เมื่อคาสโนว่ารับจ้างหักอก เจอผู้หญิงหลายบุคลิก
เมื่อนักแสดงหนุ่มมากฝีมืออย่าง นนน–กรภัทร์ เกิดพันธุ์ ได้โคจรมาร่วมงานกับศิลปินสาวจากเกิร์ลกรุ๊ปท็อปของทีป็อป มายด์–อาทิตยา ตรีบุดารักษ์ แห่งวง 4EVE เคมีใหม่บนจอก็เลยน่าจับตามองเป็นพิเศษ
ทั้งคู่ต่างผ่านซีรีส์ ภาพยนตร์ และงานเพลงมาเพียบ แต่ซีรีส์รอมคอมเรื่อง I Love ‘A Lot Of’ You รัก มาก เธอ คือครั้งแรกที่ได้ประชันบทบาทร่วมกัน
เรื่องนี้เล่าความสัมพันธ์ของ ซัน (นนน) คาสโนว่าหนุ่มผู้ทำอาชีพรับจ้างหักอกคน กับหญิงสาวที่มีปมลึกในใจจนเกิดภาวะ คล้ายโรคหลายบุคลิก ซึ่งแยกออกมาเป็นหลายตัวตน (รับบทโดยมายด์)
Talk with Mind
ผู้หญิงหนึ่งคน แต่ซ่อนอยู่ห้าบุคลิก
มายด์เล่าถึงตัวละครของเธอว่าเป็นผู้หญิงที่มีภาวะคล้ายโรคหลายบุคลิก แม้ในเรื่องจะไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นโรค แต่แสดงออกผ่าน ห้าโหมดตัวตน ที่แตกต่างกันชัดเจน
บุคลิกมั่นใจ มีเสน่ห์
ผู้หญิงทำงานเก่ง จริงจัง โฟกัสงาน
ลุคห้าว สายกีฬา
ผู้หญิงเนิร์ด ชอบอ่านหนังสือ การ์ตูน ดูการ์ตูน
เด็กสาวสดใส ชอบเล่น เป็นโหมดขี้เล่นอยู่บ่อยๆ
หนึ่งคน แต่เต็มไปด้วยเลเยอร์ของตัวเองอย่างเข้มข้น
บุคลิกไหนคือมายด์ในชีวิตจริง?
มายด์มองตัวเองผ่านสองมุมมอง ทั้งจากสิ่งที่เธอคิด และจากสิ่งที่คนรอบตัวสะท้อนกลับมา
ในมุมของตัวเอง เธอรู้สึกว่าคล้าย ผู้หญิงทำงาน เพราะเวลาโฟกัสงานจะนิ่ง จริงจัง และตั้งใจมาก
ขณะเดียวกันก็มีความ เนิร์ด อยู่ลึกๆ ด้วยความชอบอ่านการ์ตูน ดูการ์ตูน
แต่คนรอบตัวกลับบอกว่าเธอเหมือนฟ้าใสและโหมด ผู้หญิงสดใส เพราะมักมีช่วงเวลาที่ชอบเล่นเป็นเด็กอยู่บ่อยครั้ง
สุดท้ายมายด์สรุปว่า ในห้าคาแรกเตอร์มีเธออยู่ทุกคน แค่ปะปนกันคนละนิดคนละหน่อย
วิธีทำงานของนักแสดง: หาความเชื่อมโยงก่อน แล้วค่อยปล่อยตัวเล่น
มายด์ยอมรับว่าเธอใช้วิธี หาความเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับตัวละคร ในช่วงพรีโปรดักชั่น
เมื่อได้บทและคาแรกเตอร์ เธอจะย้อนดูว่ามีอะไรเหมือนตัวเองบ้าง
เคยมีประสบการณ์แบบตัวละครไหม ถ้ามี ตอนนั้นรู้สึกยังไง คิดอะไรอยู่
แต่สิ่งสำคัญคือ เธอไม่ได้หยิบประสบการณ์จริงมาเล่นตรงๆ หากใช้เพื่อเข้าใจ ก่อนจะปล่อยตัวในฉากให้ไหลไปตามสถานการณ์และการตีความของตัวละครมากกว่า
การบ้านหนักมาก กับบทคนที่มีภาวะหลายบุคลิก
เบื้องหลังตัวละครที่ซับซ้อนนี้ คือการทำการบ้านอย่างจริงจังของทั้งทีม
มายด์เล่าว่าเธอได้เวิร์กช็อปอย่างเข้มข้นกับ
