รับแอปรับแอป

สิงหาคมที่ญี่ปุ่น: เดือนเดียวเที่ยวครบ ภูเขา ทะเล ดอกไม้ไฟ เทศกาล และของกินสุดปัง

อนุชา วิริยะ01-31

สิงหาคมที่ญี่ปุ่น: หน้าร้อนพีคสุดของทั้งปี

เดือนสิงหาคมคือช่วงที่ญี่ปุ่นร้อนแรงถึงขีดสุด แต่ก็เป็นเดือนที่เต็มไปด้วย กลิ่นอายฤดูร้อนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ทั้งเสียงจักจั่น ดอกไม้ไฟยักษ์ เทศกาลคึกคัก รวมถึงอาหารตามฤดูกาลที่กินแล้วสดชื่นสุดใจ

ในเดือนเดียว คุณจะได้สัมผัสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิม ไปจนถึงการช้อปปิ้งลดราคาแบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็นเดือนที่ ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เพื่อซึมซับฤดูกาลได้อย่างเต็มที่

ด้านล่างนี้คือคู่มือพาไปรู้จัก “หน้าร้อนญี่ปุ่นเดือนสิงหาคม” แบบครบทุกมิติ

วันหยุดและช่วงเวลาพิเศษในเดือนสิงหาคม

เดือนสิงหาคมในญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ความร้อน แต่ยังเต็มไปด้วยวันสำคัญที่สะท้อนทั้งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

ริชชู – จุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงตามปฏิทิน (ประมาณ 7 สิงหาคม)

“ริชชู” เป็นหนึ่งใน 24 ช่วงฤดูกาลแบบจีนโบราณ ถือเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงตามปฏิทิน แม้สภาพอากาศจริงจะยังร้อนจัดอยู่ก็ตาม

ตอนเช้าและค่ำเริ่มมีลมเย็นบางๆ เสียงแมลงก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ผู้คนใช้จุดนี้เป็นสัญญาณว่าธรรมชาติกำลังขยับเข้าสู่ฤดูใหม่ และยังส่งผลไปถึง คำทักทายตามฤดูกาลในจดหมายหรือข้อความ ด้วย

วันภูเขา – วันหยุดของสายสายเขาและกิจกรรมเอาต์ดอร์ (11 สิงหาคม)

วันภูเขาเป็นวันหยุดประจำชาติที่เพิ่งถูกตั้งขึ้นในปี 2016 เป้าหมายคือให้ผู้คนได้ ใกล้ชิดและขอบคุณพรจากภูเขา

เพราะมักต่อเนื่องกับวันหยุดโอบง ทำให้กลายเป็นโอกาสทองสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น

  • ปีนเขา

  • เดินป่า (ฮายกิง)

  • ตั้งแคมป์

ใครสายธรรมชาติ ถ้ามาเที่ยวช่วงนี้คือฟีลดีมาก ทั้งภูเขาและอากาศบนที่สูงช่วยรีเฟรชร่างกายสุดๆ

โอบง – เวลาที่ครอบครัวกลับมาพบกัน (13–16 สิงหาคม)

โอบงเป็นประเพณีดั้งเดิมที่จัดขึ้นเพื่อ ต้อนรับและส่งวิญญาณบรรพบุรุษ

  • วันที่ 13: จุดไฟต้อนรับ (迎え火) เชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน

  • วันที่ 16: จุดไฟส่ง (送り火) เพื่อส่งกลับไป

ในหลายพื้นที่ยังมี

  • การเต้นรำโบะนโอโดริ

  • การลอยโคมไฟในแม่น้ำ

  • การจัดแตงกวาและมะเขือยาวเป็นรูปร่างสัตว์ที่เรียกว่า “โชริโอะมะ” เพื่อใช้เป็นพาหนะให้วิญญาณ

โอบงจึงเป็นทั้งช่วงเวลาแห่ง ความทรงจำ ครอบครัว และความศรัทธา ในคราวเดียวกัน

วันสิ้นสุดสงคราม (15 สิงหาคม)

วันที่ 15 สิงหาคม คือวันที่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในปี 1945 ชาวญี่ปุ่นเรียกวันนี้ว่า “วันสิ้นสุดสงคราม” และใช้เป็นวันที่ระลึกผู้เสียชีวิตจากสงครามทั่วประเทศ มีการจัดพิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการในกรุงโตเกียว

โชโชะ – ความร้อนเริ่มผ่อนคลาย (ประมาณ 23 สิงหาคม)

“โชโชะ” เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลตามปฏิทินจีน หมายถึงช่วงที่ ความร้อนค่อยๆ ลดระดับลง

แม้จะยังมีวันร้อนจัดอยู่ แต่ตอนเช้าและเย็นเริ่มสบายขึ้น ท้องฟ้าบางวันจะมีเมฆลายเกล็ดปลาให้เห็น ซึ่งเป็นสัญญาณเงียบๆ ว่า ฤดูใบไม้ร่วงกำลังใกล้เข้ามา

ต้นข้าวเริ่มออกดอก ทำให้ทั้งชาวนาและผู้คนทั่วไปสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลมาตั้งแต่โบราณ

ประเพณีและกิจกรรมที่นึกถึงเมื่อพูดถึง “สิงหาคมที่ญี่ปุ่น”

การเต้นระบำบงโอโดริ

บงโอโดริคือการเต้นรำประเพณีที่จัดขึ้นตามเมืองต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นในช่วงหน้าร้อน ทำให้ค่ำคืนฤดูร้อนเต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกสนาน

  • เพลงและท่ารำแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น

  • ผู้คนใส่ยูกาตะเต้นรำวนเป็นวง

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ สามารถเข้าร่วมได้เลย แค่แต่งตัวให้พร้อมแล้วลงไปเต้น กลายเป็นโอกาสดีในการสัมผัสวัฒนธรรมและพูดคุยกับคนท้องถิ่นโดยไม่ต้องเกร็ง

เทศกาลดอกไม้ไฟ – ไฮไลต์ของหน้าร้อนญี่ปุ่น

ดอกไม้ไฟคือซิกเนเจอร์ของหน้าร้อนญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมจะมีงานใหญ่จัดต่อเนื่องทั่วประเทศ

ดอกไม้ไฟชื่อดัง เช่น

  • เทศกาลดอกไม้ไฟเมืองนากาโอกะ (จังหวัดนีงาตะ)

  • เทศกาลดอกไม้ไฟโอมากะริ (จังหวัดอาคิตะ)

ทั้งสองงานขึ้นชื่อเรื่องดอกไม้ไฟไซส์ยักษ์และการยิงต่อเนื่องพร้อมดนตรี บรรยากาศริมแม่น้ำหรือริมทะเลยามค่ำคืนช่วยทำให้ทุกช็อตกลายเป็น ความทรงจำฤดูร้อนที่ไม่มีวันลืม

การทักทายส่งท้ายหน้าร้อน

หลังผ่าน “ริชชู” การ์ดทักทายแบบ “โชจูมิมาอิ” (คำทักทายช่วงร้อนจัด) จะเปลี่ยนเป็น “ซันโชมิมาอิ” (ทักทายช่วงปลายหน้าร้อน)

คนญี่ปุ่นจะส่งโปสการ์ดหรือการ์ดให้คนที่เคยช่วยเหลือ หรือเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน เพื่อเล่าเรื่องความเป็นอยู่และแสดงความห่วงใย

แม้ยุคนี้จะมีแชตและอีเมล แต่โปสการ์ดที่เขียนด้วยลายมือยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นและสะท้อน วัฒนธรรมให้ความสำคัญกับฤดูกาล ได้อย่างชัดเจน

การลดราคากระหน่ำช่วงฤดูร้อน

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมลากยาวมาถึงสิงหาคม ห้างและร้านค้าทั่วญี่ปุ่นจะจัด ซัมเมอร์เซลล์ ลดราคาหนักมาก

  • เสื้อผ้าแฟชั่น

  • ของใช้ในบ้าน

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า

โดยเฉพาะช่วงปลายสิงหาคม มักมี “Final Sale” ที่ลดแบบเทหมดสต็อก ใครสายช้อปมาช่วงนี้คือได้ของดีราคาดีสุดๆ

การกลับบ้านเกิดและ “ช่วงเร่งกลับบ้าน”

ช่วงโอบงเป็นเวลาที่หลายคนใช้กลับบ้านเกิด ทำให้รถไฟ ทางด่วน และสนามบินแน่นเป็นพิเศษ ภาพคนหอบกระเป๋าแน่นชานชาลา เป็นสิ่งที่มักเห็นในข่าวทุกปี

