หลับยากเพราะโลกมันดังเกินไป?
ใครที่ต้องนอนทนเสียงกรน เสียงแอร์ครางเบา ๆ หรือเสียงรถวิ่งทั้งคืนจนสมองไม่ยอมปิดเครื่อง น่าจะสนใจหูฟังรุ่นนี้เป็นพิเศษ เพราะ Soundcore เปิดตัว Sleep A30 หูฟังที่ออกแบบมาเพื่อการนอนโดยเฉพาะ พร้อมคอนเซปต์ชัด ๆ ว่า “เงียบสงบ หลับสบาย”
จุดเด่นของมันไม่ใช่แค่ตัดเสียงรบกวนแบบหูฟังทั่วไป แต่เป็นการผสม ANC + PNC + เสียงบำบัดจาก AI เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้คุณหลับง่ายขึ้น หลับลึกขึ้น และตื่นมาแบบหัวโล่ง ไม่มึนงง
จากโครงการระดมทุน สู่หูฟังนอนหลับที่ทั้งโลกจับตา
Sleep A30 ไม่ได้ดังแค่ในไทย แต่สร้างกระแสตั้งแต่เปิดตัวในสหรัฐฯ สื่อระดับโลกหลายเจ้า ทั้งสายนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์ ต่างหยิบไปพูดถึงในมุม “หูฟังตัดเสียงรบกวนเพื่อการนอนรุ่นแรกของโลก” แบบจริงจัง
ก่อนวางขายจริง หูฟังคู่นี้ไปเปิดตัวบนแพลตฟอร์ม Kickstarter และสร้างสถิติแบบสุดจัด:
ระดมทุนทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ ภายในประมาณ 9 ชั่วโมง
ปิดแคมเปญด้วยยอดรวมกว่า 3 ล้านดอลลาร์
มีผู้สนับสนุนเกือบ 19,000 คน รวมยอดสั่งซื้อมากกว่า 20,000 ชิ้น
ผลคือ Sleep A30 กลายเป็นโปรเจกต์หูฟังที่ทำรายได้สูงที่สุดบนแพลตฟอร์มนี้ และยังติดอันดับหนึ่งในแคมเปญที่มาจากจีนที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนชัดว่า คนบนโลกนี้มีปัญหานอนไม่หลับเยอะกว่าที่คิด
ความสำเร็จไม่ได้จบแค่ยอดระดมทุน เพราะ Sleep A30 ยังพา Soundcore คว้ารางวัล IFA Innovation Award 2025 จากการเอา Smart ANC และระบบป้องกันเสียงกรนแบบปรับอัตโนมัติ มาใส่ไว้ในอุปกรณ์สำหรับการนอนเป็นครั้งแรกของโลก แปลตรง ๆ คือ ไม่ได้แค่ทำให้เงียบ แต่แก้ปัญหาจริงของคนที่ “เคยหลับไม่ได้เพราะคนข้าง ๆ” อย่างแท้จริง
Smart ANC + PNC: เปลี่ยนห้องนอนเสียงดัง ให้เงียบเท่าที่คุณต้องการ
ถ้าคุณคิดว่า ANC บนหูฟังฟังเพลงกับหูฟังสำหรับนอนคือเรื่องเดียวกัน ต้องบอกว่าคนละดีไซน์เลย เพราะ Sleep A30 ถูกออกแบบ ANC มาเพื่อสถานการณ์ตอนนอนโดยเฉพาะ
สามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุดราว ๆ 30 เดซิเบล[2]
ปรับรูปแบบการตัดเสียงให้เข้ากับสรีระช่องหูของแต่ละคน
ใช้ดีไซน์แบบ in-ear ที่แนบกระชับ เพื่อเสริมการตัดเสียงแบบพาสซีฟ (PNC)
เมื่อ ANC (ตัดเสียงเชิงแอคทีฟ) ทำงานร่วมกับ PNC (การปิดกั้นเสียงแบบกายภาพ) จะเกิดเป็น “ฟองอากาศแห่งความเงียบ” รอบตัวคุณ ทำให้เสียงจากตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ หรือรถที่แล่นผ่าน กลายเป็นเสียงเบาแทบไม่รบกวน
ผลลัพธ์คือห้องนอนเดิม แต่บรรยากาศใหม่ ที่เงียบเท่าที่คุณต้องการ เพื่อให้ร่างกายพร้อมเข้าสู่โหมดพักจริง ๆ
อยู่กับคนข้าง ๆ ที่กรนดัง ยังไงให้ไม่ต้องย้ายไปนอนโซฟา