ครูปราง แอ็กติ้งโค้ช
ผู้กำกับ พี่หลุง
นนน ที่เล่นประกบคู่กันตลอด
ทุกคนช่วยกันหาว่า “ตัวละครคนนี้ควรเป็นแบบไหน” แล้วค่อยๆ ดีไซน์ร่วมกันตั้งแต่ต้น จนกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนและมีชีวิต
เธอมองว่านี่คือข้อดีมากๆ เพราะทำให้ได้ฝึกก่อนเข้าฉากจริงอย่างเต็มที่
เคมีครั้งแรกกับนนน: จากความเกร็งสู่ความเละเทะแบบสบายใจ
การร่วมงานกับนนนครั้งแรก ทำให้ช่วงแรกทั้งคู่ยังเกร็งๆ นิ่งๆ ใส่กัน เพราะไม่เคยมีโอกาสทำงานร่วมกันมาก่อน แม้จะเคยได้ยินเรื่องราวของนนนจากโจริญ เพื่อนร่วมวงที่เคยทำเพลงด้วยกัน
แต่พอผ่านเวิร์กช็อปไปเรื่อยๆ ทั้งคู่ก็เริ่มสนิทมากขึ้น จนตอนเข้ากองถ่ายบรรยากาศทำงานกลายเป็น ความสบายๆ สนุก และผ่อนคลาย
ผู้กำกับมีไดเร็กชันชัดเจน แต่ใจดี
ทั้งคู่ตกลงกันว่า “เครียดแค่ตอนถ่ายทำก็พอ นอกนั้นขอเละๆ ให้สุด”
นนนจริงจังกับงาน ส่วนมายด์ก็เป็นสายโฟกัสเหมือนกัน แถมยังเป็น เด็กช่างถามทั้งคู่ จึงกลายเป็นพาร์ตเนอร์การแสดงที่เข้าขากันง่าย
บทเรียนจากตัวละคร: คนเรามีหลายเลเยอร์กว่าที่คิด
บทนี้ทำให้มายด์เห็นชัดมากขึ้นว่า มนุษย์เปราะบางและมีหลายชั้นกว่าที่มองเห็น
ซีรีส์เหมือนขยายให้เห็นว่า ในแต่ละบุคลิกของคนหนึ่งคนมี
ความเชื่อที่หลากหลาย
ความรู้สึกที่ซับซ้อนและตีกันเองในหัว
เธอได้เรียนรู้วิธี ประนีประนอมความคิดที่ขัดแย้งกันในตัวเอง และพยายามผสานให้ทุกส่วนอยู่ร่วมกันได้ในคนคนเดียว
จากซีรีส์สู่เวทีเพลง: 4EVE และ LIKE YOU
LIKE YOU: จุดสตาร์ท 4EVE New Era
ในด้านงานเพลง มายด์เล่าถึงซิงเกิลล่าสุดของ 4EVE อย่าง LIKE YOU ว่าเป็นงานที่ได้จับมือกับ 88rising แบบเต็มรูปแบบ
เป็นเพลงภาษาอังกฤษล้วน
วางให้เป็นภาพของ 4EVE New Era
เนื้อหาโตขึ้น เปรี้ยว แซ่บ และเต็มไปด้วยอุปมาและการเล่นคำ
บรรยากาศของเพลงคือ ความตื่นเต้นช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ที่ทุกอย่างยังหวือหวา แฟนตาซี และเต็มไปด้วยความเพ้อเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ
ทำไมมายด์ถึงรักการแสดง
สิ่งที่มายด์หลงรักในการแสดงคือ ประสบการณ์การได้เป็นคนอื่น
สำหรับเธอ การเป็นนักแสดงคือการมีโอกาสสัมผัสสิ่งที่ในชีวิตจริงไม่มีวันได้ลอง เช่น การเล่นบทผีในเรื่อง “นางนาค สะใภ้พระโขนง” ทำให้เธอเหมือนได้ไปจับประสบการณ์ของอีกโลกหนึ่ง
เธอมองว่านี่คือเสน่ห์ที่สุดอย่างหนึ่งของการแสดง
ความสุขของการทำเพลง: ได้เป็นตัวเองเต็มร้อย
ในทางกลับกัน งานเพลงให้เธอได้เป็นตัวเองแบบไม่ต้องสวมบทใคร
