เช็คความเร็วเน็ตไม่ใช่แค่ดูว่า “ช้า หรือ เร็ว”
หลายคนเปิดเว็บเช็คความเร็วเน็ตแล้วดูแค่ตัวเลข Download / Upload ว่าสูงแค่ไหน แต่จริงๆ แล้วหน้าเว็บเช็คความเร็วเน็ตบอกอะไรเราได้มากกว่านั้นเยอะ ทั้งความหน่วง (Latency), ความนิ่งของสัญญาณ, การสูญหายของข้อมูล ไปจนถึงคุณภาพโดยรวมว่าเหมาะกับเล่นเกม ประชุมออนไลน์ หรือดูหนัง 4K หรือเปล่า
ถ้าเข้าใจตัวเลขเหล่านี้ดีๆ จะช่วยตอบได้เลยว่า เน็ตบ้านตอนนี้ยังโอเคอยู่มั้ย ควรเรียกช่าง หรือควรย้ายค่ายเลยดี
ค่าต่างๆ บนเว็บเช็คความเร็วเน็ต แปลว่าอะไร?
เวลาทดสอบความเร็วเน็ต คุณจะเจอคำศัพท์เต็มไปหมด ลองมาดูแบบเข้าใจง่ายๆ กันก่อน
Download / Upload Speed
ความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลด ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งดี โดยเฉพาะคนทำงานออนไลน์ อัปไฟล์บ่อย หรือสตรีมสดPing
ระยะเวลาที่เซิร์ฟเวอร์รับคำสั่งจากเราและตอบกลับ มีผลมากเวลาเล่นเกมออนไลน์ ยิ่งน้อยยิ่งดี (หลักมิลลิวินาที – ms)Jitter
ความนิ่งของการเชื่อมต่อ เป็น “หมวดย่อยของ Ping” ถ้า Jitter สูง แปลว่าเน็ตไม่นิ่ง เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่Latency
ดีเลย์ตอนส่งคำสั่งจากคอมเราไปยังปลายทางแล้วรอรับข้อมูลกลับมา หลายคนเรียกกันง่ายๆ ว่า “อาการแลค”Loss / Packet Loss
เปอร์เซ็นต์ข้อมูลที่ส่งออกไปแต่ปลายทางไม่ได้รับ ถ้าเริ่มมีค่า Loss ให้ระวัง เน็ตจะเริ่มหลุด ค้าง หรือวิดีโอคอลกระตุก
เช็คง่ายๆ ก่อนโทษค่ายเน็ต: ปัญหาในบ้านหรือจากผู้ให้บริการ?
บางทีเน็ตช้าไม่ได้มาจากผู้ให้บริการเสมอไป ลองไล่เช็คทีละจุดก่อน
ถ้าความเร็วอินเทอร์เน็ตต่ำจนผิดสังเกต ให้เริ่มจากฝั่งคอมพิวเตอร์หรือเราเตอร์ในบ้านก่อน
เข้าไปที่ Settings > Network & internet > Advanced network settingsเช็คความเร็วของ LAN หรือ Wi-Fi ถ้าต่ำกว่า 1000 Mbps (1 Gbps) ลองกด Disable แล้วรอประมาณ 10 วินาที ก่อนกด Enable ใหม่
ถ้าเช็คแล้วอุปกรณ์ฝั่งเราปกติ แต่สปีดยังไม่วิ่ง หรือค่าหน่วงสูงผิดปกติ นั่นแปลว่า น่าจะเริ่มมีปัญหาจากฝั่งผู้ให้บริการ (ISP) แล้ว
ปัจจุบันผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หลักๆ ที่คนไทยใช้กันคือ AIS Fibre, TrueOnline, 3BB และ NT Broadband
เบอร์ Call Center แต่ละค่ายที่ควรเซฟไว้
ถ้าเช็คทุกทางแล้วปัญหามาจากเครือข่าย ถึงเวลาติดต่อ Call Center ให้ช่างมาดูให้แล้ว
AIS Fibre โทร 1175
TrueOnline โทร 1242
3BB Contact Center โทร 1530
NT Broadband Call Center โทร 1888
และ my โทร 024012222
แนะนำให้จดค่าความเร็ว, Ping, Jitter และเวลาเกิดปัญหาไว้ก่อนโทรแจ้ง จะช่วยให้คุยกับเจ้าหน้าที่ได้ง่ายขึ้นมาก
ความเร็วเน็ตเท่าไหร่ถึงจะ “พอใช้” สำหรับแต่ละการใช้งาน?
