รับแอปรับแอป

จีนเร่งปลดล็อกพลังจับจ่าย: จากดีมานด์-ซัพพลาย สู่ของมันต้องมียุคใหม่

ชาญณรงค์ วัฒนศรี01-30

จีนเร่งปรับสมดุลเศรษฐกิจ ผ่านพลังการบริโภคภายใน

จีนกำลังเดินเกมรุก เปิดแผนใหญ่เพื่อปรับสมดุลระหว่าง อุปสงค์ (ดีมานด์) และ อุปทาน (ซัพพลาย) ของสินค้าอุปโภคบริโภค หวังใช้ตลาดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่พิเศษเป็นตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจอันดับสองของโลกเดินหน้าได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ภายใต้แผนงานฉบับใหม่นี้ จัดทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ร่วมกับอีก 5 หน่วยงานหลัก เน้นสร้างคลื่นการบริโภครูปแบบใหม่ ยกระดับชนบทให้ทันสมัย และเพิ่มทางเลือกสินค้าในหลากหลายหมวด ตั้งแต่สินค้ากีฬาในฤดูหนาว ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ

เป้าหมายคือทำให้ฝั่งสินค้าและฝั่งผู้บริโภคเดินไปด้วยกันอย่างสมดุล ไม่ให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งล้ำหน้าหรือถอยหลังเกินไป

ดีมานด์ในประเทศ x ปรับโครงสร้างซัพพลาย: สูตรเติบโตถึงปี 2030

หัวใจของแผนงาน คือการเดินหน้าควบคู่กันระหว่าง

  • การขยายอุปสงค์ภายในประเทศ (ให้คนใช้จ่ายมากขึ้นอย่างมีคุณภาพ)

  • การปฏิรูปโครงสร้างด้านอุปทาน (ปรับฝั่งผู้ผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการจริงๆ)

มีการตั้งเป้าว่า ภายในปี 2030 การบริโภคจะมีบทบาทสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่อาศัยเพียงการลงทุนหรือการส่งออกเหมือนในอดีต

เจ้าหน้าที่ระดับรองรัฐมนตรีของกระทรวงฯ อย่าง เซี่ยหยวนเซิง ชี้ว่า ปัจจุบันสินค้าเกรดสูงราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำให้ดีมานด์และซัพพลายสอดคล้องกันมากขึ้น จึงเป็น กุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพการบริโภค ให้ตลาดเดินได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่

เงินสะพัดหลายล้านล้านหยวน: สินค้าไหนมาแรง

จีนคาดการณ์ว่าภาคการบริโภคจะมีมูลค่าแตะ 3 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2027 ครอบคลุมสินค้าและบริการยุคใหม่หลายกลุ่ม เช่น

  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผู้สูงอายุ

  • ยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค

พร้อมกันนั้น ยังจะมีการผลักดัน กลุ่มสินค้าร้อนแรง ระดับมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านหยวนต่อกลุ่ม คาดว่าจะเกิดขึ้นราว 10 กลุ่มสินค้า ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

  • อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (wearables)

  • เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม

  • อุปกรณ์ออกกำลังกาย

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง

ภาพใหญ่คือการยกระดับการบริโภคจากของจำเป็น ไปสู่ของที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิต ตั้งแต่หัวเชื่อมต่อสมาร์ตวอทช์ ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม

ดีมานด์ใหม่ ดันซัพพลายใหม่: วัฏจักรเชิงบวกของอุตสาหกรรม

หลิวเซี่ยงตง จากศูนย์แลกเปลี่ยนเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีน (CCIEE) วิเคราะห์ว่า เมื่อรัฐเข้าไปช่วยปรับการสอดคล้องระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน จะเกิดผลกระทบลูกโซ่ที่น่าสนใจ คือ