สำหรับคนญี่ปุ่น นี่คือเวลาที่จะ

  • กลับไปเจอครอบครัว

  • พบญาติพี่น้อง

  • ใช้เวลารีเซ็ตตัวเองจากชีวิตทำงาน

การเล่นน้ำทะเล

เดือนสิงหาคมคือช่วงที่น้ำทะเลอุ่นที่สุด คนจึงแห่ไปชายหาดกันคึกคักทั่วประเทศ

กิจกรรมยอดนิยม เช่น

  • แช่น้ำทะเลเล่นชิลๆ

  • นั่งพักใต้ร่มชายหาด

  • เล่นกีฬาและกิจกรรมทางน้ำ

ใครอยากสัมผัสอีกด้านของญี่ปุ่นที่ไม่ใช่แค่ภูเขาและวัด ชายหาดในหน้าร้อนคือคำตอบที่ดีมาก

เสียงจักจั่น – ซาวด์แทร็กของหน้าร้อนญี่ปุ่น

เสียงจักจั่นคือเสียงประจำหน้าร้อนแบบที่ใครเคยไปญี่ปุ่นฤดูนี้จะไม่มีวันลืม

  • กลางสิงหาคม: อาบุระเซมิและมินมินเซมิส่งเสียงดังระงม

  • ปลายสิงหาคม: เสียง “ซึคุซึคุโบชิ” ที่ร้องคล้ายว่า “โอ-ชิ สึคุสึคุ” เริ่มเด่นขึ้น

เสียงเหล่านี้เหมือน นาฬิกาธรรมชาติ ที่คอยบอกอย่างเงียบๆ ว่า ฤดูร้อนกำลังจะผ่านไป

จิ้งหรีดกระดิ่ง – เสียงเปิดม่านสู่ฤดูใบไม้ร่วง

ปลายเดือนสิงหาคม พอตกกลางคืนจะเริ่มได้ยินเสียงจิ้งหรีดกระดิ่งที่ดังใสๆ แบบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายของเสียงจักจั่นตอนกลางวันอย่างชัดเจน

สำหรับคนญี่ปุ่น เสียงนี้คือสัญญาณว่า หน้าร้อนใกล้จบ ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะเริ่ม และเป็นเสียงที่หลายคนฟังแล้วรู้สึกเย็นลงทั้งใจ

เบสบอลมัธยมปลาย – ซัมเมอร์โคชิเอน

“ซัมเมอร์โคชิเอน” คือการแข่งขันเบสบอลมัธยมปลายระดับชาติ จัดขึ้นที่สนามโคชิเอน จังหวัดเฮียวโกะ ในเดือนสิงหาคม

  • ทีมที่ชนะในรอบคัดเลือกจากทั่วประเทศมารวมตัวกันแข่งกันแบบน็อกเอาต์

  • เกมแข่งกันทุกวันท่ามกลางแดดแรงและเสียงเชียร์สุดมัน

การเล่นแบบทุ่มสุดตัวของนักเรียน และบรรยากาศในสนามที่ร้อนแรงทั้งอุณหภูมิและอารมณ์ คือหนึ่งในภาพจำของฤดูร้อนญี่ปุ่นที่ทั้งประเทศจับตามอง

อาหารประจำเดือนสิงหาคมที่ญี่ปุ่น

หน้าร้อนญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่ยังมาพร้อมอาหารที่ช่วยคลายร้อนและเพิ่มพลังแบบจัดเต็ม

น้ำแข็งไส – ของหวานดับร้อนตัวท็อป

ในเดือนที่ทั้งแดดแรงและอากาศชื้น “น้ำแข็งไส” คือเมนูที่หลายคนต้องขอพึ่ง

ท็อปปิ้งยอดนิยม เช่น

  • น้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ แตงโม หรือมัทฉะ

  • ถั่วแดงกวน

  • นมข้นหวาน

  • โมจิหรือไดฟุกุชิ้นเล็ก

น้ำแข็งไสยุคนี้ไม่ได้มีแค่แบบเรียบง่าย แต่มีทั้งแบบคาเฟ่สไตล์หรูและแบบล้ำๆ ที่ถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วปังมาก