จำเลขพวกนี้ไว้ ใช้เป็นไกด์ไลน์อัปเกรดแพ็กเกจหรือเราเตอร์ได้เลย
สูตรแปลงหน่วยความเร็วเน็ต
ความเร็ว 1 Mbps = 0.125 MB/s
ดังนั้น 1 Gbps = 125 MB/s (อ่านไฟล์ใหญ่ๆ หรือโหลดเกมจะเห็นความต่างชัดมาก)
เล่นเกมออนไลน์ทั่วไป
แนะนำ Download อย่างน้อย 25 Mbps
Upload อย่างน้อย 3 Mbps
ถ้าเป็นสาย เกม FPS / Competitive ต้องการ Ping ต่ำ เป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นยิงไม่ออก ตัววาร์ปแน่นอน
ดูหนัง / ดูสตรีมมิ่งความละเอียด 4K
ควรมีความเร็ว ตั้งแต่ 25 Mbps ขึ้นไป
ประชุมงานออนไลน์ (Video Conference)
ความเร็วอินเทอร์เน็ต 10 Mbps ขึ้นไป จะเริ่มใช้งานได้สบายขึ้น
รวม 7 เว็บเช็คความเร็วเน็ต ใช้ง่าย รายงานละเอียดครบ!
ต่อไปนี้คือ 7 เว็บไซต์เช็คความเร็วเน็ตที่ทั้งใช้งานง่าย และให้ข้อมูลละเอียด ใช้ประกอบการตัดสินใจได้เลยว่า เน็ตช้าพร้อมทน หรือถึงเวลาเปลี่ยนแพ็กเกจ / ย้ายค่ายแล้ว
1. Speedtest by Ookla – เว็บเช็คความเร็วเน็ตสุดฮิตที่ทุกคนต้องเคยใช้
ใครเคยเสิร์ชคำว่า “speedtest” ในเบราว์เซอร์ ส่วนใหญ่ก็จะจบที่ Speedtest by Ookla ทั้งนั้น จุดเด่นคือ หน้า UI ใช้งานง่ายมาก กดปุ่ม Go ปุ๊บ ระบบก็เริ่มทดสอบความเร็วให้ทันที
ระหว่างทดสอบจะมี กราฟเส้นแสดงความเร็วแบบ Real-time ให้เห็นว่าการดาวน์โหลดและอัปโหลดนิ่งแค่ไหน พร้อมทั้งโชว์ค่า Ping และความหน่วงในรูปแบบ Round trip แยกออกเป็น 3 ส่วนชัดเจน:
Idle Latency (สีเหลือง)
Download Latency (สีฟ้าอ่อน)
Upload Latency (สีม่วง)
ตัวเลขทั้ง 3 ยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะหมายถึงการรับส่งข้อมูลไป–กลับระหว่างคอมเราและเซิร์ฟเวอร์ใช้เวลาน้อย
จุดเด่นอีกอย่างคือ เลือกเซิร์ฟเวอร์เองได้ ถ้าอยากรู้ว่าเชื่อมต่อไปต่างภูมิภาค หรือต่างประเทศแล้วความเร็วจะดรอปลงแค่ไหน ก็สามารถกด Change Server เลือกได้เลย เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องต่อเซิร์ฟเวอร์เฉพาะทางเป็นประจำ
นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันแอปฯ บนสมาร์ทโฟนให้ใช้ ใครที่ต้องเช็คเน็ตบ่อยๆ ผ่านมือถือก็สะดวกสุดๆ
2. Fast.com – หน้าเว็บโคตรโล่ง แต่โหดเรื่องความเร็วทดสอบ
ถ้าพูดถึงเว็บเช็คความเร็วเน็ตที่จำชื่อได้ง่ายที่สุด Fast.com ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะชื่อสั้น จำง่าย แถมหน้าเว็บยัง โล่งสะอาด ไม่มีโฆษณากวนใจ
แค่เปิดเว็บ ระบบก็เริ่มทดสอบ ความเร็ว Download ให้อัตโนมัติ ใช้เวลาไม่นานก็รู้ผล และหากอยากทดสอบซ้ำ เพียงกดปุ่มในกรอบสีเขียวก็ลองใหม่ได้ทันที
