รับแอปรับแอป

เน็ตช้าอยู่เหรอ? รวม 7 เว็บเช็คความเร็วเน็ต + เบอร์ Call Center ที่สายออนไลน์ต้องบุ๊คมาร์กด่วน!

สมพงษ์ รุ่งกิจ01-31

เช็คความเร็วเน็ตไม่ใช่แค่ดูว่า “ช้า หรือ เร็ว”

หลายคนเปิดเว็บเช็คความเร็วเน็ตแล้วดูแค่ตัวเลข Download / Upload ว่าสูงแค่ไหน แต่จริงๆ แล้วหน้าเว็บเช็คความเร็วเน็ตบอกอะไรเราได้มากกว่านั้นเยอะ ทั้งความหน่วง (Latency), ความนิ่งของสัญญาณ, การสูญหายของข้อมูล ไปจนถึงคุณภาพโดยรวมว่าเหมาะกับเล่นเกม ประชุมออนไลน์ หรือดูหนัง 4K หรือเปล่า

ถ้าเข้าใจตัวเลขเหล่านี้ดีๆ จะช่วยตอบได้เลยว่า เน็ตบ้านตอนนี้ยังโอเคอยู่มั้ย ควรเรียกช่าง หรือควรย้ายค่ายเลยดี

ค่าต่างๆ บนเว็บเช็คความเร็วเน็ต แปลว่าอะไร?

เวลาทดสอบความเร็วเน็ต คุณจะเจอคำศัพท์เต็มไปหมด ลองมาดูแบบเข้าใจง่ายๆ กันก่อน

  • Download / Upload Speed
    ความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลด ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งดี โดยเฉพาะคนทำงานออนไลน์ อัปไฟล์บ่อย หรือสตรีมสด

  • Ping
    ระยะเวลาที่เซิร์ฟเวอร์รับคำสั่งจากเราและตอบกลับ มีผลมากเวลาเล่นเกมออนไลน์ ยิ่งน้อยยิ่งดี (หลักมิลลิวินาที – ms)

  • Jitter
    ความนิ่งของการเชื่อมต่อ เป็น “หมวดย่อยของ Ping” ถ้า Jitter สูง แปลว่าเน็ตไม่นิ่ง เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่

  • Latency
    ดีเลย์ตอนส่งคำสั่งจากคอมเราไปยังปลายทางแล้วรอรับข้อมูลกลับมา หลายคนเรียกกันง่ายๆ ว่า “อาการแลค”

  • Loss / Packet Loss
    เปอร์เซ็นต์ข้อมูลที่ส่งออกไปแต่ปลายทางไม่ได้รับ ถ้าเริ่มมีค่า Loss ให้ระวัง เน็ตจะเริ่มหลุด ค้าง หรือวิดีโอคอลกระตุก

เช็คง่ายๆ ก่อนโทษค่ายเน็ต: ปัญหาในบ้านหรือจากผู้ให้บริการ?

บางทีเน็ตช้าไม่ได้มาจากผู้ให้บริการเสมอไป ลองไล่เช็คทีละจุดก่อน

  • ถ้าความเร็วอินเทอร์เน็ตต่ำจนผิดสังเกต ให้เริ่มจากฝั่งคอมพิวเตอร์หรือเราเตอร์ในบ้านก่อน
    เข้าไปที่ Settings > Network & internet > Advanced network settings

  • เช็คความเร็วของ LAN หรือ Wi-Fi ถ้าต่ำกว่า 1000 Mbps (1 Gbps) ลองกด Disable แล้วรอประมาณ 10 วินาที ก่อนกด Enable ใหม่

  • ถ้าเช็คแล้วอุปกรณ์ฝั่งเราปกติ แต่สปีดยังไม่วิ่ง หรือค่าหน่วงสูงผิดปกติ นั่นแปลว่า น่าจะเริ่มมีปัญหาจากฝั่งผู้ให้บริการ (ISP) แล้ว

ปัจจุบันผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หลักๆ ที่คนไทยใช้กันคือ AIS Fibre, TrueOnline, 3BB และ NT Broadband

เบอร์ Call Center แต่ละค่ายที่ควรเซฟไว้

ถ้าเช็คทุกทางแล้วปัญหามาจากเครือข่าย ถึงเวลาติดต่อ Call Center ให้ช่างมาดูให้แล้ว

  • AIS Fibre โทร 1175

  • TrueOnline โทร 1242

  • 3BB Contact Center โทร 1530

  • NT Broadband Call Center โทร 1888
    และ my โทร 024012222

แนะนำให้จดค่าความเร็ว, Ping, Jitter และเวลาเกิดปัญหาไว้ก่อนโทรแจ้ง จะช่วยให้คุยกับเจ้าหน้าที่ได้ง่ายขึ้นมาก

ความเร็วเน็ตเท่าไหร่ถึงจะ “พอใช้” สำหรับแต่ละการใช้งาน?

