รับแอปรับแอป

6 แอปซื้อกองทุนจากมือถือ เริ่มต้นแค่ 1 บาท เลือกให้ปังตั้งแต่แอปแรก

กฤตชัย มโนธรรม01-30

เปิดจอมือถือ แล้วให้เงินเริ่มทำงาน

เคยรู้สึกมั้ยว่า “ซื้อกองทุน” ฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว ต้องมีเงินเยอะ ต้องเก่งการเงินขั้นเทพถึงจะเริ่มได้ แต่ยุคนี้แค่มีสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว ก็สามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยเงินไม่กี่บาทจริง ๆ

บทความนี้จะพาไปรู้จัก 6 แอปซื้อกองทุนรวม ที่ใช้งานง่าย ตอบโจทย์คนทำงานออฟฟิศและมือใหม่สายไม่ค่อยมีเวลา แต่อยากให้เงินเริ่มทำงานแบบไม่ปวดหัว

ก่อนจะเลือกแอป มาดูภาพรวมกันก่อนว่าแอปเหล่านี้ช่วยอะไรเราได้บ้าง

ทำไมการซื้อกองทุนผ่านแอปถึงฮิตขนาดนี้

ทุกวันนี้แอปลงทุนไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือซื้อขาย แต่กลายเป็นตัวช่วยจัดการเงินให้เราแบบครบวงจร เพราะมีข้อดีหลายอย่างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคมือถือเป็นอวัยวะที่ 33

1. สะดวกแบบสุดทาง
ไม่ต้องเดินทางไปสาขา ไม่ต้องกรอกเอกสารยาว ๆ แค่มีมือถือกับอินเทอร์เน็ต ก็ซื้อ–ขายกองทุนได้ทุกที่ทุกเวลา จะบน BTS ตอนพักเที่ยง หรือก่อนนอนก็จัดการพอร์ตได้หมด

2. เงินเริ่มต้นต่ำมาก
หลายแอปให้เริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 1 บาท เท่านั้น หมดยุคที่ต้องมีเงินก้อนใหญ่ถึงจะเริ่มลงทุน ใครเพิ่งเริ่มทำงาน มีเงินเก็บเล็กน้อยก็เริ่มได้เลย

3. ข้อมูลครบในที่เดียว
ส่วนใหญ่ในแอปจะมีทั้ง

  • ข้อมูลกองทุนแบบละเอียด

  • กราฟผลตอบแทนย้อนหลัง

  • เครื่องมือเปรียบเทียบกองทุน

  • บางแอปมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไล่หาข้อมูลจากหลายที่

4. โปร่งใส เช็กพอร์ตได้ตลอดเวลา
อยากรู้ว่าเงินเราไปอยู่กองไหน ผลตอบแทนเป็นยังไง ขาดทุนหรือกำไรเท่าไหร่ แค่เปิดแอปก็เห็นภาพรวมทั้งหมดแบบชัด ๆ

ภาพรวม 6 แอปซื้อกองทุนจากมือถือ

แอปที่น่าสนใจในบทความนี้มีตั้งแต่แอปที่เน้น ความหลากหลายของกองทุน, แอปที่มี ที่ปรึกษาส่วนตัว, ไปจนถึงแอปที่มีระบบ ปรับพอร์ตอัตโนมัติ และแอปที่ลงทุนได้หลายสินทรัพย์ในที่เดียว

  • คนเงินน้อย แต่อยากเริ่มทันที: มีแอปที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1 บาท

  • มือใหม่ ไม่รู้จะเลือกกองไหน: มีแอปที่มี พอร์ตแนะนำ ตามระดับความเสี่ยง

  • คนไม่มีเวลา: มีแอปที่ ช่วยปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ

  • คนที่อยากกระจายพอร์ตหลายสินทรัพย์: มีแอปที่ซื้อได้ทั้ง หุ้นและกองทุน

มาดูทีละแอปแบบเน้น ๆ กันเลย

1. Streaming Fund+ – กองทุนหลาย บลจ. จบในแอปเดียว

ถ้าอยากได้แอปที่มีตัวเลือกเยอะ ๆ ไม่อยากผูกกับบริษัทเดียว Streaming Fund+ คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

จุดเด่นของ Streaming Fund+

  • รวมกองทุนจากหลาย บลจ. ไว้ในแอปเดียว

  • เลือกและเปรียบเทียบกองทุนจากหลายที่ได้ โดยไม่ต้องโหลดหลายแอป

  • เหมาะกับคนที่ชอบมีตัวเลือกเยอะ ไม่อยากผูกติดกับเจ้าเดียว

ขั้นต่ำลงทุน: เริ่มได้ตั้งแต่ 1 บาท เท่านั้น
เรียกว่าต่อให้เพิ่งเริ่มทำงาน หรืออยากลองลงทุนแบบลองเชิง ก็เริ่มได้สบาย ๆ