ถ้าอยากดูรายละเอียดเพิ่ม แค่กด Show more info ก็จะมีข้อมูลอย่าง
ค่า Latency (ทั้งแบบ Unloaded และ Loaded)
ความเร็ว Upload
ค่าพวกนี้จะช่วยให้ดูภาพรวมการรับส่งข้อมูลแบบ Round trip ได้ชัดๆ ว่าเครือข่ายที่ใช้อยู่ตอบสนองเร็วแค่ไหน
อีกจุดหนึ่งที่หลายคนชอบคือ สามารถแชร์ผลการทดสอบขึ้นโซเชียลมีเดียได้ทันที เหมาะกับคนที่อยากเช็คเน็ตแล้วบ่นลง Facebook หรือ X ให้โลกเห็นว่าค่ายไหนทำได้ดีหรือควรปรับปรุง
Fast.com ยังมีแอปฯ บน Android และ iOS ให้โหลดไปใช้งานได้สะดวกด้วย
3. ADSLThailand Speedtest – รายละเอียดแน่น จัดเต็มข้อมูลเชิงเทคนิค
ใครอยากดูข้อมูลเชิงลึกของอินเทอร์เน็ตในไทย ADSLThailand Speedtest เป็นตัวเลือกที่น่าเล่นมาก หน้า UI จะเป็นกรอบหน้าปัดความเร็วคล้ายมาตรวัดยานพาหนะ แสดงผลลัพธ์หลักเป็น
Download Speed
Upload Speed
พร้อมทั้งมี Latency Test แยกเฉพาะ ให้ดูความหน่วงละเอียดขึ้น โดยจะแสดงทั้งค่าที่วัดได้และ ค่าเฉลี่ยตลอดการทดสอบ เป็นบรรทัดเล็กๆ สีดำถัดลงมา ทำให้เห็นภาพความเสถียรชัดกว่าเว็บทั่วไป
นอกจากนี้ยังโชว์ข้อมูลเพิ่มเติมอย่าง
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานอยู่ (ISP)
หมายเลข IPv4
ระบบปฏิบัติการที่ใช้
เบราว์เซอร์ที่เปิดเว็บ
ด้านข้างยังมี กระดานจัดอันดับความเร็ว ให้ดูว่าใครเน็ตแรงสุดในช่วงนั้น ถือว่าให้ข้อมูลครบมาก
จุดที่น่าสนใจคือ ถ้ากดที่ชื่อเซิร์ฟเวอร์ใต้กรอบทดสอบ จะสามารถ
เลือกจุดเชื่อมต่อ (Location) เองได้
ดูได้ว่าเซิร์ฟเวอร์ไหนรองรับ IPv6 (มีไอคอนบอกชัดเจน)
เห็นสัญลักษณ์ธงชาติถ้าเป็นเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ
เหมาะกับคนที่ต้องเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศบ่อยๆ แล้วอยากรู้ว่า ISP ของเราส่งข้อมูลออกต่างประเทศได้เร็วหรือเปล่า
แต่จุดที่อาจไม่สะดวกคือ ยังไม่มีแอปฯ สมาร์ทโฟนโดยตรง ต้องเข้าใช้งานผ่านเบราว์เซอร์เท่านั้น
4. nPerf Internet Speed test – ของเล่นเยอะ แผนที่เซิร์ฟเวอร์สุดอลัง
ใครท่องเว็บมานานน่าจะเคยเห็นชื่อ nPerf Internet Speed test ผ่านตามาแล้ว จุดพิเศษของเจ้านี้คือไม่ใช่แค่เว็บทดสอบธรรมดา แต่ยังเป็น ผู้พัฒนาเทคโนโลยีทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ที่เว็บอื่นๆ นิยมนำระบบไปใช้งานด้วย
บนเว็บหลักของ nPerf เองก็มีเครื่องมือทดสอบให้ใช้แบบจัดเต็ม โดยเริ่มตั้งแต่หน้าแรก คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ผลทดสอบแสดงเป็นหน่วยอะไร เช่น
Mb/s (ค่ามาตรฐาน)
kb/s