จำเลขพวกนี้ไว้ ใช้เป็นไกด์ไลน์อัปเกรดแพ็กเกจหรือเราเตอร์ได้เลย

  • สูตรแปลงหน่วยความเร็วเน็ต

    • ความเร็ว 1 Mbps = 0.125 MB/s

    • ดังนั้น 1 Gbps = 125 MB/s (อ่านไฟล์ใหญ่ๆ หรือโหลดเกมจะเห็นความต่างชัดมาก)

  • เล่นเกมออนไลน์ทั่วไป

    • แนะนำ Download อย่างน้อย 25 Mbps

    • Upload อย่างน้อย 3 Mbps

    • ถ้าเป็นสาย เกม FPS / Competitive ต้องการ Ping ต่ำ เป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นยิงไม่ออก ตัววาร์ปแน่นอน

  • ดูหนัง / ดูสตรีมมิ่งความละเอียด 4K

    • ควรมีความเร็ว ตั้งแต่ 25 Mbps ขึ้นไป

  • ประชุมงานออนไลน์ (Video Conference)

    • ความเร็วอินเทอร์เน็ต 10 Mbps ขึ้นไป จะเริ่มใช้งานได้สบายขึ้น

รวม 7 เว็บเช็คความเร็วเน็ต ใช้ง่าย รายงานละเอียดครบ!

ต่อไปนี้คือ 7 เว็บไซต์เช็คความเร็วเน็ตที่ทั้งใช้งานง่าย และให้ข้อมูลละเอียด ใช้ประกอบการตัดสินใจได้เลยว่า เน็ตช้าพร้อมทน หรือถึงเวลาเปลี่ยนแพ็กเกจ / ย้ายค่ายแล้ว

1. Speedtest by Ookla – เว็บเช็คความเร็วเน็ตสุดฮิตที่ทุกคนต้องเคยใช้

ใครเคยเสิร์ชคำว่า “speedtest” ในเบราว์เซอร์ ส่วนใหญ่ก็จะจบที่ Speedtest by Ookla ทั้งนั้น จุดเด่นคือ หน้า UI ใช้งานง่ายมาก กดปุ่ม Go ปุ๊บ ระบบก็เริ่มทดสอบความเร็วให้ทันที

ระหว่างทดสอบจะมี กราฟเส้นแสดงความเร็วแบบ Real-time ให้เห็นว่าการดาวน์โหลดและอัปโหลดนิ่งแค่ไหน พร้อมทั้งโชว์ค่า Ping และความหน่วงในรูปแบบ Round trip แยกออกเป็น 3 ส่วนชัดเจน:

  • Idle Latency (สีเหลือง)

  • Download Latency (สีฟ้าอ่อน)

  • Upload Latency (สีม่วง)

ตัวเลขทั้ง 3 ยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะหมายถึงการรับส่งข้อมูลไป–กลับระหว่างคอมเราและเซิร์ฟเวอร์ใช้เวลาน้อย

จุดเด่นอีกอย่างคือ เลือกเซิร์ฟเวอร์เองได้ ถ้าอยากรู้ว่าเชื่อมต่อไปต่างภูมิภาค หรือต่างประเทศแล้วความเร็วจะดรอปลงแค่ไหน ก็สามารถกด Change Server เลือกได้เลย เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องต่อเซิร์ฟเวอร์เฉพาะทางเป็นประจำ

นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันแอปฯ บนสมาร์ทโฟนให้ใช้ ใครที่ต้องเช็คเน็ตบ่อยๆ ผ่านมือถือก็สะดวกสุดๆ

2. Fast.com – หน้าเว็บโคตรโล่ง แต่โหดเรื่องความเร็วทดสอบ

ถ้าพูดถึงเว็บเช็คความเร็วเน็ตที่จำชื่อได้ง่ายที่สุด Fast.com ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะชื่อสั้น จำง่าย แถมหน้าเว็บยัง โล่งสะอาด ไม่มีโฆษณากวนใจ