แตงโม – ไอคอนฤดูร้อนญี่ปุ่น

แตงโมเนื้อกรอบฉ่ำคือผลไม้ที่ขาดไม่ได้ในช่วงอากาศร้อนจัด

นิยมกินในหลายสถานการณ์ เช่น

  • งานเทศกาลหน้าร้อน

  • ทริปทะเล

  • แคมป์ปิ้ง

และแน่นอน เกม “ปิดตาตีแตงโม” ก็เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่มักเล่นกันบนชายหาด กลายเป็นความทรงจำหน้าร้อนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

เมล่อน – ความหรูหราที่กินได้

เมล่อนคือของขวัญหน้าร้อนยอดนิยม ด้วยเนื้อหวานนุ่มและกลิ่นหอมโดดเด่น โดยเฉพาะเมล่อนจาก

  • ฮอกไกโด

  • อิบารากิ

  • ชิซูโอกะ

มักถูกเก็บเกี่ยวมากในช่วงสิงหาคม

เมล่อนสามารถกินแบบแช่เย็นหรือเอาไปทำเป็น

  • น้ำแข็งไสหน้าเมล่อน

  • พาเฟ่ต์

เพิ่มความรู้สึก “หน้าร้อนแบบพรีเมียม” ได้แบบเต็มขั้น

ลูกแพร์ญี่ปุ่น – กรอบ ฉ่ำ สดชื่น

ลูกแพร์ญี่ปุ่นจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดดเด่นด้วย

  • เนื้อกรอบกรุบ

  • น้ำเยอะ

  • ความหวานแบบสดชื่น

สายพันธุ์ยอดนิยม เช่น โคซุย (Kousui) และโฮซุย (Housui)

บางพื้นที่ยังเปิดให้เข้าไปเก็บลูกแพร์ในสวนเองได้อีกด้วย ยิ่งแช่เย็นก่อนกิน ยิ่งรู้สึกสดชื่นแม้จะยังเป็นช่วง ร้อนหลังหน้าร้อน (残暑) อยู่ก็ตาม

นางาชิโซเม็ง – ประสบการณ์การกินที่สนุกกว่าปกติ

นางาชิโซเม็ง คือโซเม็งที่ปล่อยให้ไหลผ่านรางไม้ไผ่ แล้วใช้ตะเกียบคีบเส้นขึ้นมาจุ่มน้ำซุปก่อนกิน

ความสนุกอยู่ที่การ

  • ต้องใช้สมาธิคีบเส้น

  • กินไป หัวเราะไปกับเพื่อนหรือครอบครัว

โซเม็งที่ล้างด้วยน้ำเย็นจัดทำให้เส้นเหนียวนุ่ม กินคู่กับซุปและเครื่องเคียงต่างๆ ทำให้เป็นกิจกรรมหน้าร้อนที่ ทั้งอร่อยและสนุกในคราวเดียว

บาร์บีคิว – ความทรงจำกลางแจ้งของหน้าร้อน

ฤดูร้อนคือฤดูกาลทองของบาร์บีคิว ไม่ว่าจะทำที่บ้าน ริมแม่น้ำ หรือริมหาด ทุกแบบให้ฟีลหน้าร้อนเต็มขั้น

เมนูยอดนิยม ได้แก่

  • เนื้อย่างชิ้นโตๆ

  • ผักย่าง

  • อาหารทะเลสดๆ บนเตาถ่าน

ทุกวันนี้หลายสวนสาธารณะและแคมป์มีแพ็กเกจบาร์บีคิวแบบ ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์เอง แค่มาตัวเปล่าก็สนุกได้ ทำให้กลายเป็นกิจกรรมที่ฮิตทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

เทศกาลดอกไม้ไฟดังๆ ประจำเดือนสิงหาคม

เทศกาลดอกไม้ไฟเมืองนากาโอกะ (จังหวัดนีงาตะ)

งานดอกไม้ไฟเมืองนากาโอกะจัดขึ้นริมแม่น้ำชินาโนะ เป็นหนึ่งในเทศกาลดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

ไฮไลต์สำคัญ เช่น

  • ดอกไม้ไฟ “ฟีนิกซ์” ที่จุดขึ้นเพื่ออธิษฐานถึงการฟื้นฟูเมืองจากภัยพิบัติ

  • ดอกไม้ไฟซังชะคุดามะ ซึ่งขยายตัวบนท้องฟ้าจนมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 650 เมตร

มีที่นั่งชมแบบเสียค่าบริการให้จองล่วงหน้า เหมาะสำหรับคนที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศอย่างเต็มอิ่ม

