รับแอปรับแอป

ใช้งาน Dashcam Viewer บนแอป Tesla ใน Android แบบละเอียด คลิปไหนก็เช็กได้จากมือถือ

อนุชา วิริยะ01-30

Dashcam Viewer ลง Android แล้ว เช็กคลิปจากกล้อง Tesla ได้ทันที

ก่อนหน้านี้เจ้าของรถ Tesla ที่อยากเปิดดูคลิปจากกล้องบันทึกภาพหรือโหมดเฝ้าระวัง (Sentry Mode) ผ่านแอป ต้องใช้ iPhone เท่านั้น

ตอนนี้ Tesla ปล่อยอัปเดตใหม่ให้ผู้ใช้ Android ได้ใช้ Dashcam Viewer แล้ว สามารถดู, ลบ หรือบันทึกคลิปวิดีโอจากกล้องรถได้ตรง ๆ บนมือถือ ไม่ต้องไปนั่งเปิดดูในรถอีกต่อไป

Tesla App เวอร์ชันใหม่ ทำอะไรได้บ้าง

แอป Tesla เวอร์ชัน 4.43.5 บน Android มาพร้อมฟีเจอร์ Dashcam Viewer เต็มรูปแบบ

ผู้ใช้สามารถจัดการคลิปได้จากแอปเลย ไม่ว่าจะ

  • ดูคลิปวิดีโอจากกล้องบันทึกภาพ

  • ดูเหตุการณ์จากโหมด Sentry Mode

  • ลบคลิปที่ไม่ต้องการ

  • บันทึกคลิปสำคัญเก็บไว้ในมือถือ

ทั้งหมดนี้ทำได้ผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟนแบบง่าย ๆ ไม่ต้องยุ่งกับจอในรถ

วิดีโอถูกเก็บและส่งมายังมือถืออย่างไร

คลิปจาก Dashcam และ Sentry Mode จะถูกบันทึกลงใน แฟลชไดรฟ์ USB ที่เสียบอยู่กับรถ Tesla โดยตรง ไม่ได้ถูกอัปโหลดขึ้นคลาวด์ของ Tesla

จากนั้นวิดีโอจะถูกสตรีมจากรถมายังสมาร์ตโฟนของผู้ใช้ ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างรถและมือถือ ลักษณะคล้ายกับฟีเจอร์อื่น ๆ ของ Tesla ที่ส่งภาพจากรถตรงเข้าสู่แอปบนมือถือ

สรุปคือ วิดีโออยู่ในรถ แต่เราสั่งดูจากมือถือได้แบบรีโมต

เงื่อนไขการใช้งาน: อินเทอร์เน็ตคือหัวใจ

สำหรับการใช้งาน Dashcam Viewer รถ Tesla จะต้องออนไลน์เสมอ โดยต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายมือถือหรือ Wi‑Fi

นั่นหมายความว่า:

  • ถ้ารถจอดในที่สัญญาณดี ใช้งานได้สบาย

  • ถ้ารถจอดใต้ดิน หรือตามอาคารที่สัญญาณอ่อน อาจเปิดดูวิดีโอไม่ได้ หรือโหลดช้ามาก

ตำแหน่งที่จอดรถและสัญญาณเน็ตของรถ จึงมีผลโดยตรงต่อประสบการณ์ใช้งานฟีเจอร์นี้

วิธีเปิดใช้งาน Dashcam Viewer ในแอป Tesla

ใครใช้ Android แล้วอยากลอง Dashcam Viewer ทำตามนี้ได้เลย

ขั้นตอนการเข้าถึง Dashcam Viewer

  • เปิดแอป Tesla แล้วไปที่เมนู Security & Drivers > Dashcam Viewer

  • รอให้โทรศัพท์เชื่อมต่อกับรถให้เรียบร้อย

  • เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว สามารถเลือกดู, บันทึก หรือ ลบคลิปวิดีโอจากในแอปได้ทันที

รถรุ่นไหนใช้ได้บ้าง และต้องมีอะไรเพิ่ม

ฟีเจอร์ Dashcam Viewer ไม่ได้เปิดให้รถทุกรุ่นแบบไร้เงื่อนไข ยังมีข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์และบริการดังนี้

  • รถต้องใช้ MCU 2 (Intel) หรือรุ่นที่ใหม่กว่า

  • รองรับรถทุกโมเดล ยกเว้น Model S และ Model X รุ่นเก่ากว่าปี 2020

  • รถรุ่นเก่าอาจยังไม่ได้ใช้ แต่มีโอกาสที่ Tesla จะค่อย ๆ เพิ่มการรองรับในอนาคต

นอกจากนี้การใช้งาน Dashcam Viewer ยังต้องพึ่งบริการ Premium Connectivity ซึ่งมีค่าบริการประมาณ $9.99 ต่อเดือน ในสหรัฐอเมริกา

พูดง่าย ๆ คือ ต้องมีทั้งฮาร์ดแวร์ถึงเกณฑ์ และสมัครแพ็กเน็ตของ Tesla เพิ่มด้วย

ข้อจำกัดการสตรีมวิดีโอที่ต้องรู้

เพื่อป้องกันการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ตมากเกินไป Tesla วางลิมิตการดูวิดีโอจากรถเอาไว้ทั้งสำหรับ

  • การดูวิดีโอจาก Dashcam Viewer

  • การดูภาพสดจากกล้องของรถ

Tesla จะจำกัดระยะเวลาการสตรีมวิดีโอจากรถ เช่น

  • จำกัดที่ 15 นาที ต่อช่วง

  • หรือสูงสุด 1 ชั่วโมง

โดยตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาคที่ใช้งาน

ทิศทางของ Tesla กับผู้ใช้ Android

ที่ผ่านมา Tesla มักจะปล่อยฟีเจอร์ใหม่ให้ฝั่ง iPhone ก่อน เพราะเป็นกลุ่มผู้ใช้ใหญ่ แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มเห็นความพยายามในการดึงฝั่ง Android ให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ช่วงเดือนมกราคม Tesla ได้เพิ่มการรองรับ Ultra-Wideband (UWB) บน Android เพื่อ

  • ทำให้ Phone Key แม่นยำและใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

  • เพิ่มความสะดวกในการเปิด/ปิดฝากระโปรงหน้าและท้ายรถแบบแฮนด์ฟรี

การมาของ Dashcam Viewer บน Android จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่แสดงว่า Tesla กำลังเดินหน้าให้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มมากขึ้น ไม่ได้ทิ้งฝั่ง Android ไว้ข้างหลัง

สรุป: คนใช้ Android ก็เช็กกล้อง Tesla ผ่านมือถือได้แล้ว

การที่ Tesla เปิดให้ใช้ Dashcam Viewer บน Android ทำให้ประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถสมาร์ตคาร์สมบูรณ์ขึ้นไปอีกขั้น

ตอนนี้เจ้าของรถ Tesla ที่ใช้ Android สามารถ

  • ตรวจเหตุการณ์รอบรถจาก Dashcam และ Sentry Mode ได้ทุกที่ที่มีเน็ต

  • เลือกเก็บเฉพาะคลิปสำคัญลงมือถือได้ทันที

  • ไม่ต้องนั่งไล่ดูจากจอในรถให้เสียเวลา

ถ้ารถคุณรองรับ MCU 2 ขึ้นไป และสมัคร Premium Connectivity แล้ว ฟีเจอร์นี้คือของที่ควรลองใช้ทันที เพราะอาจช่วยคุณได้ทั้งเรื่องความปลอดภัยและหลักฐานเวลามีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับรถของคุณ