หนีโลกวุ่นวาย ไปเจอหินยักษ์กลางทะเลทราย
กลางทะเลทรายแดงกว้างไกลของออสเตรเลีย มีหินทรายยักษ์สีแดงตั้งตระหง่านอยู่โดดเด่น นั่นคือ Uluru หรือที่หลายคนเคยได้ยินในชื่อ Ayers Rock หินมหึมาที่สูงราว 348 เมตร และทอดตัวไปไกลยาวกว่า 3 กิโลเมตร
ที่นี่ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเป็น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินเผ่า Anangu และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม เรียกได้ว่าเป็นทั้งแลนด์มาร์ก ทั้งสถานที่จิตวิญญาณในที่เดียว
ล่าสุด จุดหมายปลายทางนี้ยังกลายเป็นทริปแห่งการชาร์จพลังของเคานท์หนุ่มสายไลฟ์สไตล์อย่าง Count Nikolai of Monpezat ที่เลือกบินลัดฟ้าไปสัมผัสพลังของดินแดน Down Under แห่งนี้ด้วย
ถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่ทั้งสงบ อัดแน่นด้วยพลังงานดี และเต็มไปด้วยวิวธรรมชาติระดับโลก Uluru คือหนึ่งในลิสต์ที่ไม่ควรมองข้ามเลย

Uluru คืออะไร ทำไมใครๆ ก็อยากไป?
Uluru คือหินทรายสีแดงขนาดยักษ์ ตั้งอยู่กลางอุทยานแห่งชาติ Uluru-Kata Tjuta National Park ในเขต Northern Territory ของออสเตรเลีย
ความสูงประมาณ 348 เมตร
ความยาวมากกว่า 3 กิโลเมตร
โอบล้อมด้วยทะเลทรายแดงและท้องฟ้ากว้างสุดสายตา
ที่นี่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดของออสเตรเลีย และยังเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพื้นเมือง Anangu ที่ผูกพันกับดินแดนนี้มาหลายพันปี

บรรยากาศที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก ทั้งความนิ่ง เงียบ แต่ทรงพลัง ชนิดที่หลายคนบอกว่าแค่ได้ยืนมอง Uluru ใกล้ๆ ก็รู้สึกเหมือนได้กดปุ่มรีเซ็ตชีวิต
ไป Uluru แล้วต้องทำอะไรบ้าง?
ดินแดนก้อนหินยักษ์กลางทะเลทรายนี้ มีกิจกรรมให้ทำมากกว่าที่คิด ไม่ได้มีแค่การไปถ่ายรูปเช็กอินแล้วกลับ
กิจกรรมห้ามพลาด:
เดิน Uluru Base Walk
เส้นทางเดินรอบฐานหิน Uluru ระยะทางประมาณ 10.6 กม. เหมาะมากสำหรับสายเดินป่า-เดินชิล ได้สัมผัสพลังจากธรรมชาติแบบใกล้ชิด ระหว่างทางยังมีจุดแวะชมศิลปะบนหิน และเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมของชุมชนดั้งเดิมชมศิลปะหินโบราณ
รอบๆ Uluru มีลวดลายและภาพเขียนบนหินที่มีอายุกว่า 10,000 ปี เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิต เล่าเรื่องราวความเชื่อและตำนานของชนพื้นเมืองได้อย่างน่าค้นหาField of Light – ทะเลแสงกลางทะเลทราย
งานศิลปะแสงกลางแจ้งโดยศิลปิน Bruce Munro ที่ใช้ โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 50,000 ดวง ปักเรียงรายกลางผืนทะเลทราย ยิ่งดึกยิ่งสวย ทำให้ทะเลทรายเงียบๆ กลายเป็นพื้นที่มหัศจรรย์แบบเหนือจริง (แนะนำให้จองล่วงหน้า)Kata Tjuta (The Olgas)
กลุ่มหินขนาดใหญ่อีกแห่งที่อยู่ห่างจาก Uluru ประมาณ 50 กม. ใครชอบเส้นทางเทรคกิ้งต้องลอง Valley of the Winds เส้นทางเดินชมวิวหุบเขาหินสุดอลัง เหมาะกับสายเดินป่าและคนรักภูเขาโดยเฉพาะจุดชม Uluru ตอนพระอาทิตย์ขึ้น-ตก
มีจุดชมวิวจัดไว้ให้โดยเฉพาะทั้งช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้คุณได้ดู หินเปลี่ยนสี ไปตามแสง ตั้งแต่ส้มอ่อนในยามเช้า ไปจนถึงแดงเข้มขณะพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า สวยแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์
เสน่ห์ของ Uluru ที่ทำให้คนหลงรัก