ปัญหาโลกแตกของคู่รักและรูมเมตคือ เสียงกรน บางคนต้องใส่ที่อุดหู บางคนยอมตื่นกลางดึกไปนอนอีกห้อง แต่ Sleep A30 พยายามแก้เรื่องนี้แบบจริงจังด้วยระบบ “เสียงกลบเสียงกรนแบบอัตโนมัติ”
การทำงานแยกออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ:
กล่องชาร์จจะคอยตรวจจับรูปแบบการกรนของคนข้าง ๆ ตลอดทั้งคืน
จากนั้นจะสร้าง “เสียงกลบ” ที่ถูกปรับแต่งเฉพาะบุคคล ให้ความถี่เข้ากับเสียงกรนอย่างเป็นธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน ตัวหูฟังจะสร้างเสียงกลบแบบไดนามิกเพื่อช่วยลดความน่ารำคาญของเสียงกรนแบบเรียลไทม์ ผลคือ คุณไม่ต้องสะดุ้งตื่นตอนตีสามเพราะเสียงกรนพีคสุดอีกต่อไป และยังนอนเตียงเดียวกันได้ โดยไม่ต้องทิ้งคนกรนไปนอนโซฟา
เสียงคลื่นสมอง + binaural beats: สำหรับคนที่แพ้ความคิดตัวเองมากกว่าแพ้เสียงรบกวน
ไม่ใช่ทุกคนที่นอนไม่หลับเพราะเสียงดัง หลายคนแพ้ “ความคิดวนซ้ำในหัว” ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องชีวิตที่ลากยาวถึงบนเตียง
Sleep A30 เลยไม่ได้พึ่งแค่ความเงียบ แต่เพิ่ม เสียงบำบัดระดับคลื่นสมอง ผ่านแอป Soundcore เข้ามาด้วย:
มีเสียง binaural beats (เสียงสองช่องที่ต่างความถี่เล็กน้อย เพื่อช่วยพาสมองเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย)
มีเสียงคลื่นสมองที่ผ่านการปรับแต่งด้วย AI ให้เหมาะกับสถานการณ์ เช่น ต้องการผ่อนคลาย หรือเตรียมตัวเข้าสู่ภาวะหลับลึก
มีเสียงบรรยากาศอย่างเสียงฝน หรือโทนเสียงที่ช่วยชะลอจังหวะสมองให้นิ่งลง
เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้คุณ “หลับไปให้ได้สักที” แต่ให้หลุดจากวงจรคืนแย่ ๆ และเข้าสู่การหลับลึกที่ได้พักทั้งร่างกายและจิตใจ
นอนตะแคงก็ไม่เจ็บหู: ดีไซน์มาสาย “ลืมไปเลยว่ากำลังใส่หูฟัง”
คนที่ชอบนอนตะแคงมักจะท้อกับหูฟังทุกแบบ เพราะใส่นาน ๆ แล้วเจ็บหู หรือโดนหมอนกดจนต้องถอดทิ้งกลางดึก Sleep A30 เลยถูกออกแบบให้เป็น หูฟังสำหรับใส่ข้ามคืนจริง ๆ
ตัวหูฟังบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้า ประมาณ 7%[3]
ใช้วัสดุสัมผัสนุ่มเป็นพิเศษ ลดแรงกดจากหมอนเมื่อคุณนอนตะแคง
ใส่แล้วแนบเนียน ไม่รู้สึกแข็งหรือนูนจนเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นสายดูซีรีส์ยาวจนหลับคามือถือ หรือคนที่นอนขยับตัวทั้งคืน ก็ยังสวมได้สบายแบบแทบลืมไปว่ามีอะไรอยู่ในหู ลดโอกาสตื่นกลางดึกเพราะอึดอัดหูไปได้เยอะมาก
แบตอึดทั้งคืน หยุดเล่นเสียงอัตโนมัติเมื่อคุณหลับ
การจะใช้หูฟังเพื่อการนอนจริง ๆ แบตต้องไว้ใจได้ เพราะไม่มีใครอยากให้เสียงบำบัดดับไปกลางดึกแบบงง ๆ
Sleep A30 ใส่มาให้แบบจัดเต็ม:
ฟังต่อเนื่องได้ราว 9 ชั่วโมง แม้เปิด ANC ตลอด[4]
เมื่อระบบตรวจจับได้ว่าคุณหลับแล้ว เสียงจะหยุดเล่นอัตโนมัติ เพื่อช่วยประหยัดแบตและลดการรบกวนไม่จำเป็น