ได้ขึ้นเวที
ได้เจอผู้คนจริงๆ
ได้รับการยอมรับในแบบที่เธอเป็น
ความสุขของมายด์คือการเห็นว่าคนฟัง ภูมิใจที่ได้ติดตามพวกเธอ และชอบในสไตล์ที่ 4EVE พรีเซนต์ออกไป เธอยังย้ำว่าตัวเอง ชอบทำงานเป็นกลุ่ม มากเป็นพิเศษ
ทำไม 4EVE ยังไม่มีโซโล่
แฟนคลับมักแซวว่า “เมื่อไหร่ 4EVE จะมีโซโล่สักที” แต่ในมุมมองของวง พวกเธอยังรู้สึกว่า
ภาพรวมของ 4EVE ในฐานะวงยังมีอะไรให้ทำได้อีกเยอะ
อัลบั้มล่าสุดกับธีมสัตว์ก็เป็นอะไรที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
มายด์ชอบมากที่วงอยู่กันครบ 7 คน เพราะ
ทีมนี้มีหลายรสชาติ และทุกคนทำรสชาติของตัวเองได้ดี
เธออยากให้ภาพรวมของ 7 คนแข็งแรงที่สุดก่อน
ส่วนโซโล่ — เธอทิ้งท้ายว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ในวันที่เหมาะสม
Talk with Nanon
ซัน: คนกะล่อนที่ไม่ค่อยเชื่อในความรัก
นนนรับบทเป็น ซัน ตัวละครที่มีไหวพริบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง ฉลาด และถ้าพูดให้แรงหน่อยก็คือ ปลิ้นปล้อน กะล่อน นิดๆ
อาชีพรับจ้างหักอกคนในเรื่องไม่ได้มาจากความตั้งใจตั้งแต่แรก แต่เป็นผลจากปมบางอย่างในชีวิต รวมถึงมุมมองที่ว่า “ความรักคือเครื่องมือหาเงินอย่างหนึ่ง” มากกว่าจะเชื่อในความรักแบบโรแมนติก
ซัน vs นนน: เหมือนกันตรงไหน ต่างกันอย่างไร
สิ่งที่นนนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนซันคือ
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง
มีความกะล่อนเล็กๆ พอเอาตัวรอดจากสถานการณ์ยากๆ ได้
แต่สิ่งที่ต่างชัดเจนคือ
มายด์เซ็ตเรื่องความรัก ของซัน
การใช้ความรักเป็นเครื่องมือหาเงิน ซึ่งนนนมองว่าไกลจากตัวเองมาก
ความท้าทายที่สุด: เคมีระหว่าง 1 คนกับ 5 บุคลิก
สำหรับนนน จุดที่ท้าทายคือการต้องเจอ คู่ตรงข้ามที่มี 5 บุคลิก โดยที่เขาเองยังต้องยึดคาแรกเตอร์ซันเป็นตัวหลัก
เขายอมรับว่า ถ้าให้เล่นเป็น 5 บุคลิกไปเลยยังง่ายกว่า แต่ในเรื่องนี้ เขาต้อง
เจอทั้งห้าบุคลิกที่แตกต่าง
ปรับตัวในทุกฉากให้เข้ากับแต่ละตัวตน
ช่วงทำการบ้านจึงต้องคุยกับมายด์เยอะมากว่า
บุคลิกนี้ชอบคนแบบไหน
ชอบการปฏิบัติแบบไหน
ทั้งหมดนี้คือเรื่องของ ไวบ์ เคมี และพลังงาน ที่ต้องจูนให้ตรงกันตามสิ่งที่ผู้กำกับอยากได้ในแต่ละคู่
ฉากที่ยาก… คือฉากที่ตัวเอง cringe
นนนบอกว่าจริงๆ แล้วไม่มีฉากไหนที่ยากแบบเทคนิคมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเกร็งคือ ฉากจีบและ flirt