kiB/s
MiB/s
รวมถึงเลือกเซิร์ฟเวอร์ทดสอบเอง หรือจะปล่อยให้ระบบเลือกให้อัตโนมัติก็ได้ พอกด Start test ระบบจะแสดงทั้งผลลัพธ์และกราฟแสดงความเร็วระหว่างทดสอบแบบละเอียด
ทีเด็ดคือหน้าเลือกเซิร์ฟเวอร์เชื่อมต่อ ที่ไม่ได้มีแค่ชื่อและธงชาติเท่านั้น แต่ยังมี
ไอคอน IPv6 ให้เห็นชัดเจน
ลูกโลกหมุนได้ให้เลือกตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์แบบอินเทอร์แอคทีฟ
เส้นเชื่อมต่อจากตำแหน่งเราไปยังปลายทาง
รายชื่อเซิร์ฟเวอร์ในแต่ละประเทศและผู้ให้บริการ
เหมาะมากกับคนที่ชอบเช็คแบบละเอียด หรืออยากรู้ว่าตัวเองกำลังยิงข้อมูลไปหาประเทศไหนบ้าง นอกจากนี้ nPerf ยังมีแอปฯ บน Android และ iOS ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานเหมือนกัน
5. 3BB Speedtest – หน้าทดสอบเรียบง่าย ดูค่าเน็ตได้ไว
สำหรับลูกค้า 3BB หรือคนที่อยากทดสอบผ่านเครือข่ายของค่ายนี้โดยตรง สามารถใช้ 3BB Speedtest ได้ ซึ่งเป็นหน้าเช็คความเร็วที่ใช้ ระบบหลังบ้านจาก Speedtest by Ookla
ฟีเจอร์หลักๆ คือ
เลือกจุดเชื่อมต่อ (Server) ได้
ทดสอบความเร็ว Download / Upload (Mbps)
แสดงค่า Ping และ Jitter ชัดเจนกว่าเว็บ Speedtest ต้นฉบับในบางมุมมอง
อย่างไรก็ตาม ลูกเล่นโดยรวมจะค่อนข้างน้อย เน้นใช้งานง่ายเป็นหลัก และ ไม่มีแอปฯ แยกในมือถือ ต้องใช้งานผ่านเบราว์เซอร์เท่านั้น แต่ยังมีตัวเลือกปรับความเร็วอินเทอร์เน็ตให้เหมาะกับการเน้น Download หรือ Upload
6. Google Fiber Internet Speed Test – หน้าเทสต์ที่ต่อยอดสู่แพ็กเกจแรงๆ
อีกหนึ่งเว็บทดสอบความเร็วน่าสนใจคือ Google Fiber Internet Speed Test ซึ่งสร้างมาเพื่อประกอบการขายบริการอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ของ Google เอง โดยใช้ระบบทดสอบจาก Speedtest by Ookla เช่นกัน
หน้าการใช้งานมีปุ่ม Go ให้กดทดสอบ พร้อมเลือกเซิร์ฟเวอร์ก่อนเริ่มได้ พอทดสอบเสร็จจะเห็นค่าต่างๆ ครบถ้วน
ความเร็ว Download / Upload
ค่า Ping
ค่า Jitter
หน้าตาและการใช้งานเลยไม่ได้ต่างจากเว็บของผู้ให้บริการหลายเจ้าเท่าไหร่ แต่จุดประสงค์หลักคือไว้ให้คนที่สนใจ แพ็กเกจ Google Fiber ความเร็วระดับ 1–8 Gbps ทดลองก่อนตัดสินใจเลือก ใช้งานจริงอาจเหมาะกับคนที่อยู่ในสหรัฐฯ มากกว่า
ส่วนแอปฯ สำหรับทดสอบผ่านมือถือยังไม่มี ต้องเข้าใช้งานผ่านเว็บเหมือนกัน
7. Cloudflare Internet Speed Test – เช็คเน็ตละเอียด พร้อมแผนที่การเชื่อมต่อ
ถ้าคุณชอบเช็คเน็ตแบบจัดเต็ม Cloudflare Internet Speed Test คือเว็บที่ควรลองสักครั้ง เพราะ Cloudflare คือผู้ให้บริการ DNS server รายใหญ่ของโลก และหน้าเทสต์ของเขาก็เลยละเอียดมากเป็นพิเศษ