แค่เปิดเว็บ ระบบก็เริ่มทดสอบ ความเร็ว Download ให้อัตโนมัติ ใช้เวลาไม่นานก็รู้ผล และหากอยากทดสอบซ้ำ เพียงกดปุ่มในกรอบสีเขียวก็ลองใหม่ได้ทันที

ถ้าอยากดูรายละเอียดเพิ่ม แค่กด Show more info ก็จะมีข้อมูลอย่าง

  • ค่า Latency (ทั้งแบบ Unloaded และ Loaded)

  • ความเร็ว Upload

ค่าพวกนี้จะช่วยให้ดูภาพรวมการรับส่งข้อมูลแบบ Round trip ได้ชัดๆ ว่าเครือข่ายที่ใช้อยู่ตอบสนองเร็วแค่ไหน

อีกจุดหนึ่งที่หลายคนชอบคือ สามารถแชร์ผลการทดสอบขึ้นโซเชียลมีเดียได้ทันที เหมาะกับคนที่อยากเช็คเน็ตแล้วบ่นลง Facebook หรือ X ให้โลกเห็นว่าค่ายไหนทำได้ดีหรือควรปรับปรุง

Fast.com ยังมีแอปฯ บน Android และ iOS ให้โหลดไปใช้งานได้สะดวกด้วย

3. ADSLThailand Speedtest – รายละเอียดแน่น จัดเต็มข้อมูลเชิงเทคนิค

ใครอยากดูข้อมูลเชิงลึกของอินเทอร์เน็ตในไทย ADSLThailand Speedtest เป็นตัวเลือกที่น่าเล่นมาก หน้า UI จะเป็นกรอบหน้าปัดความเร็วคล้ายมาตรวัดยานพาหนะ แสดงผลลัพธ์หลักเป็น

  • Download Speed

  • Upload Speed

พร้อมทั้งมี Latency Test แยกเฉพาะ ให้ดูความหน่วงละเอียดขึ้น โดยจะแสดงทั้งค่าที่วัดได้และ ค่าเฉลี่ยตลอดการทดสอบ เป็นบรรทัดเล็กๆ สีดำถัดลงมา ทำให้เห็นภาพความเสถียรชัดกว่าเว็บทั่วไป

นอกจากนี้ยังโชว์ข้อมูลเพิ่มเติมอย่าง

  • ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานอยู่ (ISP)

  • หมายเลข IPv4

  • ระบบปฏิบัติการที่ใช้

  • เบราว์เซอร์ที่เปิดเว็บ

ด้านข้างยังมี กระดานจัดอันดับความเร็ว ให้ดูว่าใครเน็ตแรงสุดในช่วงนั้น ถือว่าให้ข้อมูลครบมาก

จุดที่น่าสนใจคือ ถ้ากดที่ชื่อเซิร์ฟเวอร์ใต้กรอบทดสอบ จะสามารถ

  • เลือกจุดเชื่อมต่อ (Location) เองได้

  • ดูได้ว่าเซิร์ฟเวอร์ไหนรองรับ IPv6 (มีไอคอนบอกชัดเจน)

  • เห็นสัญลักษณ์ธงชาติถ้าเป็นเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ

เหมาะกับคนที่ต้องเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศบ่อยๆ แล้วอยากรู้ว่า ISP ของเราส่งข้อมูลออกต่างประเทศได้เร็วหรือเปล่า
แต่จุดที่อาจไม่สะดวกคือ ยังไม่มีแอปฯ สมาร์ทโฟนโดยตรง ต้องเข้าใช้งานผ่านเบราว์เซอร์เท่านั้น

4. nPerf Internet Speed test – ของเล่นเยอะ แผนที่เซิร์ฟเวอร์สุดอลัง

ใครท่องเว็บมานานน่าจะเคยเห็นชื่อ nPerf Internet Speed test ผ่านตามาแล้ว จุดพิเศษของเจ้านี้คือไม่ใช่แค่เว็บทดสอบธรรมดา แต่ยังเป็น ผู้พัฒนาเทคโนโลยีทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ที่เว็บอื่นๆ นิยมนำระบบไปใช้งานด้วย

บนเว็บหลักของ nPerf เองก็มีเครื่องมือทดสอบให้ใช้แบบจัดเต็ม โดยเริ่มตั้งแต่หน้าแรก คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ผลทดสอบแสดงเป็นหน่วยอะไร เช่น