เหมาะกับใคร

  • คนที่ชอบความหลากหลายของกองทุน

  • คนที่อยากเปรียบเทียบกองจากหลาย บลจ. ก่อนตัดสินใจ

  • คนที่อยากรวมการลงทุนหลายที่ไว้ในแอปเดียว

2. TISCO My Funds – มีที่ปรึกษาการลงทุนแบบใกล้ชิด

ใครที่รู้สึกว่า “อยากลงทุน แต่ไม่อยากคิดคนเดียว” TISCO My Funds เป็นแอปที่ออกแบบมาสำหรับสายนี้โดยเฉพาะ

จุดเด่นของ TISCO My Funds

  • มี ที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัว ดูแลแบบใกล้ชิด

  • ไม่ได้แค่เปิดให้ซื้อกองทุน แต่มีคนช่วยวางแผนการลงทุนอย่างจริงจัง

  • เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจพอร์ตตัวเองแบบลึก ๆ

ขั้นต่ำลงทุน: ประมาณ 1,000 บาท
ถือว่าอยู่ในระดับที่จับต้องได้ และได้ที่ปรึกษามาช่วยคิดด้วย

เหมาะกับใคร

  • นักลงทุนสายจริงจัง มีเป้าหมายการเงินชัดเจน

  • คนที่อยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูพอร์ต ไม่อยากลองผิดลองถูกเอง

  • คนที่อยากเข้าใจว่าเงินตัวเองกำลังไปอยู่ตรงไหน และทำงานยังไง

3. FINNOMENA – จัดพอร์ตให้ตามระดับความเสี่ยง

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่เปิดแอปแล้วมึน ไม่รู้จะเลือกกองไหนก่อน FINNOMENA คือเพื่อนซี้คนแรกที่ควรลอง

จุดเด่นของ FINNOMENA

  • มี พอร์ตแนะนำ ที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว

  • ซื้อกองทุนจากหลาย บลจ. ผ่านแอปเดียวได้

  • ระบบจะประเมินว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน แล้วเสนอพอร์ตที่เหมาะให้

พูดง่าย ๆ คือ “ไม่ต้องนั่งไล่เลือกกองเองให้ปวดหัว แอปช่วยคิดให้”

ขั้นต่ำลงทุน: เริ่มได้ตั้งแต่ 1 บาท
ตอบโจทย์ทั้งนักเรียน นักศึกษา และมนุษย์เงินเดือนที่อยากเริ่มแบบชิล ๆ

เหมาะกับใคร

  • มือใหม่ที่ไม่มั่นใจว่าจะเลือกกองทุนเองได้ดีแค่ไหน

  • คนที่อยากได้พอร์ตสำเร็จรูป ปรับตามระดับความเสี่ยงของตัวเอง

  • คนที่ชอบอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เข้าใจไม่ยาก

4. K-My Funds – สาย KAsset ห้ามพลาด

ถ้าเป็นลูกค้ากสิกรไทยอยู่แล้ว หรือชอบกองทุนของ KAsset เป็นทุนเดิม แอป K-My Funds จะช่วยให้ชีวิตลงทุนง่ายขึ้นเยอะ

จุดเด่นของ K-My Funds

  • เน้นกองทุนจาก KAsset เป็นหลัก

  • มีฟีเจอร์ช่วย เปรียบเทียบกองทุน ในเครือได้แบบง่าย ๆ

  • สรุปผลการลงทุนเป็นภาพรวม เข้าใจง่าย ไม่ต้องมานั่งคำนวณเอง

ขั้นต่ำลงทุน: ประมาณ 500 บาท
ถือว่าเริ่มต้นไม่สูง คนเงินเก็บยังไม่เยอะก็เริ่มได้

เหมาะกับใคร

  • คนที่ใช้บริการธนาคารกสิกรอยู่แล้ว

  • สายที่เชื่อมั่นใน KAsset และอยากโฟกัสลงทุนกับกองทุนค่ายนี้

  • คนที่อยากให้การโอนเงินและดูพอร์ตเชื่อมกับบัญชีธนาคารเดิมแบบสะดวก ๆ

5. SCB Wealth – สาย “ตั้งแล้วลืม” ให้ระบบดูแลให้

ใครที่ไม่ชอบมานั่งตามข่าวทุกวัน ไม่อยากคอยปรับพอร์ตเองตลอดเวลา SCB Wealth เป็นตัวช่วยสำคัญของสายยุ่ง งานเยอะ ประชุมถี่

