รับแอปรับแอป

เปิดม่านเคมีใหม่ "มายด์–นนน" จากรอมคอมหลายบุคลิก สู่บทเรียนความรักและตัวตน

วศิน สุขสันต์01-31

เมื่อคาสโนว่ารับจ้างหักอก เจอผู้หญิงหลายบุคลิก

เมื่อนักแสดงหนุ่มมากฝีมืออย่าง นนน–กรภัทร์ เกิดพันธุ์ ได้โคจรมาร่วมงานกับศิลปินสาวจากเกิร์ลกรุ๊ปท็อปของทีป็อป มายด์–อาทิตยา ตรีบุดารักษ์ แห่งวง 4EVE เคมีใหม่บนจอก็เลยน่าจับตามองเป็นพิเศษ

ทั้งคู่ต่างผ่านซีรีส์ ภาพยนตร์ และงานเพลงมาเพียบ แต่ซีรีส์รอมคอมเรื่อง I Love ‘A Lot Of’ You รัก มาก เธอ คือครั้งแรกที่ได้ประชันบทบาทร่วมกัน

เรื่องนี้เล่าความสัมพันธ์ของ ซัน (นนน) คาสโนว่าหนุ่มผู้ทำอาชีพรับจ้างหักอกคน กับหญิงสาวที่มีปมลึกในใจจนเกิดภาวะ คล้ายโรคหลายบุคลิก ซึ่งแยกออกมาเป็นหลายตัวตน (รับบทโดยมายด์)

Talk with Mind

ผู้หญิงหนึ่งคน แต่ซ่อนอยู่ห้าบุคลิก

มายด์เล่าถึงตัวละครของเธอว่าเป็นผู้หญิงที่มีภาวะคล้ายโรคหลายบุคลิก แม้ในเรื่องจะไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นโรค แต่แสดงออกผ่าน ห้าโหมดตัวตน ที่แตกต่างกันชัดเจน

  • บุคลิกมั่นใจ มีเสน่ห์

  • ผู้หญิงทำงานเก่ง จริงจัง โฟกัสงาน

  • ลุคห้าว สายกีฬา

  • ผู้หญิงเนิร์ด ชอบอ่านหนังสือ การ์ตูน ดูการ์ตูน

  • เด็กสาวสดใส ชอบเล่น เป็นโหมดขี้เล่นอยู่บ่อยๆ

หนึ่งคน แต่เต็มไปด้วยเลเยอร์ของตัวเองอย่างเข้มข้น

บุคลิกไหนคือมายด์ในชีวิตจริง?

มายด์มองตัวเองผ่านสองมุมมอง ทั้งจากสิ่งที่เธอคิด และจากสิ่งที่คนรอบตัวสะท้อนกลับมา

  • ในมุมของตัวเอง เธอรู้สึกว่าคล้าย ผู้หญิงทำงาน เพราะเวลาโฟกัสงานจะนิ่ง จริงจัง และตั้งใจมาก

  • ขณะเดียวกันก็มีความ เนิร์ด อยู่ลึกๆ ด้วยความชอบอ่านการ์ตูน ดูการ์ตูน

แต่คนรอบตัวกลับบอกว่าเธอเหมือนฟ้าใสและโหมด ผู้หญิงสดใส เพราะมักมีช่วงเวลาที่ชอบเล่นเป็นเด็กอยู่บ่อยครั้ง

สุดท้ายมายด์สรุปว่า ในห้าคาแรกเตอร์มีเธออยู่ทุกคน แค่ปะปนกันคนละนิดคนละหน่อย

วิธีทำงานของนักแสดง: หาความเชื่อมโยงก่อน แล้วค่อยปล่อยตัวเล่น

มายด์ยอมรับว่าเธอใช้วิธี หาความเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับตัวละคร ในช่วงพรีโปรดักชั่น

  • เมื่อได้บทและคาแรกเตอร์ เธอจะย้อนดูว่ามีอะไรเหมือนตัวเองบ้าง

  • เคยมีประสบการณ์แบบตัวละครไหม ถ้ามี ตอนนั้นรู้สึกยังไง คิดอะไรอยู่

แต่สิ่งสำคัญคือ เธอไม่ได้หยิบประสบการณ์จริงมาเล่นตรงๆ หากใช้เพื่อเข้าใจ ก่อนจะปล่อยตัวในฉากให้ไหลไปตามสถานการณ์และการตีความของตัวละครมากกว่า