  • Mb/s (ค่ามาตรฐาน)

  • kb/s

  • kiB/s

  • MiB/s

รวมถึงเลือกเซิร์ฟเวอร์ทดสอบเอง หรือจะปล่อยให้ระบบเลือกให้อัตโนมัติก็ได้ พอกด Start test ระบบจะแสดงทั้งผลลัพธ์และกราฟแสดงความเร็วระหว่างทดสอบแบบละเอียด

ทีเด็ดคือหน้าเลือกเซิร์ฟเวอร์เชื่อมต่อ ที่ไม่ได้มีแค่ชื่อและธงชาติเท่านั้น แต่ยังมี

  • ไอคอน IPv6 ให้เห็นชัดเจน

  • ลูกโลกหมุนได้ให้เลือกตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์แบบอินเทอร์แอคทีฟ

  • เส้นเชื่อมต่อจากตำแหน่งเราไปยังปลายทาง

  • รายชื่อเซิร์ฟเวอร์ในแต่ละประเทศและผู้ให้บริการ

เหมาะมากกับคนที่ชอบเช็คแบบละเอียด หรืออยากรู้ว่าตัวเองกำลังยิงข้อมูลไปหาประเทศไหนบ้าง นอกจากนี้ nPerf ยังมีแอปฯ บน Android และ iOS ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานเหมือนกัน

5. 3BB Speedtest – หน้าทดสอบเรียบง่าย ดูค่าเน็ตได้ไว

สำหรับลูกค้า 3BB หรือคนที่อยากทดสอบผ่านเครือข่ายของค่ายนี้โดยตรง สามารถใช้ 3BB Speedtest ได้ ซึ่งเป็นหน้าเช็คความเร็วที่ใช้ ระบบหลังบ้านจาก Speedtest by Ookla

ฟีเจอร์หลักๆ คือ

  • เลือกจุดเชื่อมต่อ (Server) ได้

  • ทดสอบความเร็ว Download / Upload (Mbps)

  • แสดงค่า Ping และ Jitter ชัดเจนกว่าเว็บ Speedtest ต้นฉบับในบางมุมมอง

อย่างไรก็ตาม ลูกเล่นโดยรวมจะค่อนข้างน้อย เน้นใช้งานง่ายเป็นหลัก และ ไม่มีแอปฯ แยกในมือถือ ต้องใช้งานผ่านเบราว์เซอร์เท่านั้น แต่ยังมีตัวเลือกปรับความเร็วอินเทอร์เน็ตให้เหมาะกับการเน้น Download หรือ Upload

6. Google Fiber Internet Speed Test – หน้าเทสต์ที่ต่อยอดสู่แพ็กเกจแรงๆ

อีกหนึ่งเว็บทดสอบความเร็วน่าสนใจคือ Google Fiber Internet Speed Test ซึ่งสร้างมาเพื่อประกอบการขายบริการอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ของ Google เอง โดยใช้ระบบทดสอบจาก Speedtest by Ookla เช่นกัน

หน้าการใช้งานมีปุ่ม Go ให้กดทดสอบ พร้อมเลือกเซิร์ฟเวอร์ก่อนเริ่มได้ พอทดสอบเสร็จจะเห็นค่าต่างๆ ครบถ้วน

  • ความเร็ว Download / Upload

  • ค่า Ping

  • ค่า Jitter

หน้าตาและการใช้งานเลยไม่ได้ต่างจากเว็บของผู้ให้บริการหลายเจ้าเท่าไหร่ แต่จุดประสงค์หลักคือไว้ให้คนที่สนใจ แพ็กเกจ Google Fiber ความเร็วระดับ 1–8 Gbps ทดลองก่อนตัดสินใจเลือก ใช้งานจริงอาจเหมาะกับคนที่อยู่ในสหรัฐฯ มากกว่า

ส่วนแอปฯ สำหรับทดสอบผ่านมือถือยังไม่มี ต้องเข้าใช้งานผ่านเว็บเหมือนกัน

7. Cloudflare Internet Speed Test – เช็คเน็ตละเอียด พร้อมแผนที่การเชื่อมต่อ

ถ้าคุณชอบเช็คเน็ตแบบจัดเต็ม Cloudflare Internet Speed Test คือเว็บที่ควรลองสักครั้ง เพราะ Cloudflare คือผู้ให้บริการ DNS server รายใหญ่ของโลก และหน้าเทสต์ของเขาก็เลยละเอียดมากเป็นพิเศษ