สิ่งที่ทำให้ Uluru ไม่ใช่แค่จุดเช็กอินธรรมดา แต่กลายเป็นทริปที่อยู่ในใจใครหลายคน คือการผสมกันระหว่างความงดงามทางธรรมชาติและมิติทางจิตวิญญาณ
จุดเด่นที่ทำให้ Uluru พิเศษ:
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกของ UNESCO ทั้งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม
หิน เปลี่ยนสีได้ตลอดทั้งวัน ตามมุมและความแรงของแสงแดด เป็นโชว์ธรรมชาติที่ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษใดๆ
มีศูนย์วัฒนธรรมและทัวร์นำชม ให้คุณได้ เรียนรู้เรื่องราวของชนพื้นเมืองอะบอริจิน อย่างเคารพและลึกซึ้ง
บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วย ความสงบและพลังงานธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายไปรีเฟรชทั้งร่างกายและจิตใจ
เคล็ดลับเอาตัวรอดกลางทะเลทรายแดง
🌿 เคล็ดลับเล็กๆ ที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง:
ห้ามปีนขึ้นไปบน Uluru
ทั้งด้วยเหตุผลทางความเชื่อของชาวพื้นเมืองและกฎของอุทยาน การเคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์คือมารยาทสำคัญของนักเดินทางเตรียมตัวเรื่องแดดให้ดี
แดดที่นี่แรงแบบไม่เกรงใจใคร ควรเตรียม น้ำดื่มให้พอ หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด ให้พร้อม โดยเฉพาะถ้าคิดจะเดินเส้นทางยาวๆเลือกช่วงเวลาเดินทางให้เหมาะ
ช่วง เมษายน–กันยายน เป็นช่วงที่อากาศดี เดินสบายกว่าหน้าร้อน อุณหภูมิไม่โหดจนเกินไป เหมาะทั้งสายลุยและสายชิล
เดินทางไป Uluru ยังไงให้เนียนเหมือนมือโปร
🛫 วิธีการเดินทางหลักๆ:
เครื่องบิน
สามารถบินจากเมืองใหญ่ในออสเตรเลียอย่าง Sydney, Melbourne หรือ Alice Springs ไปลงที่ Ayers Rock Airport (Connellan Airport) ได้เลยจากสนามบินไปที่พัก
เมื่อถึงสนามบินแล้วสามารถเลือกได้สองแบบ:เช่ารถขับเอง เหมาะกับคนที่อยากแวะถ่ายรูป แวะเที่ยวตามใจชอบ
ใช้บริการรถรับส่งไปยัง Yulara เมืองเล็กๆ ใกล้ Uluru ที่เป็นศูนย์รวมที่พักและบริการนักท่องเที่ยว
ใครที่อยากลองเปลี่ยนจากการปีนเขาในป่า ไปสัมผัสภูเขาหินกลางทะเลทรายในอีกซีกโลกหนึ่ง Uluru คือจุดหมายที่ทั้งสวย ทั้งมีสตอรี่ และเต็มไปด้วยพลังเงียบๆ ที่น่าค้นหา ลองเก็บที่นี่ไว้ในลิสต์ทริปใหญ่ครั้งต่อไป แล้วให้ทะเลทรายแดงของออสเตรเลียช่วยรีเซ็ตหัวใจดูสักครั้ง