จุดเด่นของ SCB Wealth

  • มีระบบ ปรับพอร์ตอัตโนมัติ ตามระดับความเสี่ยงที่ตั้งไว้

  • ระบบจะช่วยคอยดูแลให้สัดส่วนการลงทุนไม่หลุดจากกรอบที่ต้องการ

  • ลดความจำเป็นในการเฝ้าหน้าจอทุกวัน

ขั้นต่ำลงทุน: ประมาณ 1,000 บาท
แลกกับระบบที่ช่วยดูแลพอร์ตให้ตลอด ถือว่าคุ้ม

เหมาะกับใคร

  • คนที่ไม่มีเวลามานั่งจัดพอร์ตเองบ่อย ๆ

  • คนที่ชอบแนว “ตั้งค่าแล้วปล่อยระบบจัดการต่อ”

  • คนที่อยากได้โซลูชันแบบกึ่งอัตโนมัติให้พอร์ตวิ่งไปตามแผนที่วางไว้

6. Dime – อยากได้ทั้งหุ้นและกองทุนในแอปเดียว

ถ้ารู้สึกว่าลงทุนแค่กองทุนไม่พอ อยากมีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศในมือด้วย Dime จะตอบโจทย์เรื่องการกระจายพอร์ตแบบมืออาชีพ

จุดเด่นของ Dime

  • ลงทุนได้หลายสินทรัพย์: หุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศ, กองทุนรวม

  • รวมทั้งกองทุน หุ้น และพอร์ตผสมไว้ในแอปเดียว

  • ทำให้วางแผนกระจายความเสี่ยงได้หลากหลายขึ้น

ขั้นต่ำลงทุน: ประมาณ 1,000 บาท
สมเหตุสมผลสำหรับแอปที่ให้เข้าถึงสินทรัพย์หลายประเภท

เหมาะกับใคร

  • คนที่อยากกระจายพอร์ตไปหลายสินทรัพย์ ไม่ได้เน้นแค่กองทุน

  • นักลงทุนที่เริ่มมีประสบการณ์บ้างแล้ว และอยากขยับไปลองหุ้นด้วย

  • คนที่อยากจัดการทุกอย่างจากแอปเดียวแบบครบวงจร

เลือกแอปซื้อกองทุนยังไง ให้ตรงกับสไตล์ตัวเอง

ไม่มีแอปไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีแอปที่ เหมาะที่สุดสำหรับเรา อยู่แน่นอน ลองเช็กตัวเองจากมุมมองเหล่านี้

  • มือใหม่ ไม่รู้จะเริ่มยังไง

    • เน้นพอร์ตแนะนำ: เลือกแนว FINNOMENA หรือ TISCO My Funds

  • อยากได้ความหลากหลาย ไม่อยากติดแค่เจ้าเดียว

    • มองหาแอปที่รวมหลาย บลจ. ในที่เดียว เช่น Streaming Fund+, FINNOMENA

  • ไม่มีเวลามานั่งเช็กบ่อย ๆ

    • ให้ระบบช่วยปรับพอร์ตอัตโนมัติ: แนวของ SCB Wealth ตอบโจทย์

  • เป็นลูกค้าธนาคารไหนอยู่แล้ว

    • ใช้แอปของธนาคารนั้นจะโอนเงินและดูพอร์ตง่ายขึ้น เช่น K-My Funds, SCB Wealth

  • อยากกระจายพอร์ตไปหลายสินทรัพย์

    • เลือกแอปที่ลงทุนได้ทั้งหุ้นและกองทุน เช่น Dime

สรุปสั้น ๆ: ให้เริ่มจากการถามตัวเองก่อนว่าเราเป็นสายไหน แล้วค่อยเลือกแอปที่ตอบโจทย์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา

มือใหม่เริ่มซื้อกองทุนบนแอปยังไงดี

สำหรับคนที่ยังไม่เคยลงทุนมาก่อน ลองใช้ขั้นตอนนี้เป็นไกด์ไลน์ได้เลย

1. ดาวน์โหลดและสมัครใช้งานแอป
เลือกแอปที่ถูกใจ แล้วเริ่มสมัคร โดยทั่วไปจะต้อง

  • ใช้บัตรประชาชน

  • ถ่ายรูปยืนยันตัวตน

  • ผูกบัญชีธนาคาร

กระบวนการส่วนใหญ่ทำบนมือถือได้ทั้งหมดในไม่กี่นาที

2. ทำแบบประเมินความเสี่ยง
เกือบทุกแอปจะมีแบบประเมินให้ เพื่อดูว่าเรารับความเสี่ยงได้ประมาณไหน ให้ตอบตามความจริง ไม่ต้องตอบเอาเท่าครับ เพราะผลลัพธ์จะใช้ในการจัดพอร์ตให้เราโดยตรง