  • ช่วงจัดปกติ: 2 และ 3 สิงหาคม

เทศกาลดอกไม้ไฟโอมากะริ (จังหวัดอาคิตะ)

ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “การประกวดดอกไม้ไฟระดับประเทศ” เพราะช่างดอกไม้ไฟจากทั่วญี่ปุ่นจะมาประชันฝีมือกันที่นี่

จุดเด่นคือ

  • ดอกไม้ไฟที่ออกแบบอย่างมีศิลปะและดีเทลสูง

  • การตัดสินที่ดูทั้งจังหวะการยิง การจัดองค์ประกอบ และการประสานกับดนตรี

ท่ามกลางทุ่งนาและทิวทัศน์ชนบท การได้ดูดอกไม้ไฟสีสันจัดจ้านแต่งแต้มท้องฟ้าคือประสบการณ์ที่ หาที่ไหนได้ยาก

  • ช่วงจัดปกติ: วันเสาร์ที่ 4 ของเดือนสิงหาคม

เทศกาลดอกไม้ไฟทะเลสาบสุวะ (จังหวัดนากาโนะ)

ที่ทะเลสาบสุวะ จังหวัดนากาโนะ มีเทศกาลดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ที่จุดดอกไม้ไฟจำนวนมากติดอันดับต้นๆ ของประเทศ

ความพิเศษอยู่ที่

  • เสียงระเบิดของดอกไม้ไฟที่สะท้อนก้องบนผิวน้ำ

  • สตาร์ไมน์ที่สว่างไสวเต็มท้องฟ้า

จากจุดชมบางแห่งสามารถมองเห็น เงาของดอกไม้ไฟสะท้อนบนผิวน้ำ ได้อย่างสวยงาม บวกกับบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวรอบทะเลสาบ ทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยความโรแมนติกในคืนเดียว

  • ช่วงจัดปกติ: 15 สิงหาคม

เทศกาลดอกไม้ไฟจินกูไกเอ็น (โตเกียว)

ในโตเกียวเองก็มีงานดอกไม้ไฟชื่อดังอย่าง “เทศกาลดอกไม้ไฟจินกูไกเอ็น” จัดแถวบริเวณเมจิจินกูไกเอ็น ยิงดอกไม้ไฟราว 10,000 นัด

ความพิเศษของงานนี้คือ

  • การแสดงดนตรีสดในสนามกีฬา

  • การยิงดอกไม้ไฟไปพร้อมโชว์ ทำให้ฟีลเหมือนคอนเสิร์ตบวกดอกไม้ไฟในคราวเดียว

  • ช่วงจัดปกติ: กลางเดือนสิงหาคม (วันจริงเปลี่ยนทุกปี)

เทศกาลและอีเวนต์ใหญ่ประจำเดือนสิงหาคม

เทศกาลอาโอโมริเนบุตะ (จังหวัดอาโอโมริ)

เทศกาลอาโอโมริเนบุตะเป็นหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่แห่งภูมิภาคโทโฮคุ และเป็นสัญลักษณ์ฤดูร้อนของจังหวัดอาโอโมริ

ไฮไลต์คือ

  • ขบวนโคมไฟรูปนักรบหรือตัวละครขนาดยักษ์ที่เรียกว่า “เนบุตะ”

  • กลุ่ม “ฮาเนโตะ” ที่กระโดดเต้นรำไปพร้อมเสียงตะโกน “รัซเซร่า รัซเซร่า” อย่างคึกคัก

พอถึงกลางคืน แสงไฟภายในโคมยักษ์จะถูกจุด ทำให้เมืองทั้งเมืองท่วมไปด้วยบรรยากาศลึกลับและงดงาม

  • ช่วงจัดปกติ: 2–7 สิงหาคม

เทศกาลเซนไดทานาบาตะ (จังหวัดมิยางิ)

เทศกาลเซนไดทานาบาตะถือเป็นงานทานาบาตะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการประดับโคมลมและเครื่องตกแต่งหลากสีห้อยระย้าตามถนนช็อปปิง

  • ของประดับแต่ละแบบมีความหมาย เช่น กระดาษเขียนคำอธิษฐาน และของพับต่างๆ

  • มีที่มาทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคของดาเตะ มาซามุเนะ ผู้ก่อตั้งแคว้นเซนได

