มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ของไบเกอร์ไทย
บนถนนที่ทั้งรถติดและรีบเร่งในทุกวัน มอเตอร์ไซค์ ยังเป็นยานพาหนะคู่ใจของคนไทยจำนวนมหาศาล ยอดขายปีล่าสุดพุ่งแตะกว่า 1.7 ล้านคัน และยังเติบโตต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน เทรนด์ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV) ก็กำลังมาแรงไม่แพ้กัน ด้วยภาพลักษณ์ทันสมัย เทคโนโลยีล้ำ และไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทาง
แต่เพราะ EV ยังเป็นของใหม่สำหรับหลายคน ก่อนจะตัดสินใจซื้อหรือเช่าซื้อ ลองมาดู 5 เช็กลิสต์สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณเลือกคันที่ “ใช่” และเหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
1. เช็กรูปแบบการใช้งานให้ชัดก่อน
การจะเลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้ตรงใจ ต้องเริ่มจากการถามตัวเองว่า คุณใช้รถแบบไหนในชีวิตจริง
ขี่ในเมือง ระยะสั้นไป-กลับบ้านที่ทำงาน
ถ้าคุณวิ่งเฉลี่ยวันละราว 20–50 กิโลเมตร รุ่นที่วิ่งได้ราว 60–70 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่ต้องจ่ายเกินความจำเป็นกลุ่มไรเดอร์ ส่งอาหาร ส่งของ หรือใช้งานเชิงพาณิชย์
ต้องขี่ทั้งวัน วิ่งต่อเนื่อง แนะนำให้มองหารถที่วิ่งได้อย่างน้อย 120–150 กิโลเมตรต่อการชาร์จ หรือเลือกรุ่นที่รองรับ ระบบสลับแบตเตอรี่ (เปลี่ยนแบตรวดเร็ว) เพื่อลดเวลาหยุดชาร์จระหว่างงานสายท่องเที่ยว ชอบออกทริปหรือเดินทางไกลเป็นครั้งคราว
ควรเลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง รองรับการเดินทางระยะ 150 กิโลเมตรขึ้นไปต่อการชาร์จ และถ้ามี ระบบชาร์จเร็ว ก็ยิ่งตอบโจทย์การขี่ต่อเนื่องตลอดเส้นทาง
สรุปง่ายๆ คือ: รู้สไตล์การขี่ของตัวเองก่อน แล้วค่อยเลือกสเปกรถให้เข้ากัน ไม่ใช่เลือกจากหน้าตาอย่างเดียว
2. เช็กระบบชาร์จให้เหมาะกับบ้านและไลฟ์สไตล์
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นรองรับระบบชาร์จไม่เหมือนกัน ก่อนซื้อควรถามตัวเองว่า คุณจะชาร์จที่ไหน และชาร์จยังไง
บ้านมีปลั๊ก ชาร์จข้ามคืนได้สบาย
รุ่นที่รองรับการชาร์จแบบปกติ AC Charging ก็เพียงพอ ชาร์จตอนกลางคืน ตื่นเช้ามาพร้อมลุยทั้งวันอยู่คอนโดหรือหอพัก ไม่มีปลั๊กส่วนตัว
ควรมองหารุ่นที่ ถอดแบตออกมาชาร์จได้ ยกแบตขึ้นห้องเสียบปลั๊กชาร์จ ไม่ต้องง้อปลั๊กรถยนต์ส่วนกลางต้องการชาร์จระหว่างวัน ใช้รถหนัก มีเวลารอน้อย
เลือกรุ่นที่รองรับ DC Fast Charging (ชาร์จเร็ว) เพื่อลดเวลารอชาร์จ ชาร์จไม่นานก็กลับไปทำงานหรือออกทริปต่อได้
ถ้าเลือกระบบชาร์จไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ สุดท้ายจะกลายเป็นภาระมากกว่าความสะดวก
3. เช็กบริการหลังการขาย อย่ามองข้าม
สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า บริการหลังการขายคือหัวใจสำคัญ เพราะระบบภายในโดยเฉพาะมอเตอร์และแบตเตอรี่ต่างจากรถน้ำมันแบบเดิม
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ
จำนวนและความครอบคลุมของศูนย์บริการ
มีศูนย์อยู่ใกล้บ้านหรือเส้นทางที่ใช้ประจำหรือไม่ระยะเวลาการซ่อม และความพร้อมอะไหล่
ถ้าต้องรออะไหล่นาน รถเข้าอู่ทีคือกระทบชีวิตประจำวันแน่นอนช่องทางการติดต่อเมื่อรถมีปัญหา
มีแอปให้แจ้งซ่อมหรือไม่, มีคอลเซ็นเตอร์รองรับตลอดเวลาหรือเปล่าเงื่อนไขการรับประกัน
ต้องรู้ชัดเจนว่ารับประกันอะไรบ้าง ระยะเวลาเท่าไร ครอบคลุมแบตเตอรี่และมอเตอร์หรือไม่
อย่ามองแค่ราคาตอนซื้อ แต่ต้องคิดถึงการดูแลระยะยาวด้วย
4. เช็กความคุ้มครองประกันภัยให้รอบด้าน
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็เหมือนรถทุกประเภทที่ควรมีประกันคุ้มครองอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายไม่คาดฝันในอนาคต
นอกจากประกันภัยภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) แล้ว ยังมีประกันภาคสมัครใจที่น่าสนใจ เช่น
