รับแอปรับแอป

ปลาหุ่นยนต์ + AI กำลังเปลี่ยนวงการประมงแบบที่ชาวฟาร์มปลาไม่ต้องดำน้ำเองอีกต่อไป

กิตติคุณ รัตนโชติ01-30

ปลาหุ่นยนต์ว่ายน้ำในบ่อ ไม่ใช่โชว์ แต่มาเพื่อทำงานจริง

ที่ศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติด้านการประมงดิจิทัล กรุงปักกิ่ง มีปลาหุ่นยนต์โลหะสองตัวกำลังว่ายน้ำอย่างลื่นไหลอยู่ในบ่อเพาะพันธุ์ ภาพที่ดูเหมือนงานโชว์เทคโนโลยีนี้ แท้จริงคือผลลัพธ์ของงานวิจัยที่ตั้งใจจะ พลิกโฉมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยดาต้าและ AI

หลิว จิ้นชุน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งประเทศจีน (CAU) เล่าว่า ปลาหุ่นยนต์ทั้งสองตัวคือ ปลาทูน่าหุ่นยนต์ และ ปลาโลมาหุ่นยนต์ แม้รูปแบบการว่ายน้ำจะต่างกัน แต่ทั้งคู่ถูกออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ ช่วยจัดการฟาร์มปลาให้ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลิวเป็นหนึ่งในทีมวิจัยด้านหุ่นยนต์ชีวกลใต้น้ำ ทีมนี้โฟกัสชัดเจนมากคือใช้เทคโนโลยีเพื่อ ลดงานหนักที่เคยตกอยู่บนบ่าชาวประมง

เว่ย เย่ากวง สมาชิกทีมที่ทำงานในสายนี้มากว่า 20 ปี เล่าย้อนให้เห็นภาพว่า ในยุคก่อน การตรวจสอบกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดใหญ่เป็นงานที่เปลืองทั้งแรง เวลา และเงิน นักดำน้ำต้องใช้เวลา 3–4 วัน ตรวจเช็กอวนในกระชังขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 400 เมตรหนึ่งชุด ยังไม่รวมความเสี่ยงและข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ

จากนักดำน้ำสู่ปลาหุ่นยนต์: งาน 4 วัน เหลือแค่ 4 ชั่วโมง

เพื่อปลดล็อกปัญหานี้ ทีมวิจัยพัฒนา “ปลาหุ่นยนต์ตรวจการใต้น้ำ” ติดตั้งเซนเซอร์และระบบขับเคลื่อนให้สามารถว่ายสำรวจรอบกระชังได้โดยอัตโนมัติ

ผลลัพธ์คือ หุ่นยนต์รุ่นแรกสามารถ ลาดตระเวนกระชังขนาด 400 เมตรได้ภายใน 4 ชั่วโมง เทียบกับวิธีเดิมที่ใช้เวลาเป็นวัน ๆ ถือเป็นการกระโดดข้ามข้อจำกัดเดิมอย่างชัดเจน

แต่เมื่อเทคโนโลยีลงน้ำจริง ปัญหาใหม่ก็ตามมา

หนึ่งในโจทย์ใหญ่คือ “ความเครียดของปลา” ปลาธรรมชาติ ตกใจง่าย หากมีวัตถุแปลกปลอมเข้าใกล้เกินไป ก็อาจกระโดดหนีน้ำ สร้างความเสี่ยงและรบกวนระบบนิเวศในบ่อ

เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีกลายเป็นตัวทำลายสมดุล ทีมจึงต้องกลับมาออกแบบใหม่ ตั้งแต่รูปร่าง ขนาด ไปจนถึงลักษณะการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์

ทำยังไงให้ปลา “ยอมรับ” หุ่นยนต์

ทีมพัฒนารุ่นใหม่ของปลาหุ่นยนต์ให้

  • ตัวเล็กลง ลู่ลมมากขึ้น เพื่อลดการรบกวน

  • รูปทรงและการว่ายน้ำคล้ายปลาจริงมากขึ้น

หลิวเล่าว่า เมื่อลองใช้งานจริง ปรากฏผลที่น่าสนใจคือ ปลาจริงมักว่ายตามปลาหุ่นยนต์ คล้ายพฤติกรรมที่ปลาตัวเล็กว่ายตามปลาตัวใหญ่ในธรรมชาติ นั่นหมายความว่าจากวัตถุแปลกปลอมที่น่ากลัว หุ่นยนต์กำลังถูก “ยอมรับ” ให้เป็นส่วนหนึ่งของฝูง

แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่นั้น ในรุ่นปลาทูน่าหุ่นยนต์ หางที่แกว่งแรงเพื่อขับเคลื่อน ทำให้ ส่วนหัวขยับไม่เสถียร ส่งผลต่อการเก็บภาพและข้อมูลใต้น้ำ ทีมจึงต้องเพิ่มระบบควบคุมการมองเห็นให้เสถียรมากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ คมชัด ใช้ได้จริง ไม่ใช่ภาพสั่นเลือนราง

ข้างในไม่ธรรมดา: เซนเซอร์ + มอเตอร์ + AI ในตัวปลา

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า หุ่นยนต์ปลาเหล่านี้เป็นการรวมกันของเทคโนโลยีหลายด้านในร่างเดียว

  • ระบบขับเคลื่อนที่เลียนแบบการว่ายของปลาจริง

  • มอเตอร์ขับเคลื่อนสองทิศทาง มีความยืดหยุ่นสูง ลดแรงกระแทกและการรบกวนสิ่งแวดล้อม

  • เซนเซอร์ความแม่นยำสูง สำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำและพฤติกรรมของปลาแบบเรียลไทม์

ที่สำคัญคือการใส่ AI เข้าไปในตัวปลา ด้วยการพัฒนาอัลกอริทึมควบคุมการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ และติดตั้ง ชิป AI น้ำหนักเบา ทำให้หุ่นยนต์สามารถ

  • ว่ายเอง

  • วิเคราะห์สถานการณ์

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมใต้น้ำรูปแบบต่าง ๆ

พูดง่าย ๆ คือจาก “เครื่องมือบังคับระยะไกล” หุ่นยนต์ปลาเริ่มกลายเป็น เอเจนต์อัจฉริยะ ที่คิดและตัดสินใจบางอย่างได้เอง

AI ช่วยให้อาหารตรงจุด ลดของเสีย ลดต้นทุน

ศักยภาพของปลาหุ่นยนต์ไม่ได้หยุดแค่การตรวจสอบอวนหรือคุณภาพน้ำ แต่มันยังถูกมองว่าเป็น ตัวช่วยจัดการฟาร์มในภาพรวม

หนึ่งในไอเดียที่น่าสนใจคือการใช้หุ่นยนต์ปลาเพื่อ

  • นำฝูงปลากลุ่มเป้าหมายไปยังพื้นที่เก็บเกี่ยว

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้อาหารในฟาร์ม

หลิวอธิบายว่า การให้อาหารแบบเดิมมีโอกาส โปรยเหยื่อเกินจำเป็น หรือไม่ทั่วถึง ทั้งสิ้นเปลืองอาหารและทำให้น้ำเสื่อมคุณภาพ

ในขณะที่ปลาหุ่นยนต์สามารถติดตั้ง

  • กล่องเหยื่อ

  • เซนเซอร์วัดตัวชี้วัดทางชีวภาพ เช่น ขนาด จำนวน และระดับกิจกรรมของปลา

เมื่อรวมกับการวิเคราะห์ของ AI ระบบก็จะสามารถ ปรับการให้อาหารให้แม่นยำ ทั้งปริมาณ เวลา และตำแหน่ง ช่วยให้

  • ลดการสูญเสียเหยื่อ

  • ลดต้นทุนการผลิต

  • สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของปลาในระยะยาว

นี่คือการเปลี่ยนจาก “ให้อาหารแบบหว่าน” ไปสู่ “ให้อาหารแบบพุ่งเป้าและวัดผลได้”

จากฟาร์มสู่ทะเลลึก: ปลาหุ่นยนต์ในภารกิจสำรวจ

นอกจากงานในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลาหุ่นยนต์ยังมีศักยภาพด้านการสำรวจทะเลลึกและตรวจสอบทรัพยากรทางทะเลด้วย

อุปกรณ์ใต้น้ำแบบดั้งเดิมมักมีปัญหา

  • ขนาดใหญ่และเทอะทะ

  • ใช้พลังงานสูง

  • รบกวนสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล

ตรงกันข้าม หุ่นยนต์ปลาแบบชีวกลมีข้อได้เปรียบคือ

  • เคลื่อนที่เงียบ

  • มีรูปร่างกลมกลืนกับสิ่งมีชีวิต

  • สามารถเข้าไปเก็บข้อมูล เฝ้าระวังระบบนิเวศ และสำรวจภูมิประเทศใต้น้ำได้โดยแทบไม่รบกวนสัตว์น้ำ

จนถึงตอนนี้ ทีมวิจัยเก็บข้อมูลวิดีโอกว่า 200 เทราไบต์ ครอบคลุมปลามากกว่าหนึ่งโหล พร้อมรูปภาพและวิดีโอรวมกันกว่า 10 ล้านไฟล์