เพราะในชีวิตจริงเขาไม่ใช่คนที่เข้าไปพุ่งใส่ใครด้วยคำว่า
“สวัสดีครับ ขอเบอร์หน่อยครับ”
ทุกครั้งที่ต้องเล่นฉากจีบ เขาจะรู้สึก cringe ตัวเองมาก และคิดในใจว่า “ชีวิตจริงไม่มีวันทำแบบนี้แน่ๆ” เขาเป็นสายค่อยๆ คุย ค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์มากกว่า
ทำงานกับมายด์ครั้งแรก: เคมีตรงกันแบบพอดี
นนนมองว่ามายด์เป็นทั้ง คนเก่งและน่ารัก ที่สำคัญคือเคมีการทำงานค่อนข้างตรงกัน
แนวทางการแสดงใกล้เคียงกัน
เวลาคุยกับผู้กำกับจะแลกเปลี่ยนกันทั้งเรื่องตัวละครของเธอและของเขา
บรรยากาศคือความสนุก ตรงไปตรงมา และร่วมกันสร้างตัวละครให้ชัดขึ้นทุกวัน
ถ้ารักคนที่มีหลายบุคลิกจริงๆ จะดูแลยังไง
นนนมองว่า ถ้าในชีวิตจริงรักคนที่มีหลายบุคลิก สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ต้องคุยกันทุกคน”
แต่ละบุคลิกชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
วันนี้ใครอยู่หน้าบ้าน ใครอยู่หลังบ้าน
เขาคิดว่าคนที่รักจะต้องมีสติสูงมาก และเรียนรู้วิธีอยู่กับทุกบุคลิกให้ได้ ถ้าทุกฝ่ายรักกันดีและไม่มีปัญหาอะไรมาก ทุกอย่างก็อาจเดินไปได้อย่างปกติ
แต่ถ้า บางบุคลิกไม่ชอบเรา เรื่องจะเริ่มยาก
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากตัวละครซัน
จากมุมของตัวละคร นนนรู้สึกว่าเรื่องนี้พูดถึงการ ก้าวผ่านปมในวัยเด็กอย่างเข้าใจ
ในมุมของความสัมพันธ์ เขามองว่าหัวใจหลักคือ
ความจริงใจต่อความรู้สึกของตัวเอง
ความจริงใจกับคนที่มีสัมพันธ์ด้วย
ทุกครั้งที่ทำงานกับซีรีส์ใหม่ เขามักเก็บอะไรบางอย่างกลับมาเสมอ ทั้งสิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในชีวิตจริง
โปรเจกต์ใหม่: จาก Scarlet Heart ถึงอัลบั้มร็อก
Scarlet Heart เวอร์ชันนนน
นอกจาก I Love ‘A Lot Of’ You นนนยังมีโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังเตรียมเปิดกล้องคือ Scarlet Heart
ตอนนี้ทุกอย่างยังอยู่ในช่วงพรีโปรดักชั่น โดยเขาต้อง
ดูแลรูปร่างให้เข้ากับบททหารและองค์ชาย
ศึกษาแบ็กกราวด์ตัวละครอย่างละเอียด
ดูเวอร์ชันเกาหลีเป็นข้อมูล
หาเวลาอ่านหนังสือเพิ่มเพื่อขยายแก่นตัวละครในแบบของตัวเอง
เขาเล่าว่าหลังจากเคยเล่น “รักแรก โคตรลืมยาก” ซึ่งเป็นรีเมกเหมือนกัน ความผิดพลาดคือเขาดูต้นฉบับเยอะเกินไปจนเผลอติดรายละเอียดของเวอร์ชันเดิมมามาก
รอบนี้เขาเลยพยายามทำให้ ตัวละครเวอร์ชันของตัวเอง แข็งแรงและแตกต่างชัดเจนกว่าเดิม
ครึ่งปีหลัง: อัลบั้มใหม่ และทางดนตรีที่อยากไปจริงๆ