การบ้านหนักมาก กับบทคนที่มีภาวะหลายบุคลิก

เบื้องหลังตัวละครที่ซับซ้อนนี้ คือการทำการบ้านอย่างจริงจังของทั้งทีม

มายด์เล่าว่าเธอได้เวิร์กช็อปอย่างเข้มข้นกับ

  • ครูปราง แอ็กติ้งโค้ช

  • ผู้กำกับ พี่หลุง

  • นนน ที่เล่นประกบคู่กันตลอด

ทุกคนช่วยกันหาว่า “ตัวละครคนนี้ควรเป็นแบบไหน” แล้วค่อยๆ ดีไซน์ร่วมกันตั้งแต่ต้น จนกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนและมีชีวิต

เธอมองว่านี่คือข้อดีมากๆ เพราะทำให้ได้ฝึกก่อนเข้าฉากจริงอย่างเต็มที่

เคมีครั้งแรกกับนนน: จากความเกร็งสู่ความเละเทะแบบสบายใจ

การร่วมงานกับนนนครั้งแรก ทำให้ช่วงแรกทั้งคู่ยังเกร็งๆ นิ่งๆ ใส่กัน เพราะไม่เคยมีโอกาสทำงานร่วมกันมาก่อน แม้จะเคยได้ยินเรื่องราวของนนนจากโจริญ เพื่อนร่วมวงที่เคยทำเพลงด้วยกัน

แต่พอผ่านเวิร์กช็อปไปเรื่อยๆ ทั้งคู่ก็เริ่มสนิทมากขึ้น จนตอนเข้ากองถ่ายบรรยากาศทำงานกลายเป็น ความสบายๆ สนุก และผ่อนคลาย

  • ผู้กำกับมีไดเร็กชันชัดเจน แต่ใจดี

  • ทั้งคู่ตกลงกันว่า “เครียดแค่ตอนถ่ายทำก็พอ นอกนั้นขอเละๆ ให้สุด”

นนนจริงจังกับงาน ส่วนมายด์ก็เป็นสายโฟกัสเหมือนกัน แถมยังเป็น เด็กช่างถามทั้งคู่ จึงกลายเป็นพาร์ตเนอร์การแสดงที่เข้าขากันง่าย

บทเรียนจากตัวละคร: คนเรามีหลายเลเยอร์กว่าที่คิด

บทนี้ทำให้มายด์เห็นชัดมากขึ้นว่า มนุษย์เปราะบางและมีหลายชั้นกว่าที่มองเห็น

ซีรีส์เหมือนขยายให้เห็นว่า ในแต่ละบุคลิกของคนหนึ่งคนมี

  • ความเชื่อที่หลากหลาย

  • ความรู้สึกที่ซับซ้อนและตีกันเองในหัว

เธอได้เรียนรู้วิธี ประนีประนอมความคิดที่ขัดแย้งกันในตัวเอง และพยายามผสานให้ทุกส่วนอยู่ร่วมกันได้ในคนคนเดียว

จากซีรีส์สู่เวทีเพลง: 4EVE และ LIKE YOU

LIKE YOU: จุดสตาร์ท 4EVE New Era

ในด้านงานเพลง มายด์เล่าถึงซิงเกิลล่าสุดของ 4EVE อย่าง LIKE YOU ว่าเป็นงานที่ได้จับมือกับ 88rising แบบเต็มรูปแบบ

  • เป็นเพลงภาษาอังกฤษล้วน

  • วางให้เป็นภาพของ 4EVE New Era

  • เนื้อหาโตขึ้น เปรี้ยว แซ่บ และเต็มไปด้วยอุปมาและการเล่นคำ

บรรยากาศของเพลงคือ ความตื่นเต้นช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ที่ทุกอย่างยังหวือหวา แฟนตาซี และเต็มไปด้วยความเพ้อเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ

ทำไมมายด์ถึงรักการแสดง

สิ่งที่มายด์หลงรักในการแสดงคือ ประสบการณ์การได้เป็นคนอื่น

สำหรับเธอ การเป็นนักแสดงคือการมีโอกาสสัมผัสสิ่งที่ในชีวิตจริงไม่มีวันได้ลอง เช่น การเล่นบทผีในเรื่อง “นางนาค สะใภ้พระโขนง” ทำให้เธอเหมือนได้ไปจับประสบการณ์ของอีกโลกหนึ่ง