ข้อมูลขนาดมหาศาลนี้คือ เชื้อเพลิงสำคัญในการฝึกโมเดล AI เพื่อพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ฉลาดขึ้น แม่นยำขึ้น และคาดการณ์ได้ดีขึ้น

เมื่อปลาหุ่นยนต์ถูกเชื่อมต่อกับ Big Model

ทีมวิจัยไม่ได้ทำแค่หุ่นยนต์ แต่ยังนำเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะมาผสานเข้ากับระบบ “Fanli Big Model” ซึ่งเป็นระบบ AI ขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์นวัตกรรมด้านการประมงดิจิทัล

ระบบนี้ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วใน

  • 23 มณฑลของจีน

  • ครอบคลุมพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบนบกกว่า 6.3 ล้านตารางเมตร

  • และพื้นที่เพาะเลี้ยงในบ่อหรือทะเลอีกกว่า 5.5 พันล้านตารางเมตร

ผลลัพธ์เชิงตัวเลขที่จับต้องได้คือ ลดต้นทุนแรงงานลงได้ถึง 50% แปลว่าจากงานที่เคยต้องใช้คนจำนวนมาก ตอนนี้ AI และหุ่นยนต์สามารถเข้ามารับภาระส่วนสำคัญแทนได้

“AI พลัส ประมง” ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่คือโซลูชันครบชุด

นอกจากปลาหุ่นยนต์ ศูนย์ฯ ยังพัฒนาเทคโนโลยีด้าน “AI พลัส ประมง” อีกหลายส่วน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มแบบครบวงจรให้กับฟาร์มยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์

  • การวิเคราะห์พฤติกรรมปลาเพื่อตรวจจับความผิดปกติ

  • ระบบให้อาหารอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยอัลกอริทึม

  • การแจ้งเตือนความเสี่ยงโรคระบาดในปลาแต่เนิ่น ๆ

ทั้งหมดนี้ช่วยให้เจ้าของฟาร์มมี แดชบอร์ดการจัดการฟาร์มปลาในมุมมองแบบดาต้า แทนการตัดสินใจด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว

ทำไม AI ถึงสำคัญกับอนาคตของการเลี้ยงปลา

ศาสตราจารย์หลี่ ต้าเลี่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และอาจารย์จากมหาวิทยาลัย CAU ย้ำว่า AI กำลังมีบทบาทแบบ พลิกเกม ในอุตสาหกรรมประมง

ในโลกที่ประชากรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และความกังวลเรื่อง ความมั่นคงด้านอาหาร สูงขึ้นเรื่อย ๆ ระบบเพาะเลี้ยงปลาแบบเดิมกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่หลายด้าน เช่น

  • มลพิษทางน้ำ

  • การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง

  • การใช้ยาและสารเคมีแบบไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เหมาะสม

AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วย

  • เฝ้าระวังและปรับคุณภาพน้ำแบบต่อเนื่อง

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในฟาร์ม

  • ลดการพึ่งพายาและสารเคมี ผ่านการตรวจจับความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ

  • ทำให้การจัดการฟาร์มปลามีความ แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้ มากขึ้น

พูดอีกแบบคือ จากฟาร์มที่ทำงานแบบ “เดาแล้วลอง” กำลังจะกลายเป็นฟาร์มที่ตัดสินใจจาก “ดาต้าและโมเดล”

วิสัยทัศน์ต่อไป: หุ่นยนต์ใต้น้ำที่ฉลาดขึ้นทุกวัน

ทีมวิจัยยืนยันว่าจะเดินหน้าค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาหุ่นยนต์ใต้น้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นด้านฮาร์ดแวร์ การออกแบบให้กลมกลืนกับระบบนิเวศ หรือด้านซอฟต์แวร์ที่อาศัย AI รุ่นใหม่ ๆ เข้ามาช่วยคิด ช่วยคาดการณ์ และช่วยตัดสินใจมากขึ้น

เป้าหมายระยะยาวคือการสร้างระบบการเลี้ยงปลาที่

  • ใช้แรงงานคนลดลง แต่ควบคุมได้ละเอียดขึ้น

  • ผลิตได้มากขึ้น แต่กดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง

  • ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงด้านอาหารและความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล

ปลาหุ่นยนต์ที่ว่ายอยู่เงียบ ๆ ใต้ผิวน้ำวันนี้ อาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจัดการฟาร์มปลาอัจฉริยะทั่วโลกในวันหน้า และทุกบิตของข้อมูลที่มันเก็บมา ก็คือเชื้อเพลิงให้ AI ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่มีวันหยุดพัฒนา