ZestBuy

สมัครไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปเดียวจบ

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-19
ความสนใจแอปมือถือ

ไทยช่วยไทยพลัสสมัครผ่านแอป ทำยังไงให้ได้สิทธิครบ 4,000 บาท

1. ไทยช่วยไทยพลัสคืออะไร ใครมีสิทธิ และทำไมต้องสมัครผ่านแอปในปี 2569

ไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต่อยอดจากโครงการเดิมอย่าง “คนละครึ่งพลัส” และเชื่อมกับสิทธิของผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมีแนวคิดหลักคือให้รัฐช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงวิกฤติพลังงาน

ภาพรวมสิทธิสำหรับประชาชนทั่วไป

  • วงเงินรวมตลอดโครงการ: 4,000 บาทต่อคน

  • แบ่งจ่าย: เดือนละ 1,000 บาท รวม 4 เดือน

  • สัดส่วนการใช้จ่าย: รัฐออกให้ 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%

  • ช่วงเวลาใช้สิทธิ: 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569

  • กลุ่มเป้าหมายหลัก: ประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน (ฝั่งคนละครึ่งพลัส) และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมประมาณ 13.2 ล้านคน

การดำเนินโครงการแบ่งเป็น 2 ระยะ (รูปแบบ 2+2 เดือน)

  • ระยะที่ 1: มิ.ย. – ก.ค. 2569

  • ระยะที่ 2: ส.ค. – ก.ย. 2569

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้สิทธิเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน (เดิม 300 บาท รัฐเพิ่ม 700 บาท) ในช่วงมิ.ย.–ก.ค. 2569 โดยไม่ต้องสมทบเงิน จากนั้น ส.ค.–ก.ย. 2569 จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ หากยังเข้าเกณฑ์รายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี จึงจะได้ต่ออีก 1,000 บาท/เดือน หากไม่เข้าเกณฑ์จะถูกปรับไปใช้เงื่อนไขแบบประชาชนทั่วไป (60/40)

ทำไมต้องสมัครผ่านแอป?

  • รัฐกำหนดให้ ลงทะเบียนและใช้จ่ายผ่านแอป “เป๋าตัง” เท่านั้น

  • เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้ระบบดิจิทัลในการบริหารวงเงิน

  • การรับสิทธิ การโอนเงิน และการใช้จ่ายทั้งหมดจะทำผ่าน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง

กำหนดการสำคัญ

  • 19 พ.ค. 2569: กระทรวงการคลังเสนอรายละเอียดโครงการเข้า ครม.

  • 25 – 29 พ.ค. 2569: เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ (ช่วงเวลา 06.00–22.00 น.)

  • 1 มิ.ย. 2569: เริ่มโอนเงินเข้าแอปเป๋าตัง และใช้สิทธิได้จริง

2. เตรียมความพร้อมก่อนสมัคร: มือใหม่ E-Wallet ต้องมีอะไรบ้าง

ก่อนลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง ผู้สมัครควรเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อม

เอกสารและข้อมูลพื้นฐาน

  • บัตรประจำตัวประชาชน (แบบสมาร์ทการ์ด)

  • ชื่อ–นามสกุล และเลขบัตรประชาชน 13 หลัก สำหรับกรอกข้อมูล

อุปกรณ์และการติดต่อ

  • สมาร์ทโฟน ที่ติดตั้งแอปเป๋าตังได้

    • รองรับ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iOS 15.0 ขึ้นไป (ตามเงื่อนไขที่ระบุในคู่มือติดตั้ง)

  • เบอร์มือถือ ที่ใช้งานได้จริง สำหรับรับรหัส OTP และแจ้งเตือนสิทธิ

แอปที่ควรมีบนมือถือ

  • แอป “เป๋าตัง” (Paotang) เวอร์ชันล่าสุด

  • สำหรับการยืนยันตัวตนแบบเชื่อมบัญชีธนาคาร สามารถใช้แอป Krungthai NEXT (ถ้ามี) โดยต้องเป็นบัญชีที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนเดียวกับที่ใช้ในเป๋าตัง

3. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปที่ใช้สมัครไทยช่วยไทยพลัส + ยืนยันตัวตน (KYC)

เนื่องจากทุกขั้นตอนสิทธิไทยช่วยไทยพลัสอยู่ในแอปเดียว การติดตั้งและยืนยันตัวตนใน “เป๋าตัง” จึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนถึงวันลงทะเบียน

3.1 วิธีดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเป๋าตัง (รายใหม่ / เปลี่ยนเบอร์มือถือ)

บน iPhone (iOS)

  1. เปิด App Store

  2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง”

  3. กด GET หรือ ติดตั้ง

  4. เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้กดเปิดแอป “เป๋าตัง”

บน Android

  1. เปิด Google Play / Play Store

  2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง”

  3. กด ติดตั้ง

  4. รอจนติดตั้งเสร็จ แล้วเปิดแอป “เป๋าตัง”

หมายเหตุ: บางบทความระบุให้รองรับ Android 9.0+ หรือ iOS 15.0+ และผู้ใช้ Android ควรอัปเดตระบบเป็นเวอร์ชัน 10.0 ขึ้นไปเพื่อการใช้งานที่เสถียร

3.2 ขั้นตอนลงทะเบียนใช้งานแอปเป๋าตังครั้งแรก

  1. เปิดแอป “เป๋าตัง” แล้วกด ลงทะเบียน

  2. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน ตามที่ระบบแจ้ง

  3. เตรียม บัตรประจำตัวประชาชน

  4. ถ่ายรูป หน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

  5. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชนที่ระบบอ่านจากบัตร

  6. กรอก เบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อรับรหัส OTP

  7. ใส่รหัส OTP 6 หลัก ที่ได้รับทาง SMS

  8. กรอก/ตรวจสอบเลขบัตรประชาชนให้ถูกต้องอีกครั้ง

จากนั้นระบบจะให้เลือกวิธี ยืนยันตัวตน (e-KYC)

3.3 ยืนยันตัวตนผ่าน Krungthai NEXT

เหมาะสำหรับคนที่มีบัญชีกรุงไทยและใช้แอป Krungthai NEXT

  1. เลือกวิธียืนยันตัวตนด้วยบัญชี Krungthai NEXT

  2. ระบบจะพาเข้าสู่แอป Krungthai NEXT

  3. ใส่ รหัส PIN ของ Krungthai NEXT

  4. กดปุ่ม ดำเนินการ บนแอปเป๋าตัง

  5. กรอกรหัส OTP ที่ส่งไปยังเบอร์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT

  6. ตั้งค่ารหัส PIN 6 หลัก สำหรับเข้าใช้งานแอปเป๋าตัง

  7. ยืนยันรหัส PIN อีกครั้ง

เงื่อนไข: ต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีเลขบัตรประชาชน ตรงกับ ที่ใช้ลงทะเบียนในเป๋าตัง

3.4 ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า

เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มี Krungthai NEXT หรือไม่สะดวกเชื่อมบัญชี

  1. เลือกวิธี ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า

  2. เตรียมตัวให้อยู่ในที่แสงเพียงพอ แล้วทำตามขั้นตอนสแกนใบหน้าบนหน้าจอ
    • หากโทรศัพท์ไม่มีกล้องหรือกล้องชำรุด อาจข้ามขั้นตอนนี้ได้ตามที่ระบบแจ้ง

  3. ตั้งค่ารหัส PIN 6 หลัก

  4. ยืนยันรหัส PIN อีกครั้ง

  5. เลือกเปิดใช้งาน สแกนใบหน้า หรือสแกนลายนิ้วมือ สำหรับเข้าระบบ (ถ้าโทรศัพท์รองรับ)

  6. กดยอมรับ เงื่อนไขการใช้งานแอปเป๋าตัง

  7. ระบบจะแสดงหน้าจอความยินยอมที่ยังไม่เคยตอบ ให้เลือก “ยินยอม/ไม่ยินยอม” ตามต้องการ

  8. ระหว่างระบบตรวจสอบข้อมูล จะมีข้อความว่า “กำลังตรวจสอบข้อมูล”

  9. หากลงทะเบียนสำเร็จ จะเห็นการ์ด G-Wallet แสดงบนหน้าหลัก พร้อมให้เริ่มใช้บริการ

3.5 วิธีเช็กว่าแอปเป๋าตังพร้อมลงทะเบียนหรือยัง

  1. เปิดแอป “เป๋าตัง”

  2. กดเมนู “โปรไฟล์” (Profile)

  3. ดูที่ชื่อ–นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์
    • หากมีเครื่องหมาย ติ๊กถูกสีเขียว แสดงว่าการยืนยันตัวตนครบถ้วน พร้อมใช้ลงทะเบียน

  4. เลื่อนลงด้านล่างเพื่อดู เวอร์ชันของแอป หากไม่เป็นเวอร์ชันล่าสุด ให้เข้าไปอัปเดตใน App Store หรือ Play Store

4. คู่มือสมัครไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปทีละขั้นตอน

การลงทะเบียนจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักตามประวัติการใช้สิทธิ “คนละครึ่ง/คนละครึ่งพลัส” เดิม

4.1 คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เข้าร่วม (กลุ่มประชาชนทั่วไป 60/40)

จากข้อมูลในเอกสารโครงการ ระบุเงื่อนไขเบื้องต้นของกลุ่มคนละครึ่งพลัส/ไทยช่วยไทยพลัสดังนี้

  • มีสัญชาติไทย

  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน

  • มีบัตรประจำตัวประชาชน

  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค. 69 สำหรับโครงการ 60/40)

  • ไม่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1–5 และคนละครึ่งพลัส

  • มีสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งและใช้งานแอปเป๋าตังได้

หมายเหตุ: บางรายละเอียด เช่น เกณฑ์อายุขั้นต่ำและคุณสมบัติอื่น ยังรอความชัดเจนหลัง ครม. เห็นชอบ แต่เอกสารส่วนใหญ่ใช้เกณฑ์ 18 ปีขึ้นไป

4.2 ขั้นตอนสมัครสำหรับผู้ที่ เคย รับสิทธิ “คนละครึ่ง/คนละครึ่งพลัส” มาก่อน

  1. อัปเดตแอปเป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และตรวจว่า G-Wallet ใช้งานได้

  2. เข้าแอปเป๋าตัง แล้วกดที่ แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส” หรือ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)”

  3. อ่านรายละเอียดโครงการ และกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

  4. กดยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข

  5. ระบบจะแสดงข้อความว่า ได้รับสิทธิและวันที่เริ่มใช้สิทธิ ให้กดปุ่ม “ตกลง”

  6. รอการแจ้งเตือนยืนยันสิทธิผ่าน แอปเป๋าตัง (บางข้อมูลระบุภายใน 3 วัน)

  7. ก่อนเริ่มใช้สิทธิ ให้ เติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อร่วมจ่าย 40%

4.3 ขั้นตอนสมัครสำหรับผู้ที่ ไม่เคย รับสิทธิคนละครึ่งมาก่อน

  1. อัปเดต/ติดตั้งแอปเป๋าตัง และ สมัคร G-Wallet ให้เรียบร้อย

  2. เข้าแอปเป๋าตัง แล้วเลือก แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส”

  3. อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

  4. กรอกข้อมูลตามหน้าบัตรประชาชนให้ครบถ้วน (หากระบบร้องขอ)

  5. ยืนยันการลงทะเบียน และรอผลตรวจสอบคุณสมบัติ
    • ระบบจะแจ้งผลผ่าน การแจ้งเตือนบนแอปเป๋าตัง และ SMS ภายในประมาณ 3 วัน

  6. เมื่อได้รับวิทยุยืนยันสิทธิแล้ว ให้กดเข้าสู่แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัสอีกครั้ง ระบบจะแสดงข้อความยืนยันวันที่เริ่มใช้สิทธิ ให้กด “ตกลง”

  7. เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิจริงตั้งแต่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

4.4 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • ในระยะที่ 1 (มิ.ย.–ก.ค. 69) จะได้รับวงเงินเพิ่ม โดยอัตโนมัติ รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน (300 เดิม + 700 เพิ่ม)

  • การใช้สิทธิดำเนินการผ่านช่องทางและร้านธงฟ้า/ร้านโครงการที่เชื่อมกับระบบเดิม

  • ระยะที่ 2 (ส.ค.–ก.ย. 69) ต้องผ่านการ ลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิใหม่ หากรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี จึงจะได้ต่ออีก 2 เดือน หากไม่ผ่าน จะถูกโยกไปใช้เงื่อนไขแบบประชาชนทั่วไป (60/40) ผ่านแอปเป๋าตัง

