ปลาหุ่นยนต์ว่ายน้ำในบ่อ ไม่ใช่โชว์ แต่มาเพื่อทำงานจริง
ที่ศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติด้านการประมงดิจิทัล กรุงปักกิ่ง มีปลาหุ่นยนต์โลหะสองตัวกำลังว่ายน้ำอย่างลื่นไหลอยู่ในบ่อเพาะพันธุ์ ภาพที่ดูเหมือนงานโชว์เทคโนโลยีนี้ แท้จริงคือผลลัพธ์ของงานวิจัยที่ตั้งใจจะ พลิกโฉมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยดาต้าและ AI
หลิว จิ้นชุน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งประเทศจีน (CAU) เล่าว่า ปลาหุ่นยนต์ทั้งสองตัวคือ ปลาทูน่าหุ่นยนต์ และ ปลาโลมาหุ่นยนต์ แม้รูปแบบการว่ายน้ำจะต่างกัน แต่ทั้งคู่ถูกออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ ช่วยจัดการฟาร์มปลาให้ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลิวเป็นหนึ่งในทีมวิจัยด้านหุ่นยนต์ชีวกลใต้น้ำ ทีมนี้โฟกัสชัดเจนมากคือใช้เทคโนโลยีเพื่อ ลดงานหนักที่เคยตกอยู่บนบ่าชาวประมง
เว่ย เย่ากวง สมาชิกทีมที่ทำงานในสายนี้มากว่า 20 ปี เล่าย้อนให้เห็นภาพว่า ในยุคก่อน การตรวจสอบกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดใหญ่เป็นงานที่เปลืองทั้งแรง เวลา และเงิน นักดำน้ำต้องใช้เวลา 3–4 วัน ตรวจเช็กอวนในกระชังขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 400 เมตรหนึ่งชุด ยังไม่รวมความเสี่ยงและข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ
จากนักดำน้ำสู่ปลาหุ่นยนต์: งาน 4 วัน เหลือแค่ 4 ชั่วโมง
เพื่อปลดล็อกปัญหานี้ ทีมวิจัยพัฒนา “ปลาหุ่นยนต์ตรวจการใต้น้ำ” ติดตั้งเซนเซอร์และระบบขับเคลื่อนให้สามารถว่ายสำรวจรอบกระชังได้โดยอัตโนมัติ
ผลลัพธ์คือ หุ่นยนต์รุ่นแรกสามารถ ลาดตระเวนกระชังขนาด 400 เมตรได้ภายใน 4 ชั่วโมง เทียบกับวิธีเดิมที่ใช้เวลาเป็นวัน ๆ ถือเป็นการกระโดดข้ามข้อจำกัดเดิมอย่างชัดเจน
แต่เมื่อเทคโนโลยีลงน้ำจริง ปัญหาใหม่ก็ตามมา
หนึ่งในโจทย์ใหญ่คือ “ความเครียดของปลา” ปลาธรรมชาติ ตกใจง่าย หากมีวัตถุแปลกปลอมเข้าใกล้เกินไป ก็อาจกระโดดหนีน้ำ สร้างความเสี่ยงและรบกวนระบบนิเวศในบ่อ
เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีกลายเป็นตัวทำลายสมดุล ทีมจึงต้องกลับมาออกแบบใหม่ ตั้งแต่รูปร่าง ขนาด ไปจนถึงลักษณะการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์
ทำยังไงให้ปลา “ยอมรับ” หุ่นยนต์
ทีมพัฒนารุ่นใหม่ของปลาหุ่นยนต์ให้
ตัวเล็กลง ลู่ลมมากขึ้น เพื่อลดการรบกวน
รูปทรงและการว่ายน้ำคล้ายปลาจริงมากขึ้น
หลิวเล่าว่า เมื่อลองใช้งานจริง ปรากฏผลที่น่าสนใจคือ ปลาจริงมักว่ายตามปลาหุ่นยนต์ คล้ายพฤติกรรมที่ปลาตัวเล็กว่ายตามปลาตัวใหญ่ในธรรมชาติ นั่นหมายความว่าจากวัตถุแปลกปลอมที่น่ากลัว หุ่นยนต์กำลังถูก “ยอมรับ” ให้เป็นส่วนหนึ่งของฝูง
แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่นั้น ในรุ่นปลาทูน่าหุ่นยนต์ หางที่แกว่งแรงเพื่อขับเคลื่อน ทำให้ ส่วนหัวขยับไม่เสถียร ส่งผลต่อการเก็บภาพและข้อมูลใต้น้ำ ทีมจึงต้องเพิ่มระบบควบคุมการมองเห็นให้เสถียรมากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ คมชัด ใช้ได้จริง ไม่ใช่ภาพสั่นเลือนราง
ข้างในไม่ธรรมดา: เซนเซอร์ + มอเตอร์ + AI ในตัวปลา
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า หุ่นยนต์ปลาเหล่านี้เป็นการรวมกันของเทคโนโลยีหลายด้านในร่างเดียว