ประกันภัยสูญเสียทางการเงินสำหรับเช่าซื้อประเภทรถจักรยานยนต์
ช่วยคุ้มครองความเสียหายทางการเงินในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดกับรถที่เช่าซื้อประกันรถจักรยานยนต์สูญหาย
ครอบคลุมกรณีโจรกรรมหลายรูปแบบ เช่น ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และบางกรณีที่รถเสียหายจากอุบัติเหตุโดยสิ้นเชิง
การมีประกันที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ใช้รถ อุ่นใจกว่าเดิม และลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคต
5. เช็กแผนสินเชื่อ ก่อนเซ็นสัญญา
ก่อนจะตัดสินใจซื้อหรือเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เรื่อง สินเชื่อและภาระผ่อน เป็นอีกจุดที่ต้องคำนวณให้ดี
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจริง
ระยะเวลาผ่อนชำระ ว่านานแค่ไหนถึงจะไม่อึดอัด
เงื่อนไขต่าง ๆ ของสัญญา ว่าเข้าใจทุกข้อแล้วหรือยัง
ในยุคดิจิทัล การเข้าถึงแหล่งเงินทุนทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ผู้ใช้สามารถขอสินเชื่อดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา และรู้ผลอนุมัติได้ภายในเวลาไม่นาน
หลักคิดสำคัญคือ “กู้เท่าที่จำเป็น และผ่อนไหวแบบไม่กระทบคุณภาพชีวิต”
เกร็ดเพิ่มเติม: รู้จักประเภทมอเตอร์ไซค์และช่วงดอกเบี้ย
เพื่อวางแผนได้ตรงงบมากขึ้น ควรรู้ภาพรวมเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทมอเตอร์ไซค์และเงื่อนไขบางอย่างที่มักถูกใช้ในตลาดสินเชื่อ
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า)
สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามักมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 5.00% – 13.80% ต่อปี (ถ้าเทียบเป็นดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก จะอยู่ราว 9.10% – 23% ต่อปี)รถบิ๊กไบค์
หมายถึงรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ความจุเครื่องยนต์ตั้งแต่ 400 ซีซีขึ้นไป หรือในกรณีรถไฟฟ้า คือมีกำลังพิกัดมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ (35,000 วัตต์) ขึ้นไปมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง
ความจุเครื่องยนต์ตั้งแต่ 250 ซีซี แต่ไม่ถึง 400 ซีซี
สำหรับรถใหม่ ต้องมีราคาซื้อขายตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป
ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะนับรวมกลุ่มที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังน้อยกว่า 35 กิโลวัตต์ แต่ในขณะเป็นรถใหม่มีราคาตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไปมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก
มีความจุน้อยกว่า 250 ซีซี หรือบางกรณีแม้เกิน 250 ซีซี แต่หากเป็นรถใหม่และมีราคาซื้อขายน้อยกว่า 100,000 บาท ก็ถูกจัดอยู่กลุ่มนี้
ในฝั่งรถไฟฟ้า จะหมายถึงรุ่นที่มีกำลังพิกัดมอเตอร์ไฟฟ้าน้อยกว่า 35 กิโลวัตต์ และราคาในตอนเป็นรถใหม่ต่ำกว่า 200,000 บาท
สรุป: เลือกให้ตรงไลฟ์สไตล์ แล้ว EV จะเป็นคู่หูที่ใช่
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่ของเล่นใหม่ แต่เป็น อีกก้าวของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมืองยุคใหม่
ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเช่าซื้อ ลองย้อนกลับมาเช็กตัวเองตาม 5 ข้อนี้อีกครั้ง
ใช้งานแบบไหน? ระยะใกล้ ไกล หรือขี่ทั้งวัน
ชาร์จที่ไหน? บ้าน คอนโด หรือระหว่างวัน
แบรนด์ที่มองไว้ มีศูนย์บริการและอะไหล่พร้อมแค่ไหน
ประกันภัยครอบคลุมความเสี่ยงสำคัญหรือยัง
แผนสินเชื่อและยอดผ่อน รายเดือนอยู่ในโซนที่คุณรับไหวจริงหรือไม่
ถ้าตอบทุกข้อได้อย่างมั่นใจ คุณก็พร้อมแล้วที่จะมี มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรก เป็นคู่หูใหม่บนทุกเส้นทางของชีวิต