เธอมองว่านี่คือเสน่ห์ที่สุดอย่างหนึ่งของการแสดง

ความสุขของการทำเพลง: ได้เป็นตัวเองเต็มร้อย

ในทางกลับกัน งานเพลงให้เธอได้เป็นตัวเองแบบไม่ต้องสวมบทใคร

  • ได้ขึ้นเวที

  • ได้เจอผู้คนจริงๆ

  • ได้รับการยอมรับในแบบที่เธอเป็น

ความสุขของมายด์คือการเห็นว่าคนฟัง ภูมิใจที่ได้ติดตามพวกเธอ และชอบในสไตล์ที่ 4EVE พรีเซนต์ออกไป เธอยังย้ำว่าตัวเอง ชอบทำงานเป็นกลุ่ม มากเป็นพิเศษ

ทำไม 4EVE ยังไม่มีโซโล่

แฟนคลับมักแซวว่า “เมื่อไหร่ 4EVE จะมีโซโล่สักที” แต่ในมุมมองของวง พวกเธอยังรู้สึกว่า

  • ภาพรวมของ 4EVE ในฐานะวงยังมีอะไรให้ทำได้อีกเยอะ

  • อัลบั้มล่าสุดกับธีมสัตว์ก็เป็นอะไรที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

มายด์ชอบมากที่วงอยู่กันครบ 7 คน เพราะ

  • ทีมนี้มีหลายรสชาติ และทุกคนทำรสชาติของตัวเองได้ดี

  • เธออยากให้ภาพรวมของ 7 คนแข็งแรงที่สุดก่อน

ส่วนโซโล่ — เธอทิ้งท้ายว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ในวันที่เหมาะสม

Talk with Nanon

ซัน: คนกะล่อนที่ไม่ค่อยเชื่อในความรัก

นนนรับบทเป็น ซัน ตัวละครที่มีไหวพริบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง ฉลาด และถ้าพูดให้แรงหน่อยก็คือ ปลิ้นปล้อน กะล่อน นิดๆ

อาชีพรับจ้างหักอกคนในเรื่องไม่ได้มาจากความตั้งใจตั้งแต่แรก แต่เป็นผลจากปมบางอย่างในชีวิต รวมถึงมุมมองที่ว่า “ความรักคือเครื่องมือหาเงินอย่างหนึ่ง” มากกว่าจะเชื่อในความรักแบบโรแมนติก

ซัน vs นนน: เหมือนกันตรงไหน ต่างกันอย่างไร

สิ่งที่นนนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนซันคือ

  • แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง

  • มีความกะล่อนเล็กๆ พอเอาตัวรอดจากสถานการณ์ยากๆ ได้

แต่สิ่งที่ต่างชัดเจนคือ

  • มายด์เซ็ตเรื่องความรัก ของซัน

  • การใช้ความรักเป็นเครื่องมือหาเงิน ซึ่งนนนมองว่าไกลจากตัวเองมาก

ความท้าทายที่สุด: เคมีระหว่าง 1 คนกับ 5 บุคลิก

สำหรับนนน จุดที่ท้าทายคือการต้องเจอ คู่ตรงข้ามที่มี 5 บุคลิก โดยที่เขาเองยังต้องยึดคาแรกเตอร์ซันเป็นตัวหลัก

เขายอมรับว่า ถ้าให้เล่นเป็น 5 บุคลิกไปเลยยังง่ายกว่า แต่ในเรื่องนี้ เขาต้อง

  • เจอทั้งห้าบุคลิกที่แตกต่าง

  • ปรับตัวในทุกฉากให้เข้ากับแต่ละตัวตน

ช่วงทำการบ้านจึงต้องคุยกับมายด์เยอะมากว่า

  • บุคลิกนี้ชอบคนแบบไหน

  • ชอบการปฏิบัติแบบไหน

ทั้งหมดนี้คือเรื่องของ ไวบ์ เคมี และพลังงาน ที่ต้องจูนให้ตรงกันตามสิ่งที่ผู้กำกับอยากได้ในแต่ละคู่