ระบบขับเคลื่อนที่เลียนแบบการว่ายของปลาจริง
มอเตอร์ขับเคลื่อนสองทิศทาง มีความยืดหยุ่นสูง ลดแรงกระแทกและการรบกวนสิ่งแวดล้อม
เซนเซอร์ความแม่นยำสูง สำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำและพฤติกรรมของปลาแบบเรียลไทม์
ที่สำคัญคือการใส่ AI เข้าไปในตัวปลา ด้วยการพัฒนาอัลกอริทึมควบคุมการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ และติดตั้ง ชิป AI น้ำหนักเบา ทำให้หุ่นยนต์สามารถ
ว่ายเอง
วิเคราะห์สถานการณ์
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมใต้น้ำรูปแบบต่าง ๆ
พูดง่าย ๆ คือจาก “เครื่องมือบังคับระยะไกล” หุ่นยนต์ปลาเริ่มกลายเป็น เอเจนต์อัจฉริยะ ที่คิดและตัดสินใจบางอย่างได้เอง
AI ช่วยให้อาหารตรงจุด ลดของเสีย ลดต้นทุน
ศักยภาพของปลาหุ่นยนต์ไม่ได้หยุดแค่การตรวจสอบอวนหรือคุณภาพน้ำ แต่มันยังถูกมองว่าเป็น ตัวช่วยจัดการฟาร์มในภาพรวม
หนึ่งในไอเดียที่น่าสนใจคือการใช้หุ่นยนต์ปลาเพื่อ
นำฝูงปลากลุ่มเป้าหมายไปยังพื้นที่เก็บเกี่ยว
ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้อาหารในฟาร์ม
หลิวอธิบายว่า การให้อาหารแบบเดิมมีโอกาส โปรยเหยื่อเกินจำเป็น หรือไม่ทั่วถึง ทั้งสิ้นเปลืองอาหารและทำให้น้ำเสื่อมคุณภาพ
ในขณะที่ปลาหุ่นยนต์สามารถติดตั้ง
กล่องเหยื่อ
เซนเซอร์วัดตัวชี้วัดทางชีวภาพ เช่น ขนาด จำนวน และระดับกิจกรรมของปลา
เมื่อรวมกับการวิเคราะห์ของ AI ระบบก็จะสามารถ ปรับการให้อาหารให้แม่นยำ ทั้งปริมาณ เวลา และตำแหน่ง ช่วยให้
ลดการสูญเสียเหยื่อ
ลดต้นทุนการผลิต
สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของปลาในระยะยาว
นี่คือการเปลี่ยนจาก “ให้อาหารแบบหว่าน” ไปสู่ “ให้อาหารแบบพุ่งเป้าและวัดผลได้”
จากฟาร์มสู่ทะเลลึก: ปลาหุ่นยนต์ในภารกิจสำรวจ
นอกจากงานในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลาหุ่นยนต์ยังมีศักยภาพด้านการสำรวจทะเลลึกและตรวจสอบทรัพยากรทางทะเลด้วย
อุปกรณ์ใต้น้ำแบบดั้งเดิมมักมีปัญหา
ขนาดใหญ่และเทอะทะ
ใช้พลังงานสูง
รบกวนสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล
ตรงกันข้าม หุ่นยนต์ปลาแบบชีวกลมีข้อได้เปรียบคือ
เคลื่อนที่เงียบ
มีรูปร่างกลมกลืนกับสิ่งมีชีวิต
สามารถเข้าไปเก็บข้อมูล เฝ้าระวังระบบนิเวศ และสำรวจภูมิประเทศใต้น้ำได้โดยแทบไม่รบกวนสัตว์น้ำ
จนถึงตอนนี้ ทีมวิจัยเก็บข้อมูลวิดีโอกว่า 200 เทราไบต์ ครอบคลุมปลามากกว่าหนึ่งโหล พร้อมรูปภาพและวิดีโอรวมกันกว่า 10 ล้านไฟล์
ข้อมูลขนาดมหาศาลนี้คือ เชื้อเพลิงสำคัญในการฝึกโมเดล AI เพื่อพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ฉลาดขึ้น แม่นยำขึ้น และคาดการณ์ได้ดีขึ้น
เมื่อปลาหุ่นยนต์ถูกเชื่อมต่อกับ Big Model
ทีมวิจัยไม่ได้ทำแค่หุ่นยนต์ แต่ยังนำเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะมาผสานเข้ากับระบบ “Fanli Big Model” ซึ่งเป็นระบบ AI ขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์นวัตกรรมด้านการประมงดิจิทัล
ระบบนี้ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วใน
23 มณฑลของจีน
ครอบคลุมพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบนบกกว่า 6.3 ล้านตารางเมตร
และพื้นที่เพาะเลี้ยงในบ่อหรือทะเลอีกกว่า 5.5 พันล้านตารางเมตร