นอกจากค่ามาตรฐานอย่าง

  • Download / Upload Speed

  • Latency

  • Jitter

แล้วยังแสดง Packet Loss บอกเลยว่ามีข้อมูลกี่เปอร์เซ็นต์ที่ส่งไปไม่ถึงปลายทาง รวมถึงประเมินให้ด้วยว่าเน็ตที่ใช้อยู่

  • เหมาะกับดูสตรีมมิ่งไหม

  • เล่นเกมออนไลน์ไหวหรือเปล่า

  • ใช้ประชุมออนไลน์ได้ดีระดับไหน

ถ้าทุกอย่างดีจะมีคำว่า Great ขึ้นกำกับให้รู้สึกอุ่นใจ

จุดที่ไม่มีใครเหมือนคือ แผนที่การเชื่อมต่อ โชว์ว่าตอนนี้เครื่องเราติดต่ออยู่กับเซิร์ฟเวอร์ที่ไหน ผ่าน

  • IPv4 หรือ IPv6

  • ตำแหน่งโดยประมาณของเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง

ด้านล่างลงไปยังมีระบบทดสอบการรับส่งข้อมูลขนาดต่างๆ ตั้งแต่ 100kB, 1MB, 10MB, 25MB, 50MB, 100MB จนถึง 250MB แล้วพล็อตออกมาเป็นกราฟให้เห็นกันชัดๆ ว่าความเร็ววิ่งเป็นอย่างไร เหมาะกับสายเทคนิคที่ชอบดูละเอียดลึกๆ

แม้ว่า Cloudflare จะไม่ได้ทำแอปฯ เช็คความเร็วโดยเฉพาะ แต่มีแอป VPN ให้ใช้งานบนสมาร์ทโฟน โดยมีอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เน้นเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเปิดให้ทดลองใช้ก่อนและถ้าต้องการปริมาณการใช้งานมากขึ้นก็สามารถจ่ายเพิ่มภายหลังได้ ส่วนชื่อ 1.1.1.1 ที่หลายคนเห็นบ่อยๆ ก็คือหมายเลข Public DNS ของ Cloudflare นั่นเอง

สรุป: เว็บเช็คความเร็วเน็ต = เข็มทิศตัดสินใจอัปเกรดเน็ตบ้าน

เว็บเช็คความเร็วเน็ตไม่ใช่แค่เครื่องมือเอาไว้ “จับผิดค่ายเน็ต” ว่าจ่าย 1,000 Mbps แล้วได้ไม่ถึง แต่ถ้าใช้ให้เป็น คุณสามารถเอามันไปต่อยอดได้อีกหลายอย่าง เช่น

  • เทียบกันกับเพื่อนหรือคนใกล้ตัวว่า แพ็กเกจที่เราจ่ายอยู่คุ้มกับความเร็วที่ได้จริงไหม

  • ใช้เป็นตัวช่วยตัดสินใจว่า ถึงเวลาย้ายค่ายหรืออัปเกรดแพ็กเกจ หรือยัง

  • เช็คว่า เราเตอร์เก่าที่ใช้อยู่กลายเป็นคอขวดหรือเปล่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนรุ่นใหม่หรือไม่

เพราะอินเทอร์เน็ตแต่ละพื้นที่แม้จะใช้แพ็กเกจเดียวกัน ก็มักจะได้ความเร็วไม่เท่ากัน จากหลายปัจจัย เช่น

  • สายสัญญาณเก่า เสื่อมสภาพ ทำให้เน็ตไม่เสถียร

  • บ้านหรือคอนโดอยู่ห่างจากจุดกระจายสัญญาณ

  • อุปกรณ์ในบ้านรองรับสปีดสูงสุดได้ไม่เท่ากับแพ็กเกจที่สมัคร

ดังนั้นครั้งหน้าก่อนจะบ่นว่า “เน็ตห่วย” ลองหยิบหนึ่งใน 7 เว็บเช็คความเร็วเน็ตเหล่านี้ขึ้นมาเทสต์ พร้อมดูค่า Ping, Jitter, Loss ให้ครบ แล้วคุณจะเห็นภาพชัดขึ้นมากว่า ควรแก้ที่ตัวเราเตอร์, สายแลน, คอม หรือถึงเวลาย้ายค่ายเน็ตจริงๆ แล้วกันแน่