  • ดีมานด์รูปแบบใหม่ จะผลักดันให้เกิดซัพพลายรูปแบบใหม่

  • ซัพพลายที่ยกระดับแล้ว จะกระตุ้นการบริโภครอบใหม่

  • เกิด วงจรเชิงบวก ระหว่างการบริโภค การลงทุน และการผลิต

พูดง่ายๆ คือ ผู้บริโภคอยากได้อะไรใหม่ ภาคการผลิตก็พร้อมปรับตัว พอมีสินค้าใหม่ นักลงทุนก็สนใจลงเงินเพิ่ม วัฏจักรนี้ยิ่งหมุนเร็ว เศรษฐกิจก็ยิ่งมีแรงส่ง

แผน 5 ปีใหม่: การบริโภคขึ้นแท่นนโยบายระดับชาติ

ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี (2026-2030) จีนวางให้การกระตุ้นการบริโภคเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป

ทิศทางสำคัญคือ

  • เพิ่มสัดส่วน การบริโภคของครัวเรือน ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

  • เสริมความแข็งแกร่งให้ อุปสงค์ภายในประเทศ กลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต

นั่นหมายความว่า จีนต้องการให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น แต่เป็นการใช้จ่ายที่สะท้อนคุณภาพชีวิตและกำลังซื้อที่มั่นคง ไม่ใช่การบริโภคแบบฉาบฉวย

ตัวเลขจริงยืนยัน: การจับจ่ายคือแรงขับเคลื่อนหลัก

ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2025 (มกราคม-กันยายน) รายจ่ายเพื่อการบริโภคขั้นสุดท้าย มีส่วนผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนถึง 53.5% เพิ่มขึ้นจากระดับ 44.5% ในปี 2024

ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า การบริโภคไม่ได้เป็นแค่ตัวช่วย แต่กลายเป็น เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจีน ไปแล้วในช่วงหลัง

ชุดมาตรการกระตุ้น: จากเครดิตผู้บริโภค ถึงแคมเปญเก่าแลกใหม่

รัฐบาลจีนไม่ได้หวังพึ่งแรงตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังออกมาตรการเชิงรุกหลากหลาย เพื่อปลดล็อกกำลังซื้อของประชาชน เช่น

  • ขยายโครงการแลกเปลี่ยนทางการค้า เพื่อให้สินค้าเดินทางได้สะดวกขึ้น

  • เพิ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ช่วยให้เข้าถึงการใช้จ่ายสินค้าราคาสูงได้ง่ายขึ้นอย่างมีระบบ

  • สนับสนุนตลาดแรงงานให้มีการจ้างงานที่แข็งแรงขึ้น เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง

หนึ่งในมาตรการที่เห็นผลชัด คือโครงการ “เก่าแลกใหม่” ที่ใช้เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายในหลายหมวดสำคัญ เช่น

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

  • จักรยานไฟฟ้า

  • รถยนต์พลังงานใหม่

เพียงในช่วงสิบเดือนแรกของปี มูลค่ายอดขายจากโครงการนี้รวมกันทะลุ 2.4 ล้านล้านหยวน ขณะเดียวกัน ยอดขายปลีกในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคมก็ขยายตัวต่อเนื่อง โตขึ้น 4.3% เมื่อเทียบปีต่อปี

สรุป: จากตัวเลขสู่ไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้บริโภคจีน

เมื่อเชื่อมโยงทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน จะเห็นภาพว่า จีนกำลังสร้าง ยุคใหม่ของการบริโภค ที่ไม่ได้เน้นเพียง “ซื้อเยอะ” แต่เน้น “ซื้อฉลาด และตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น” ผ่านการปรับสมดุลดีมานด์-ซัพพลายและการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจภายใน

และในคลื่นนี้ สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์อย่าง อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ สินค้าเด็ก เครื่องสำอาง ฟิตเนส และของสำหรับสัตว์เลี้ยง ล้วนมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด ใครจับเทรนด์ถูก ก็มีสิทธิ์ขึ้นเป็นสตาร์ของตลาดขนาดมหึมานี้ได้ไม่ยากเลย