กล่องชาร์จสำรองแบตเพิ่มได้สูงสุดถึงประมาณ 45 ชั่วโมง
แปลว่า ต่อให้คุณใช้ทุกคืน ใช้บนเครื่องบิน หรือพกไปทริปสั้น ๆ ก็ไม่ต้องพกสายชาร์จมาคอยเสียบตลอดเวลา โฟกัสแค่การนอนให้เต็มอิ่มก็พอ
ติดตามคุณภาพการนอน จาก “ความรู้สึก” สู่ “ข้อมูลจริง”
อีกหนึ่งจุดแข็งของ Sleep A30 คือไม่ได้จบแค่ทำให้คุณหลับ แต่ช่วยให้คุณ เข้าใจการนอนของตัวเองมากขึ้น ผ่านระบบติดตามการนอนในแอปพลิเคชัน
หูฟังสามารถเก็บข้อมูลอย่างเช่น:
ระยะเวลาที่คุณนอนจริง ๆ
ท่าทางการนอนในแต่ละช่วงเวลา
รูปแบบที่อาจเชื่อมโยงกับอาการตื่นมามึน ๆ หรือรู้สึกไม่สดชื่น ทั้งที่คิดว่าตัวเองนอนนานแล้ว
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแสดงผลเป็นรายงานที่อ่านง่าย ช่วยให้คุณเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่ตัวเองอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน เช่น ชอบพลิกตัวไปด้านเดิมซ้ำ ๆ หรือมีช่วงตื่นกลางดึกหลายครั้งโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเข้าใจ pattern การนอนของตัวเอง คุณจะเริ่มรู้ว่าควรปรับอะไร เพื่อได้การพักผ่อนที่มีคุณภาพขึ้นในทุกคืน
วางขายในไทยแล้ว ราคาและสีที่มีให้เลือก
สำหรับคนที่เริ่มอยากอัปเกรดการนอนของตัวเอง ตอนนี้ Soundcore Sleep A30 มีวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว
สีที่มีให้เลือก: Classic White และ Mist Green
ราคาเปิดตัว: 6,499 บาท
มีวางขายทั้งหน้าร้านค้าปลีกไอทีและไลฟ์สไตล์ชื่อดัง รวมถึงช่องทางออนไลน์ของผู้จัดจำหน่ายในไทย
นี่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเทคโนโลยีด้านการนอน ที่เอา ความรู้เรื่องเสียง + คลื่นสมอง + การออกแบบอุปกรณ์สวมใส่ มารวมกันในชิ้นเดียว เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้คุณ “นอนได้” แต่ทำให้คุณ นอนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวัน
เบื้องหลังตัวเลขและข้อมูลทดสอบ
ตัวเลขหลายอย่างที่เล่ามา เช่น ระดับการตัดเสียง หรือระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ มาจากการทดสอบภายในห้องแล็บของบริษัท[2][3][4] ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างไปตามสภาพแวดล้อมและสไตล์การใช้งานของแต่ละคน
แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ทิศทางของ Soundcore และ Anker Innovations ในตอนนี้ กำลังมุ่งไปสู่การทำอุปกรณ์เครื่องเสียงและอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ไม่ได้เน้นแค่ “เสียงดี” แต่เน้น “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ตั้งแต่ตอนตื่นยันตอนนอน
ใครที่เคยลองทุกวิธีแล้ว แต่ยังแพ้ทั้งเสียงรบกวนและเสียงในหัวตัวเอง อาจถึงเวลาลองให้เทคโนโลยีช่วยคุณหลับอย่างจริงจังสักครั้งก็ได้

