รับแอปรับแอป

มือใหม่ EV ต้องอ่าน! 5 เช็กลิสต์ก่อน (เช่า)ซื้อ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรก

วศิน สุขสันต์01-31

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ของไบเกอร์ไทย

บนถนนที่ทั้งรถติดและรีบเร่งในทุกวัน มอเตอร์ไซค์ ยังเป็นยานพาหนะคู่ใจของคนไทยจำนวนมหาศาล ยอดขายปีล่าสุดพุ่งแตะกว่า 1.7 ล้านคัน และยังเติบโตต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน เทรนด์ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV) ก็กำลังมาแรงไม่แพ้กัน ด้วยภาพลักษณ์ทันสมัย เทคโนโลยีล้ำ และไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทาง

แต่เพราะ EV ยังเป็นของใหม่สำหรับหลายคน ก่อนจะตัดสินใจซื้อหรือเช่าซื้อ ลองมาดู 5 เช็กลิสต์สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณเลือกคันที่ “ใช่” และเหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

1. เช็กรูปแบบการใช้งานให้ชัดก่อน

การจะเลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้ตรงใจ ต้องเริ่มจากการถามตัวเองว่า คุณใช้รถแบบไหนในชีวิตจริง

  • ขี่ในเมือง ระยะสั้นไป-กลับบ้านที่ทำงาน
    ถ้าคุณวิ่งเฉลี่ยวันละราว 20–50 กิโลเมตร รุ่นที่วิ่งได้ราว 60–70 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่ต้องจ่ายเกินความจำเป็น

  • กลุ่มไรเดอร์ ส่งอาหาร ส่งของ หรือใช้งานเชิงพาณิชย์
    ต้องขี่ทั้งวัน วิ่งต่อเนื่อง แนะนำให้มองหารถที่วิ่งได้อย่างน้อย 120–150 กิโลเมตรต่อการชาร์จ หรือเลือกรุ่นที่รองรับ ระบบสลับแบตเตอรี่ (เปลี่ยนแบตรวดเร็ว) เพื่อลดเวลาหยุดชาร์จระหว่างงาน

  • สายท่องเที่ยว ชอบออกทริปหรือเดินทางไกลเป็นครั้งคราว
    ควรเลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง รองรับการเดินทางระยะ 150 กิโลเมตรขึ้นไปต่อการชาร์จ และถ้ามี ระบบชาร์จเร็ว ก็ยิ่งตอบโจทย์การขี่ต่อเนื่องตลอดเส้นทาง

สรุปง่ายๆ คือ: รู้สไตล์การขี่ของตัวเองก่อน แล้วค่อยเลือกสเปกรถให้เข้ากัน ไม่ใช่เลือกจากหน้าตาอย่างเดียว

2. เช็กระบบชาร์จให้เหมาะกับบ้านและไลฟ์สไตล์

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นรองรับระบบชาร์จไม่เหมือนกัน ก่อนซื้อควรถามตัวเองว่า คุณจะชาร์จที่ไหน และชาร์จยังไง

  • บ้านมีปลั๊ก ชาร์จข้ามคืนได้สบาย
    รุ่นที่รองรับการชาร์จแบบปกติ AC Charging ก็เพียงพอ ชาร์จตอนกลางคืน ตื่นเช้ามาพร้อมลุยทั้งวัน

  • อยู่คอนโดหรือหอพัก ไม่มีปลั๊กส่วนตัว
    ควรมองหารุ่นที่ ถอดแบตออกมาชาร์จได้ ยกแบตขึ้นห้องเสียบปลั๊กชาร์จ ไม่ต้องง้อปลั๊กรถยนต์ส่วนกลาง

  • ต้องการชาร์จระหว่างวัน ใช้รถหนัก มีเวลารอน้อย
    เลือกรุ่นที่รองรับ DC Fast Charging (ชาร์จเร็ว) เพื่อลดเวลารอชาร์จ ชาร์จไม่นานก็กลับไปทำงานหรือออกทริปต่อได้

ถ้าเลือกระบบชาร์จไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ สุดท้ายจะกลายเป็นภาระมากกว่าความสะดวก

3. เช็กบริการหลังการขาย อย่ามองข้าม

สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า บริการหลังการขายคือหัวใจสำคัญ เพราะระบบภายในโดยเฉพาะมอเตอร์และแบตเตอรี่ต่างจากรถน้ำมันแบบเดิม

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

  • จำนวนและความครอบคลุมของศูนย์บริการ
    มีศูนย์อยู่ใกล้บ้านหรือเส้นทางที่ใช้ประจำหรือไม่

  • ระยะเวลาการซ่อม และความพร้อมอะไหล่
    ถ้าต้องรออะไหล่นาน รถเข้าอู่ทีคือกระทบชีวิตประจำวันแน่นอน

  • ช่องทางการติดต่อเมื่อรถมีปัญหา
    มีแอปให้แจ้งซ่อมหรือไม่, มีคอลเซ็นเตอร์รองรับตลอดเวลาหรือเปล่า