5. วิธีเช็กผลลงทะเบียน ตรวจสอบสิทธิและวงเงินในแอป

หลังลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังแล้ว สามารถตรวจสอบสถานะและวงเงินได้ภายในแอปเอง

การเช็กผลการลงทะเบียน

  • ระบบจะแจ้งผลผ่าน
    • การแจ้งเตือนในแอปเป๋าตัง

    • SMS ไปยังเบอร์ที่ใช้ลงทะเบียน (ในบางเอกสารระบุ “ภายใน 3 วัน”)

การดูสิทธิและวงเงิน

  1. เปิดแอป “เป๋าตัง”

  2. กดเข้าสู่ แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส”

  3. หน้าแรกของโครงการจะแสดง
    • สถานะสิทธิที่ได้รับ

    • วงเงินคงเหลือในเดือนนั้น (สูงสุด 1,000 บาท/เดือน และไม่เกิน 200 บาท/วัน ตามเงื่อนไข 60/40 ในบางเอกสาร)

ช่วงเวลาใช้สิทธิ

  • 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.

  • บางข้อมูลระบุว่า
    • ใช้สิทธิซื้ออาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่ 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.

เรื่องการทบวงเงิน

  • เอกสารโครงการส่วนใหญ่ระบุว่า วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน ไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้ หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้นจะหมดสิทธิ

  • สำหรับสิทธิแบบรายวัน (200 บาท/วัน) ระบบจะคำนวณใหม่ทุกวัน หากใช้ไม่หมดในวันนั้น สิทธิจะถูกนำไปรวมคำนวณใหม่ในวันถัดไป แต่ยังคงไม่ทบ “ข้ามเดือน”

6. รวมปัญหายอดฮิตสมัครไม่ผ่าน และแนวทางแก้จากข้อมูลในบทความ

แม้บทความอ้างอิงไม่ได้ระบุกรณีปัญหาแบบละเอียดทีละข้อ แต่จากโครงสร้างโครงการและเงื่อนไขที่ใช้ มีประเด็นสำคัญที่มักเป็นสาเหตุให้ลงทะเบียนไม่ผ่านหรือใช้สิทธิไม่ได้ ดังนี้

6.1 ยืนยันตัวตนไม่ครบ / แอปไม่อัปเดต

  • แอปเป๋าตังไม่ได้อัปเดตเป็น เวอร์ชันล่าสุด

  • ยังไม่ได้ทำขั้นตอน ยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้สมบูรณ์ (ไม่มีติ๊กถูกสีเขียวที่โปรไฟล์)

แนวทางแก้

  • อัปเดตแอปเป๋าตังจาก App Store หรือ Play Store

  • เข้าเมนูโปรไฟล์ ตรวจสอบสถานะ และทำขั้นตอนสแกนใบหน้า/ยืนยันผ่าน Krungthai NEXT ให้ครบ

6.2 เบอร์มือถือ/ซิมไม่พร้อม

  • เปลี่ยนเบอร์มือถือใหม่ แต่ยังไม่ผูกกับแอปเป๋าตัง

  • เบอร์ที่ใช้รับ OTP ใช้งานไม่ได้หรือสัญญาณไม่เสถียร

แนวทางแก้

  • ผู้เปลี่ยนเบอร์ใหม่ให้ ติดตั้ง/อัปเดตแอป และลงทะเบียนด้วยเบอร์ปัจจุบัน ให้เรียบร้อยก่อนช่วงลงทะเบียน

6.3 คุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์

  • มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูล บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่พยายามลงทะเบียนในฝั่ง 60/40 (บางเงื่อนไขระบุว่ากลุ่มนี้ไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสซ้อนกับสิทธิบัตรสวัสดิการได้)

  • เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งเดิม

แนวทางแก้

  • ตรวจสอบสถานะของตนเองว่าจัดอยู่ในกลุ่มใด (คนละครึ่งพลัสหรือบัตรสวัสดิการฯ) และใช้ช่องทางตามกลุ่มนั้น