ฉากที่ยาก… คือฉากที่ตัวเอง cringe

นนนบอกว่าจริงๆ แล้วไม่มีฉากไหนที่ยากแบบเทคนิคมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเกร็งคือ ฉากจีบและ flirt

เพราะในชีวิตจริงเขาไม่ใช่คนที่เข้าไปพุ่งใส่ใครด้วยคำว่า

“สวัสดีครับ ขอเบอร์หน่อยครับ”

ทุกครั้งที่ต้องเล่นฉากจีบ เขาจะรู้สึก cringe ตัวเองมาก และคิดในใจว่า “ชีวิตจริงไม่มีวันทำแบบนี้แน่ๆ” เขาเป็นสายค่อยๆ คุย ค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์มากกว่า

ทำงานกับมายด์ครั้งแรก: เคมีตรงกันแบบพอดี

นนนมองว่ามายด์เป็นทั้ง คนเก่งและน่ารัก ที่สำคัญคือเคมีการทำงานค่อนข้างตรงกัน

  • แนวทางการแสดงใกล้เคียงกัน

  • เวลาคุยกับผู้กำกับจะแลกเปลี่ยนกันทั้งเรื่องตัวละครของเธอและของเขา

บรรยากาศคือความสนุก ตรงไปตรงมา และร่วมกันสร้างตัวละครให้ชัดขึ้นทุกวัน

ถ้ารักคนที่มีหลายบุคลิกจริงๆ จะดูแลยังไง

นนนมองว่า ถ้าในชีวิตจริงรักคนที่มีหลายบุคลิก สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ต้องคุยกันทุกคน”

  • แต่ละบุคลิกชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

  • วันนี้ใครอยู่หน้าบ้าน ใครอยู่หลังบ้าน

เขาคิดว่าคนที่รักจะต้องมีสติสูงมาก และเรียนรู้วิธีอยู่กับทุกบุคลิกให้ได้ ถ้าทุกฝ่ายรักกันดีและไม่มีปัญหาอะไรมาก ทุกอย่างก็อาจเดินไปได้อย่างปกติ

แต่ถ้า บางบุคลิกไม่ชอบเรา เรื่องจะเริ่มยาก

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากตัวละครซัน

จากมุมของตัวละคร นนนรู้สึกว่าเรื่องนี้พูดถึงการ ก้าวผ่านปมในวัยเด็กอย่างเข้าใจ

ในมุมของความสัมพันธ์ เขามองว่าหัวใจหลักคือ

  • ความจริงใจต่อความรู้สึกของตัวเอง

  • ความจริงใจกับคนที่มีสัมพันธ์ด้วย

ทุกครั้งที่ทำงานกับซีรีส์ใหม่ เขามักเก็บอะไรบางอย่างกลับมาเสมอ ทั้งสิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในชีวิตจริง

โปรเจกต์ใหม่: จาก Scarlet Heart ถึงอัลบั้มร็อก

Scarlet Heart เวอร์ชันนนน

นอกจาก I Love ‘A Lot Of’ You นนนยังมีโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังเตรียมเปิดกล้องคือ Scarlet Heart

ตอนนี้ทุกอย่างยังอยู่ในช่วงพรีโปรดักชั่น โดยเขาต้อง

  • ดูแลรูปร่างให้เข้ากับบททหารและองค์ชาย

  • ศึกษาแบ็กกราวด์ตัวละครอย่างละเอียด

  • ดูเวอร์ชันเกาหลีเป็นข้อมูล

  • หาเวลาอ่านหนังสือเพิ่มเพื่อขยายแก่นตัวละครในแบบของตัวเอง

เขาเล่าว่าหลังจากเคยเล่น “รักแรก โคตรลืมยาก” ซึ่งเป็นรีเมกเหมือนกัน ความผิดพลาดคือเขาดูต้นฉบับเยอะเกินไปจนเผลอติดรายละเอียดของเวอร์ชันเดิมมามาก

รอบนี้เขาเลยพยายามทำให้ ตัวละครเวอร์ชันของตัวเอง แข็งแรงและแตกต่างชัดเจนกว่าเดิม

ครึ่งปีหลัง: อัลบั้มใหม่ และทางดนตรีที่อยากไปจริงๆ

ด้านงานเพลง นนนบอกชัดว่า ครึ่งปีหลังมีเพลงใหม่แน่นอน และจะมาเป็นอัลบั้มเหมือนเดิม