ตอนกลางคืนยังมีดอกไม้ไฟช่วยเพิ่มความฟุ้งฝันให้ทั้งเมือง

  • ช่วงจัดปกติ: 6–8 สิงหาคม

กุโจโอโดริ (จังหวัดกิฟุ)

กุโจโอโดริเป็นการเต้นบงโอโดริที่มีประวัติยาวกว่า 400 ปี จัดขึ้นที่เมืองกุโจ จังหวัดกิฟุ ยาวตั้งแต่กลางกรกฎาคมถึงต้นกันยายนรวมประมาณ 30 คืน

ช่วงพีคสุดเรียกว่า “เต็นยะโอโดริ” คือวันที่ 13–16 สิงหาคม ที่ผู้คนเต้นกันข้ามคืนแบบไม่หยุด บรรยากาศคือ ร้อนแรงทั้งอากาศและพลังคน

เสน่ห์สำคัญคือ

  • ไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง “ผู้เต้น” กับ “ผู้ชม”

  • ใครมาก็สามารถเข้าไปเต้นรวมวงได้เลย

ทำให้มีนักท่องเที่ยวกลับมาร่วมเต้นทุกปีแบบติดใจ

  • ช่วงจัดปกติ: กลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นกันยายน (เต้นข้ามคืน 13–16 สิงหาคม)

อาวะโอโดริ (จังหวัดโทคุชิมะ)

อาวะโอโดริเป็นหนึ่งในสามบงโอโดริใหญ่ของญี่ปุ่น มีคำขวัญดังที่ว่า “踊る阿呆に見る阿呆、同じ阿呆なら踊らにゃ損損” ซึ่งหมายความประมาณว่า “คนเต้นก็เพี้ยน คนดูก็เพี้ยน ถ้าจะเพี้ยนเหมือนกันแล้ว ไม่ลุกขึ้นเต้นก็ขาดทุนสิ”

ผู้เต้นจะจับกลุ่มที่เรียกว่า “เร็น” แต่งชุดประเพณี เดินและเต้นไปตามถนนพร้อมเสียงดนตรีคึกคัก ท่าทางการเต้นของผู้ชายและผู้หญิงต่างสไตล์กัน แต่ผสมกันแล้วลงตัวจนดึงดูดสายตาผู้ชมมหาศาลทุกปี

  • ช่วงจัดปกติ: 12–15 สิงหาคม

โคจิโยสะโคอิ (จังหวัดโคจิ)

เทศกาลโคจิโยสะโคอิขึ้นชื่อเรื่องการเต้นโยสะโคอิที่ผู้เต้นจะถือ “นารุโกะ” (ไม้ทำเสียง) อยู่ในมือ

เสน่ห์ของเทศกาลนี้คือ

  • ทีมเต้นจากทั่วประเทศมารวมตัวกันอย่างคึกคัก

  • การออกแบบท่าเต้น ชุด และดนตรีที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์เต็มที่

ขบวนเต้นจะเคลื่อนที่ไปรอบเมืองโคจิ ทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นเวทีใหญ่ และเป็นเทศกาลที่คนท้องถิ่นผูกพันอย่างลึกซึ้ง

  • ช่วงจัดปกติ: 9–12 สิงหาคม

สรุป: สิงหาคมเดือนเดียว เที่ยวได้ครบทุกฟีล

เดือนสิงหาคมในญี่ปุ่นคือช่วงเวลาที่

  • ธรรมชาติยังร้อนแรง แต่ฤดูกาลเริ่มขยับสู่ใบไม้ร่วง

  • เทศกาล ดอกไม้ไฟ และบงโอโดริจัดเต็มทุกภูมิภาค

  • อาหารหน้าร้อนอย่างน้ำแข็งไส แตงโม เมล่อน และโซเม็งช่วยเติมพลัง

  • คนจำนวนมากกลับบ้านเกิด ทำให้บรรยากาศทั้งเมืองใหญ่และต่างจังหวัดคึกคักเป็นพิเศษ

ถ้าคุณอยากสัมผัส ญี่ปุ่นในแบบที่มีชีวิตชีวาที่สุด ทั้งเสียง กลิ่น รส และบรรยากาศ การมาญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว ก็เพียงพอให้คุณเก็บความทรงจำฤดูร้อนกลับไปได้เต็มกระเป๋าเลยทีเดียว