่าเอง แนะนำให้ซื้อ Nagoya Subway 24-Hour Ticket เพิ่มต่างหาก (ประมาณ 760 เยน) เพราะพาสหลักไม่ครอบคลุมรถไฟใต้ดินในเมือง

ข้อดีของตั๋ว 24 ชั่วโมงคือ

  • นั่งรถใต้ดินในเมืองได้ไม่อั้น 1 วัน

  • ใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งได้ เช่น ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ลดค่าเข้าได้ประมาณ 100 เยน

2. เมืองทาคายาม่า (Takayama)

จาก Nagoya → Takayama นั่งรถไฟด่วนประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ใช้พาสขึ้นได้เลย

ในตัวเมืองทาคายาม่า เดินเที่ยวเอาก็เอาอยู่ ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรรถบัสเพิ่ม จุดที่ไม่ควรพลาด เช่น

  • เขตเมืองเก่า Sanmachi บ้านไม้เก่าเรียงราย บรรยากาศย้อนยุคสุดๆ

  • ตลาดเช้า Miyagawa Market (ควรมาก่อนเที่ยง) ของกิน ของฝากเยอะมาก

ส่วนใครอยากไปต่อ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ต้องซื้อ ตั๋วรถบัสเพิ่ม เอง เพราะไม่ได้รวมอยู่ในพาสนี้

3. เมืองฮิดะฟุรุคาวะ (Hida Furukawa)

เมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากทาคายาม่า นั่งรถไฟจากสถานี Takayama → Hida Furukawa แค่ราวๆ 10 กว่านาที ใช้พาสขึ้นได้

จุดเด่นของเมืองนี้คือ

  • สถานีรถไฟและบรรยากาศในเมืองที่ถูกใช้เป็นฉากในอนิเมะเรื่องดัง

  • คลองที่มี ปลาคราฟว่ายไปมา น่ารักมาก เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปชิลๆ

แต่ต้องระวังอย่างเดียวคือ ตารางรถไฟค่อนข้าง间ห่าง ควรเช็ครอบไป–กลับให้ดีก่อน

4. เมืองโทยาม่า (Toyama)

จาก Takayama หรือ Hida Furukawa → Toyama ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ด้วยรถไฟด่วน

ในเมืองโทยาม่าเอง

  • สามารถเดินเที่ยวในเมืองได้

  • หรือจะลองนั่ง รถราง ในเมืองก็ได้ ค่ารถประมาณ 200 เยนต่อเที่ยว

5. เส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route

เส้นทางนี้คือหัวใจของทริปสายภูเขา เราเริ่มจากฝั่ง Toyama โดยขึ้นจากสถานี Dentetsu Toyama

พอไปถึงสถานี Tateyama ต้องไปออกตั๋วที่มี บาร์โค้ดพร้อมเวลาขึ้น Cable Car ตามเวลาที่ระบบกำหนด

  • สถานีอื่นๆ บนเส้น Alpine Route ไม่ต้องจองเวลา แค่ต่อแถวขึ้นยานพาหนะตามปกติ

6. กำแพงหิมะ (Tateyama “Yuki-no-Otani” Snow Wall)

ไฮไลท์ตัวท็อปของเส้นทางนี้อยู่ที่ สถานี Murodo ซึ่งเป็นจุดชมกำแพงหิมะชื่อดัง

ในช่วงที่ไป (ปลายเมษายนปีหนึ่ง) ความสูงของกำแพงหิมะแตะประมาณ 19 เมตร เดินไปแล้วรู้สึกตัวเล็กจิ๋วท่ามกลางกำแพงสีขาวสองข้างทาง

กำแพงหิมะจะมีให้ชมเฉพาะช่วง กลางเมษายน – ปลายมิถุนายน ใครเล็งจะมาดูต้องเช็คช่วงเวลาให้ดี

7. เมืองมัตสึโมโต้ (Matsumoto)

ลงจาก Alpine Route แล้ว เรานั่งรถไฟมาค้างที่เมือง Matsumoto ใช้พาสขึ้นรถไฟ JR สาย Local ได้ ไม่ต้องจองที่นั่ง

จุดเด่นของเมืองนี้คือ

  • ปราสาทมัตสึโมโต้ (Matsumoto Castle) หนึ่งในปราสาทไม้เก่าแก่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

  • จากสถานีเดินไปปราสาทประมาณ 10–15 นาที บรรยากาศเมืองเดินเล่นได้ชิลมาก

วางแผนยังไงให้เก็บไฮไลท์ได้ครบ

จากตัวอย่างการเดินทาง เราใช้พาสจริงแค่ประมาณ 3 วัน ก็สามารถเก็บเมืองดังๆ ได้หลายที่แล้ว ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้ การวางแผนแบบนี้จะคุ้มขึ้นไปอีก

  • แวะค้างคืนที่เมืองออนเซ็น Gero (เกโระ) ก่อนขึ้นไป Takayama เพื่อแช่น้ำร้อนชิลๆ

  • ตอนกลับจาก Matsumoto มุ่งหน้า Nagoya ลองแวะเมืองเก่าบรรยากาศดีอย่าง Kiso Fukushima จะเก็บไฮไลท์เส้นทางนี้ได้ครบยิ่งขึ้น

สรุปภาพรวมพาสนี้

  • เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยว Nagoya + Japan Alps + เมืองสายธรรมชาติและเมืองเก่า ภายในทริปเดียว

  • พาสเดียวช่วยจัดการ ค่าเดินทางเส้นไกล ให้จบในครั้งเดียว ไม่ต้องมานั่งซื้อตั๋วรายเที่ยว

  • ถ้าวางแผนดีๆ ใช้ครบทั้งเส้นทางและสิทธิ์จองที่นั่ง จะรู้สึกเลยว่า คุ้มกว่าซื้อแยกหลายเท่า

ถ้าชอบเที่ยวภูเขา เมืองเก่า และอยากสัมผัสกำแพงหิมะกับวิวเทือกเขาแบบเต็มๆ ลองวางแพลน 5 วันกับ Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass ดูสักครั้ง รับรองว่ารัก Japan Alps หนักกว่าเดิมแน่นอน