7. ทิปส์ใช้งาน E-Wallet และสิทธิไทยช่วยไทยพลัสให้คุ้มและปลอดภัย

แม้ข้อมูลที่อ้างอิงไม่ได้ลงลึกเรื่องเทคนิคการ “ใช้ให้คุ้ม” แต่สามารถสรุปหลักการและข้อควรรู้จากเงื่อนไขโครงการได้ดังนี้

7.1 ใช้สิทธิให้ทันเวลา

  • ใช้สิทธิในช่วงเวลาที่กำหนด 06.00–23.00 น. (ตามกรอบโครงการ)

  • วางแผนใช้ให้ครบ 1,000 บาทต่อเดือน เพราะ หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น จะไม่ทบไปเดือนถัดไป

7.2 เข้าใจกลไก 60/40

  • ทุกครั้งที่จ่ายผ่าน G-Wallet กับร้านที่ร่วมโครงการ

    • ระบบจะหักจากสิทธิที่รัฐออกให้ 60%

    • และหักจากเงินที่เราเติมเข้า G-Wallet 40%

  • ก่อนจ่ายทุกครั้งควรตรวจสอบว่ามี เงินส่วนที่เราต้องออกเอง อยู่ใน G-Wallet เพียงพอ

7.3 ร้านค้าและสินค้าอะไรใช้สิทธิได้บ้าง

ใช้สิทธิได้

  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านค้าทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการ

  • ร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้า OTOP

  • สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

  • ในเอกสารโครงการระบุเพิ่ม
    • บริการขนส่งสาธารณะ

    • บริการขนส่งมวลชนบางประเภท (หากเข้าร่วมโครงการ)

ใช้สิทธิไม่ได้

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาสูบทุกชนิด

  • สลากกินแบ่งรัฐบาล

  • ค่าน้ำมันหรือเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทาง

  • บัตรกำนัล บัตรเงินสด

  • การชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

7.4 เรื่องความปลอดภัยและการเก็บหลักฐาน

  • ไม่บอกรหัส PIN หรือรหัส OTP ให้ผู้อื่นทราบ

  • ตรวจสอบชื่อร้านค้าและยอดก่อนกดยืนยันจ่ายทุกครั้ง

  • หากต้องการเช็กย้อนหลัง สามารถดู ประวัติการใช้สิทธิ ได้ในแอปเป๋าตัง

8. สรุปขั้นตอนสมัครไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปภายใน 10 นาที + เช็กลิสต์สั้นๆ

ภาพรวม 4 เดือน 4,000 บาท

  • ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง 25–29 พ.ค. 69 (06.00–22.00 น.)

  • เริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69

  • วงเงิน 1,000 บาท/เดือน รวม 4 เดือน, รัฐจ่าย 60% เราจ่าย 40%

  • ใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น ถอนเป็นเงินสดไม่ได้ และโอนสิทธิให้ผู้อื่นไม่ได้

เช็กลิสต์สำหรับมือใหม่: ทำตามนี้ทีละข้อ

  1. เตรียมบัตรประชาชน + สมาร์ทโฟน + เบอร์มือถือที่ใช้ได้จริง

  2. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอป “เป๋าตัง” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

  3. ลงทะเบียนแอป และทำ ยืนยันตัวตน (สแกนใบหน้า หรือ Krungthai NEXT) ให้เรียบร้อย

  4. เปิดแอปเป๋าตัง เข้าเมนู โปรไฟล์ เช็กว่ามี ติ๊กถูกสีเขียว ที่ชื่อและเบอร์โทร

  5. รอถึงช่วง 25–29 พ.ค. แล้วกดแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อ ลงทะเบียนรับสิทธิ

  6. รอผลยืนยันสิทธิผ่านแอปและ SMS

  7. เมื่อถึงวันที่เริ่มใช้สิทธิ (1 มิ.ย. เป็นต้นไป)
    • เติมเงินเข้า G-Wallet

    • ใช้จ่ายสิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการภายในเวลาและวงเงินที่กำหนด

ทำครบตามเช็กลิสต์นี้ มือใหม่ก็สามารถสมัครและใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปได้ครบทุกขั้นตอนภายในเวลาไม่นาน โดยไม่ตกหล่นสิทธิ 4,000 บาทที่โครงการเตรียมไว้ให้ตลอด 4 เดือนของมาตรการ.

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น