ผลลัพธ์เชิงตัวเลขที่จับต้องได้คือ ลดต้นทุนแรงงานลงได้ถึง 50% แปลว่าจากงานที่เคยต้องใช้คนจำนวนมาก ตอนนี้ AI และหุ่นยนต์สามารถเข้ามารับภาระส่วนสำคัญแทนได้
“AI พลัส ประมง” ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่คือโซลูชันครบชุด
นอกจากปลาหุ่นยนต์ ศูนย์ฯ ยังพัฒนาเทคโนโลยีด้าน “AI พลัส ประมง” อีกหลายส่วน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มแบบครบวงจรให้กับฟาร์มยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น
ระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์
การวิเคราะห์พฤติกรรมปลาเพื่อตรวจจับความผิดปกติ
ระบบให้อาหารอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยอัลกอริทึม
การแจ้งเตือนความเสี่ยงโรคระบาดในปลาแต่เนิ่น ๆ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้เจ้าของฟาร์มมี แดชบอร์ดการจัดการฟาร์มปลาในมุมมองแบบดาต้า แทนการตัดสินใจด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว
ทำไม AI ถึงสำคัญกับอนาคตของการเลี้ยงปลา
ศาสตราจารย์หลี่ ต้าเลี่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และอาจารย์จากมหาวิทยาลัย CAU ย้ำว่า AI กำลังมีบทบาทแบบ พลิกเกม ในอุตสาหกรรมประมง
ในโลกที่ประชากรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และความกังวลเรื่อง ความมั่นคงด้านอาหาร สูงขึ้นเรื่อย ๆ ระบบเพาะเลี้ยงปลาแบบเดิมกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่หลายด้าน เช่น
มลพิษทางน้ำ
การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง
การใช้ยาและสารเคมีแบบไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เหมาะสม
AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วย
เฝ้าระวังและปรับคุณภาพน้ำแบบต่อเนื่อง
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในฟาร์ม
ลดการพึ่งพายาและสารเคมี ผ่านการตรวจจับความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ
ทำให้การจัดการฟาร์มปลามีความ แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้ มากขึ้น
พูดอีกแบบคือ จากฟาร์มที่ทำงานแบบ “เดาแล้วลอง” กำลังจะกลายเป็นฟาร์มที่ตัดสินใจจาก “ดาต้าและโมเดล”
วิสัยทัศน์ต่อไป: หุ่นยนต์ใต้น้ำที่ฉลาดขึ้นทุกวัน
ทีมวิจัยยืนยันว่าจะเดินหน้าค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาหุ่นยนต์ใต้น้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นด้านฮาร์ดแวร์ การออกแบบให้กลมกลืนกับระบบนิเวศ หรือด้านซอฟต์แวร์ที่อาศัย AI รุ่นใหม่ ๆ เข้ามาช่วยคิด ช่วยคาดการณ์ และช่วยตัดสินใจมากขึ้น
เป้าหมายระยะยาวคือการสร้างระบบการเลี้ยงปลาที่
ใช้แรงงานคนลดลง แต่ควบคุมได้ละเอียดขึ้น
ผลิตได้มากขึ้น แต่กดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง
ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงด้านอาหารและความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล
ปลาหุ่นยนต์ที่ว่ายอยู่เงียบ ๆ ใต้ผิวน้ำวันนี้ อาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจัดการฟาร์มปลาอัจฉริยะทั่วโลกในวันหน้า และทุกบิตของข้อมูลที่มันเก็บมา ก็คือเชื้อเพลิงให้ AI ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่มีวันหยุดพัฒนา