เขาตั้งใจกลับไปในไดเร็กชันดนตรีที่อยากลองมาตลอด นั่นคือสาย ร็อก แม้เจ้าตัวจะขำๆ ว่า

“อาจจะไม่ค่อยเข้ากับหน้าผมเท่าไร”

อัลบั้มก่อนหน้าอย่าง KNOCK KNOCK และ ดาวเดิม ทำให้คนเริ่มคาดหวังสไตล์หนึ่งจากเขา แต่คราวนี้เขาบอกแบบติดตลกว่า

“ถ้าคุณอยากได้ เราจะไม่ให้”

แนวใหม่จะยืนพื้นด้วยร็อก แล้วผสมองค์ประกอบอื่นๆ ตาม

  • เนื้อหาเพลง

  • ฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละเพลง

เขาเชื่อว่า เมื่อทำไปเรื่อยๆ สุดท้ายลายเซ็นดนตรีของตัวเองจะชัดขึ้นเอง

ทำไมทั้งสองถึงยังรักทั้งงานแสดงและงานเพลง

นนนกับการแสดง: รู้จักคนลึกขึ้นทุกครั้งที่เข้ากอง

นนนชอบงานแสดงเพราะมันเปิดโอกาสให้เขา รู้จักคนในเชิงลึก ทั้งในแง่ตัวละครและคนทำงานเบื้องหลัง

เขาเป็นคนกวนๆ ในกอง ชอบ

  • แกล้งพี่ช่างไฟ

  • แซวพี่ตากล้อง

  • ชวนคนในกองคุยเรื่องงาน ว่าทำส่วนนี้ยากยังไง ต้องใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ

ยิ่งทำงาน ยิ่งเห็นภาพตำแหน่งต่างๆ ชัดขึ้น และพอได้รู้ว่าคนแต่ละคนตีความตัวละครของตัวเองยังไง เขาก็เริ่ม อ่านคนได้ดีขึ้น เพราะเข้าใจว่ากว่าผลลัพธ์หนึ่งจะออกมา คนๆ นั้นอาจต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก

นนนกับงานเพลง: ความจู้จี้ที่เอาไปลงกับตัวเอง

ในโลกของการแสดง มีหลายอย่างถูกตัดสินโดยคนอื่น ซึ่งเขาต้องเคารพการตัดสินใจนั้น แต่ในงานเพลง ถ้าพลาดเมื่อไร นั่นคือความรับผิดชอบของเขาเต็มๆ

เขาเพิ่งค้นพบว่าตัวเอง มีความจู้จี้ในรายละเอียดสูงมาก จนไม่กล้าไปกดดันใครในกอง เขาเลยเลือกเอานิสัยนี้มาลงกับงานเพลงแทน

  • เขาตีกับตัวเองก่อน

  • ตรวจซ้ำไปมาอย่างละเอียด

  • จากนั้นค่อยไปคุยกับโปรดิวเซอร์อย่างมีสติ

เมื่อความผิดพลาดกลายเป็นเครื่องเตือนใจ

นนนเล่าถึงเคสหนึ่งที่เคยพลาด

  • ทำอัลบั้มแล้วพิมพ์เนื้อเพลงผิดในคำอธิบาย

  • ชื่อเพลงในคีย์วิชวลสะกดผิด

เขาหงุดหงิดตัวเองมาก แต่เลือก ไม่แก้ และปล่อยให้ความผิดพลาดนั้นอยู่ตรงนั้น เพื่อเตือนใจทุกครั้งที่เห็นว่า

เราต้องละเอียดกว่านี้ และห้ามพลาดเรื่องเดิมอีก

จากคนหนึ่งที่ต้องรับมือกับตัวตนห้าบุคลิก และอีกคนที่ต้องหาวิธีเข้าหาทุกตัวตนด้วยความจริงใจ I Love ‘A Lot Of’ You รัก มาก เธอ จึงไม่ใช่แค่รอมคอมธรรมดา แต่ยังเป็นเรื่องของการเรียนรู้ตัวเอง การประนีประนอมกับเลเยอร์ภายใน และการมองความรักด้วยสายตาที่ลึกขึ้นทั้งบนจอและนอกจอด้วย