นอกจากค่ามาตรฐานอย่าง
Download / Upload Speed
Latency
Jitter
แล้วยังแสดง Packet Loss บอกเลยว่ามีข้อมูลกี่เปอร์เซ็นต์ที่ส่งไปไม่ถึงปลายทาง รวมถึงประเมินให้ด้วยว่าเน็ตที่ใช้อยู่
เหมาะกับดูสตรีมมิ่งไหม
เล่นเกมออนไลน์ไหวหรือเปล่า
ใช้ประชุมออนไลน์ได้ดีระดับไหน
ถ้าทุกอย่างดีจะมีคำว่า Great ขึ้นกำกับให้รู้สึกอุ่นใจ
จุดที่ไม่มีใครเหมือนคือ แผนที่การเชื่อมต่อ โชว์ว่าตอนนี้เครื่องเราติดต่ออยู่กับเซิร์ฟเวอร์ที่ไหน ผ่าน
IPv4 หรือ IPv6
ตำแหน่งโดยประมาณของเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง
ด้านล่างลงไปยังมีระบบทดสอบการรับส่งข้อมูลขนาดต่างๆ ตั้งแต่ 100kB, 1MB, 10MB, 25MB, 50MB, 100MB จนถึง 250MB แล้วพล็อตออกมาเป็นกราฟให้เห็นกันชัดๆ ว่าความเร็ววิ่งเป็นอย่างไร เหมาะกับสายเทคนิคที่ชอบดูละเอียดลึกๆ
แม้ว่า Cloudflare จะไม่ได้ทำแอปฯ เช็คความเร็วโดยเฉพาะ แต่มีแอป VPN ให้ใช้งานบนสมาร์ทโฟน โดยมีอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เน้นเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเปิดให้ทดลองใช้ก่อนและถ้าต้องการปริมาณการใช้งานมากขึ้นก็สามารถจ่ายเพิ่มภายหลังได้ ส่วนชื่อ 1.1.1.1 ที่หลายคนเห็นบ่อยๆ ก็คือหมายเลข Public DNS ของ Cloudflare นั่นเอง
สรุป: เว็บเช็คความเร็วเน็ต = เข็มทิศตัดสินใจอัปเกรดเน็ตบ้าน
เว็บเช็คความเร็วเน็ตไม่ใช่แค่เครื่องมือเอาไว้ “จับผิดค่ายเน็ต” ว่าจ่าย 1,000 Mbps แล้วได้ไม่ถึง แต่ถ้าใช้ให้เป็น คุณสามารถเอามันไปต่อยอดได้อีกหลายอย่าง เช่น
เทียบกันกับเพื่อนหรือคนใกล้ตัวว่า แพ็กเกจที่เราจ่ายอยู่คุ้มกับความเร็วที่ได้จริงไหม
ใช้เป็นตัวช่วยตัดสินใจว่า ถึงเวลาย้ายค่ายหรืออัปเกรดแพ็กเกจ หรือยัง
เช็คว่า เราเตอร์เก่าที่ใช้อยู่กลายเป็นคอขวดหรือเปล่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนรุ่นใหม่หรือไม่
เพราะอินเทอร์เน็ตแต่ละพื้นที่แม้จะใช้แพ็กเกจเดียวกัน ก็มักจะได้ความเร็วไม่เท่ากัน จากหลายปัจจัย เช่น
สายสัญญาณเก่า เสื่อมสภาพ ทำให้เน็ตไม่เสถียร
บ้านหรือคอนโดอยู่ห่างจากจุดกระจายสัญญาณ
อุปกรณ์ในบ้านรองรับสปีดสูงสุดได้ไม่เท่ากับแพ็กเกจที่สมัคร
ดังนั้นครั้งหน้าก่อนจะบ่นว่า “เน็ตห่วย” ลองหยิบหนึ่งใน 7 เว็บเช็คความเร็วเน็ตเหล่านี้ขึ้นมาเทสต์ พร้อมดูค่า Ping, Jitter, Loss ให้ครบ แล้วคุณจะเห็นภาพชัดขึ้นมากว่า ควรแก้ที่ตัวเราเตอร์, สายแลน, คอม หรือถึงเวลาย้ายค่ายเน็ตจริงๆ แล้วกันแน่