  • เงื่อนไขการรับประกัน
    ต้องรู้ชัดเจนว่ารับประกันอะไรบ้าง ระยะเวลาเท่าไร ครอบคลุมแบตเตอรี่และมอเตอร์หรือไม่

อย่ามองแค่ราคาตอนซื้อ แต่ต้องคิดถึงการดูแลระยะยาวด้วย

4. เช็กความคุ้มครองประกันภัยให้รอบด้าน

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็เหมือนรถทุกประเภทที่ควรมีประกันคุ้มครองอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายไม่คาดฝันในอนาคต

นอกจากประกันภัยภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) แล้ว ยังมีประกันภาคสมัครใจที่น่าสนใจ เช่น

  • ประกันภัยสูญเสียทางการเงินสำหรับเช่าซื้อประเภทรถจักรยานยนต์
    ช่วยคุ้มครองความเสียหายทางการเงินในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดกับรถที่เช่าซื้อ

  • ประกันรถจักรยานยนต์สูญหาย
    ครอบคลุมกรณีโจรกรรมหลายรูปแบบ เช่น ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และบางกรณีที่รถเสียหายจากอุบัติเหตุโดยสิ้นเชิง

การมีประกันที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ใช้รถ อุ่นใจกว่าเดิม และลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคต

5. เช็กแผนสินเชื่อ ก่อนเซ็นสัญญา

ก่อนจะตัดสินใจซื้อหรือเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เรื่อง สินเชื่อและภาระผ่อน เป็นอีกจุดที่ต้องคำนวณให้ดี

สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจริง

  • ระยะเวลาผ่อนชำระ ว่านานแค่ไหนถึงจะไม่อึดอัด

  • เงื่อนไขต่าง ๆ ของสัญญา ว่าเข้าใจทุกข้อแล้วหรือยัง

ในยุคดิจิทัล การเข้าถึงแหล่งเงินทุนทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ผู้ใช้สามารถขอสินเชื่อดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา และรู้ผลอนุมัติได้ภายในเวลาไม่นาน

หลักคิดสำคัญคือ “กู้เท่าที่จำเป็น และผ่อนไหวแบบไม่กระทบคุณภาพชีวิต”

เกร็ดเพิ่มเติม: รู้จักประเภทมอเตอร์ไซค์และช่วงดอกเบี้ย

เพื่อวางแผนได้ตรงงบมากขึ้น ควรรู้ภาพรวมเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทมอเตอร์ไซค์และเงื่อนไขบางอย่างที่มักถูกใช้ในตลาดสินเชื่อ

  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า)
    สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามักมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 5.00% – 13.80% ต่อปี (ถ้าเทียบเป็นดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก จะอยู่ราว 9.10% – 23% ต่อปี)

  • รถบิ๊กไบค์
    หมายถึงรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ความจุเครื่องยนต์ตั้งแต่ 400 ซีซีขึ้นไป หรือในกรณีรถไฟฟ้า คือมีกำลังพิกัดมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ (35,000 วัตต์) ขึ้นไป

  • มอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง
    ความจุเครื่องยนต์ตั้งแต่ 250 ซีซี แต่ไม่ถึง 400 ซีซี
    สำหรับรถใหม่ ต้องมีราคาซื้อขายตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป
    ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะนับรวมกลุ่มที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังน้อยกว่า 35 กิโลวัตต์ แต่ในขณะเป็นรถใหม่มีราคาตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป

  • มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก
    มีความจุน้อยกว่า 250 ซีซี หรือบางกรณีแม้เกิน 250 ซีซี แต่หากเป็นรถใหม่และมีราคาซื้อขายน้อยกว่า 100,000 บาท ก็ถูกจัดอยู่กลุ่มนี้
    ในฝั่งรถไฟฟ้า จะหมายถึงรุ่นที่มีกำลังพิกัดมอเตอร์ไฟฟ้าน้อยกว่า 35 กิโลวัตต์ และราคาในตอนเป็นรถใหม่ต่ำกว่า 200,000 บาท

สรุป: เลือกให้ตรงไลฟ์สไตล์ แล้ว EV จะเป็นคู่หูที่ใช่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่ของเล่นใหม่ แต่เป็น อีกก้าวของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมืองยุคใหม่

ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเช่าซื้อ ลองย้อนกลับมาเช็กตัวเองตาม 5 ข้อนี้อีกครั้ง

  • ใช้งานแบบไหน? ระยะใกล้ ไกล หรือขี่ทั้งวัน

  • ชาร์จที่ไหน? บ้าน คอนโด หรือระหว่างวัน

  • แบรนด์ที่มองไว้ มีศูนย์บริการและอะไหล่พร้อมแค่ไหน

  • ประกันภัยครอบคลุมความเสี่ยงสำคัญหรือยัง

  • แผนสินเชื่อและยอดผ่อน รายเดือนอยู่ในโซนที่คุณรับไหวจริงหรือไม่

ถ้าตอบทุกข้อได้อย่างมั่นใจ คุณก็พร้อมแล้วที่จะมี มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรก เป็นคู่หูใหม่บนทุกเส้นทางของชีวิต