ด้านงานเพลง นนนบอกชัดว่า ครึ่งปีหลังมีเพลงใหม่แน่นอน และจะมาเป็นอัลบั้มเหมือนเดิม
เขาตั้งใจกลับไปในไดเร็กชันดนตรีที่อยากลองมาตลอด นั่นคือสาย ร็อก แม้เจ้าตัวจะขำๆ ว่า
“อาจจะไม่ค่อยเข้ากับหน้าผมเท่าไร”
อัลบั้มก่อนหน้าอย่าง KNOCK KNOCK และ ดาวเดิม ทำให้คนเริ่มคาดหวังสไตล์หนึ่งจากเขา แต่คราวนี้เขาบอกแบบติดตลกว่า
“ถ้าคุณอยากได้ เราจะไม่ให้”
แนวใหม่จะยืนพื้นด้วยร็อก แล้วผสมองค์ประกอบอื่นๆ ตาม
เนื้อหาเพลง
ฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละเพลง
เขาเชื่อว่า เมื่อทำไปเรื่อยๆ สุดท้ายลายเซ็นดนตรีของตัวเองจะชัดขึ้นเอง
ทำไมทั้งสองถึงยังรักทั้งงานแสดงและงานเพลง
นนนกับการแสดง: รู้จักคนลึกขึ้นทุกครั้งที่เข้ากอง
นนนชอบงานแสดงเพราะมันเปิดโอกาสให้เขา รู้จักคนในเชิงลึก ทั้งในแง่ตัวละครและคนทำงานเบื้องหลัง
เขาเป็นคนกวนๆ ในกอง ชอบ
แกล้งพี่ช่างไฟ
แซวพี่ตากล้อง
ชวนคนในกองคุยเรื่องงาน ว่าทำส่วนนี้ยากยังไง ต้องใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ
ยิ่งทำงาน ยิ่งเห็นภาพตำแหน่งต่างๆ ชัดขึ้น และพอได้รู้ว่าคนแต่ละคนตีความตัวละครของตัวเองยังไง เขาก็เริ่ม อ่านคนได้ดีขึ้น เพราะเข้าใจว่ากว่าผลลัพธ์หนึ่งจะออกมา คนๆ นั้นอาจต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก
นนนกับงานเพลง: ความจู้จี้ที่เอาไปลงกับตัวเอง
ในโลกของการแสดง มีหลายอย่างถูกตัดสินโดยคนอื่น ซึ่งเขาต้องเคารพการตัดสินใจนั้น แต่ในงานเพลง ถ้าพลาดเมื่อไร นั่นคือความรับผิดชอบของเขาเต็มๆ
เขาเพิ่งค้นพบว่าตัวเอง มีความจู้จี้ในรายละเอียดสูงมาก จนไม่กล้าไปกดดันใครในกอง เขาเลยเลือกเอานิสัยนี้มาลงกับงานเพลงแทน
เขาตีกับตัวเองก่อน
ตรวจซ้ำไปมาอย่างละเอียด
จากนั้นค่อยไปคุยกับโปรดิวเซอร์อย่างมีสติ
เมื่อความผิดพลาดกลายเป็นเครื่องเตือนใจ
นนนเล่าถึงเคสหนึ่งที่เคยพลาด
ทำอัลบั้มแล้วพิมพ์เนื้อเพลงผิดในคำอธิบาย
ชื่อเพลงในคีย์วิชวลสะกดผิด
เขาหงุดหงิดตัวเองมาก แต่เลือก ไม่แก้ และปล่อยให้ความผิดพลาดนั้นอยู่ตรงนั้น เพื่อเตือนใจทุกครั้งที่เห็นว่า
เราต้องละเอียดกว่านี้ และห้ามพลาดเรื่องเดิมอีก
จากคนหนึ่งที่ต้องรับมือกับตัวตนห้าบุคลิก และอีกคนที่ต้องหาวิธีเข้าหาทุกตัวตนด้วยความจริงใจ I Love ‘A Lot Of’ You รัก มาก เธอ จึงไม่ใช่แค่รอมคอมธรรมดา แต่ยังเป็นเรื่องของการเรียนรู้ตัวเอง การประนีประนอมกับเลเยอร์ภายใน และการมองความรักด้วยสายตาที่ลึกขึ้นทั้งบนจอและนอกจอด้วย