3. ศึกษากองทุนก่อนกดซื้อ
อย่าซื้อเพราะคำว่า “คนบอกว่าดี” อย่างเดียว ควรดูอย่างน้อยว่า

  • กองทุนลงทุนในอะไร

  • ผลตอบแทนย้อนหลังเป็นยังไง (แต่ไม่ใช่ตัวการันตีอนาคต)

  • ค่าธรรมเนียมประมาณเท่าไหร่

4. เริ่มจากเงินก้อนเล็ก ๆ ก่อน
ใช้เงินจำนวนที่ถ้าพลาดไปแล้วไม่กระทบชีวิต เช่น เงินเก็บส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เงินค่าเช่าบ้านหรือค่ากินใช้ทั้งเดือน

5. เช็กผลและปรับพอร์ตเป็นระยะ
ไม่ต้องเช็กทุกวันจนเครียด แต่ก็ควรเข้าไปดูเป็นช่วง ๆ ว่า

  • พอร์ตยังตรงกับเป้าหมายเราอยู่ไหม

  • ระดับความเสี่ยงยังรับไหวอยู่หรือเปล่า

ถ้าชีวิตหรือเป้าหมายเปลี่ยนไป พอร์ตก็ควรปรับตาม

ข้อควรระวังเมื่อใช้แอปซื้อกองทุน

แม้แอปจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเหมือนกัน

1. อย่าลงทุนทั้งที่ยังไม่เข้าใจ
กดซื้อในแอปแค่ไม่กี่คลิกก็จริง แต่ก่อนคลิกควรรู้ให้ชัดว่า

  • กองทุนนั้นลงทุนในสินทรัพย์อะไร

  • ความเสี่ยงประมาณไหน

  • เหมาะกับเป้าหมายเราไหม

2. ค่าธรรมเนียมมีผลกับผลตอบแทน
กองทุนแต่ละกองมีค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน ทั้งค่าใช้จ่ายการจัดการ ค่าซื้อขาย ฯลฯ ยิ่งถือยาว ค่าธรรมเนียมยิ่งมีผลชัดกับผลตอบแทนรวม

3. ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน
ลงทุนเพื่ออะไร? เกษียณ? ซื้อบ้าน? เก็บเงินก้อนใน 3–5 ปี?
เป้าหมายชัด จะช่วยให้เลือกกองทุนได้เหมาะสมขึ้น

4. ห้ามเอาเงินจำเป็นมาลงทุนทั้งหมด
ควรมีเงินฉุกเฉินสำรองไว้ก่อน แล้วค่อยใช้เงินส่วนเกินมาลงทุน ไม่ควรใช้เงินที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

5. ระวังการลงทุนตามกระแส
เห็นใครโพสต์ว่า “กองนี้ขึ้นแรง” ไม่ควรรีบตามทันที ต้องกลับมาดูเสมอว่า

  • สไตล์การลงทุนของเราคืออะไร

  • ความเสี่ยงของกองนั้นเหมาะกับเราหรือเปล่า

สรุป: เริ่มซื้อกองทุนด้วยแอปที่ “ใช่” สำหรับเรา

ทุกวันนี้ การเริ่มลงทุนกองทุนรวมไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก่า หรือสายออฟฟิศที่เวลาไม่ค่อยมี ก็เริ่มได้ง่าย ๆ จากแอปในมือถือ

สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาแอปที่ดังที่สุด แต่คือการหาแอปที่ ตรงกับสไตล์และนิสัยการใช้ชีวิตของเรา

  • บางคนเหมาะกับแอปที่มีพอร์ตแนะนำ

  • บางคนเหมาะกับแอปที่มีที่ปรึกษาส่วนตัว

  • บางคนชอบแบบระบบช่วยปรับทุกอย่างให้

  • บางคนอยากจัดการหลายสินทรัพย์ในที่เดียว

การลงทุนที่ดี ไม่ใช่การเริ่มด้วยเงินก้อนใหญ่ แต่คือการเริ่มจากความเข้าใจ และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

อย่ารอให้มีเงินเยอะแล้วค่อยเริ่ม เพราะสิ่งที่มีค่ากว่าเงิน คือ “เวลา” ที่ให้เงินได้เติบโต ยิ่งเริ่มเร็ว โอกาสเห็นผลในระยะยาวก็ยิ่งมากขึ้น

สุดท้ายให้จำไว้ว่า การลงทุนที่เหมาะที่สุด คือการลงทุนที่เข้ากับตัวเราเองจริง ๆ ไม่ใช่การตามคนอื่นแบบไม่คิด ใช้แอปให้เป็นเครื่องมือ ช่วยให้เราคุมเงิน ไม่ใช่ให้เงินมาคุมเรา แล้วพอร์ตลงทุนของเราจะค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับประสบการณ์และความเข้าใจของตัวเอง