TH-AI Passport คืออะไร และทำไมจึงมากกว่าสิทธิใช้เครื่องมือฟรี
TH-AI Passport โครงการ คือมาตรการของภาครัฐที่เปิดให้ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโปรและการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านแพลตฟอร์มรวมโมเดลจากผู้พัฒนาหลายราย เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถ และลดความเหลื่อมล้ำดิจิทัลด้านปัญญาประดิษฐ์ในสังคม
สิ่งที่น่าสนใจคือรัฐไม่ได้ขายภาพว่าเป็นการแจกของ แต่ประกาศชัดว่า TH-AI Passport คือการลงทุนในคน โดยตั้งเป้าให้ 5 ล้านคนได้ใช้เอไอโปรฟรีผ่านแพลตฟอร์ม AiPASS การเปิดตัวอย่างเป็นทางการจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ มีรัฐมนตรีและผู้แทนค่ายเทคโนโลยีระดับโลกเข้าร่วม และมียอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 1.3 ล้านคนภายในไม่กี่วัน แก่นของโครงการจึงไม่ใช่การกดปุ่มให้คนลองเล่นเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการประกาศว่ายุคถัดไปของการพัฒนากำลังคนจะผูกกับทักษะ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และเดิมพันเรื่องความเท่าเทียมดิจิทัล
หัวใจเชิงนโยบายของ TH-AI Passport คือการยกระดับ AI จาก “ของเล่นคนมีเงิน” ไปเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” แบบเดียวกับถนน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต รัฐมนตรีดีอีอธิบายว่าในอดีตเราถามกันว่ามีถนนถึงหน้าบ้านหรือยัง ต่อมาถามว่ามีไฟฟ้าทุกครัวเรือนหรือยัง และยุคก่อนหน้านี้คือมีอินเทอร์เน็ตหรือยัง วันนี้คำถามใหม่คือประชาชนเข้าถึงมันสมองดิจิทัลอย่าง AI ได้หรือไม่ AI ในมุมนี้จึงถูกเปรียบว่าคือถนนที่เศรษฐกิจกำลังวิ่งอยู่ ใครขึ้นถนนไม่ทันก็ถึงเส้นชัยช้ากว่า
สิ่งที่โครงการกำลังพังทลาย คือ “กำแพงค่าบริการรายเดือน” ที่ผลักคนจำนวนมากออกจากโลก AI รัฐย้ำหลักการสองข้อว่า AI ต้องไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนที่จ่ายไหว และโครงการนี้ต้องไม่ใช่แค่การแจกของแต่คือการลงทุนในศักยภาพคน เมื่อ AiPASS รวบรวมโมเดลกว่า 30 โมเดลจากผู้พัฒนาชั้นนำ 14 รายไว้ในแพลตฟอร์มเดียว การเข้าถึง AI ฟรีจึงถูกวางให้เป็นเครื่องมือแก้ความเหลื่อมล้ำดิจิทัลโดยตรง

จากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง: TH-AI Passport กับตลาดแรงงานยุคใหม่
โครงการนี้ถูกกรอบให้เป็นนโยบายพัฒนากำลังคน มากกว่านโยบายสังคมสงเคราะห์อย่างชัดเจน TH-AI Passport ตั้งเป้าให้ประชาชนสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึงการเรียนรู้และเครื่องมือ AI ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับตลาดแรงงานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ หรือผู้ประกอบการ แนวคิดคือเชื่อม “การเรียนรู้” เข้ากับ “การใช้งานจริง” ให้การเข้าถึงเทคโนโลยีแปลงร่างเป็นทักษะและโอกาส ไม่ใช่เพียงประสบการณ์ทดลองเล่น
ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า “ในไตรมาสแรกปี 2569 สัดส่วนประชากรวัยทำงานไทยที่ใช้ Generative AI เพิ่มเป็น 12.4% จาก 9.1% แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% และสิงคโปร์ที่ 63.4%” ตัวเลขนี้ชี้ว่าความสนใจมี แต่ช่องว่างการใช้จริงยังใหญ่ รัฐจึงเชื่อว่าถ้าคนใช้สิทธิครบ 5 ล้านบัญชี การใช้งาน AI ในตลาดแรงงานจะขยับเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยโลก และทำให้ทักษะ AI ของคนไทยกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ของกลุ่มเฉพาะอีกต่อไป
ไมโครซอฟท์ กูเกิล และพันธมิตร: จากคอนเทนต์การเรียนรู้สู่ผลิตภาพทั้งระบบ
จุดแข็งอีกด้านของ TH-AI Passport คือการดึงพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศตั้งแต่วันแรก ตัวแทนจาก Microsoft และ Google ประเทศไทยเข้าร่วมเวทีเสวนาในงานเปิดตัว แสดงตัวอย่างการใช้ AI ในประเทศและแสดงความพร้อมร่วมมือส่งเสริมความรู้และทักษะ AI ให้ประชาชน นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมแพลตฟอร์มกับหลักสูตรพัฒนาทักษะจาก Google Microsoft และ NVIDIA ผ่านแนวคิด Learn Earn Plern เพื่อให้คนเรียนจากแหล่งความรู้ที่สอดคล้องกับเครื่องมือที่ใช้งานจริง
เมื่อเครื่องมือและคอนเทนต์การเรียนรู้ถูกผูกไว้บน AiPASS โมเดลต่าง ๆ เช่น GPT-5.6 Sol o3 Deep Research Claude Opus 5 Gemini Pro และอื่น ๆ ถูกทำให้เข้าถึงได้ในที่เดียว ครอบคลุมงานสนทนา การเขียนโปรแกรม และการค้นคว้าเชิงลึก แนวทางนี้ไม่เพียงยกระดับผลิตภาพรายบุคคล แต่ยังสร้างฐานทักษะ AI คนไทยที่เชื่อมกับมาตรฐานสากลโดยตรง ทำให้คำว่า เข้าถึง AI ฟรี ไม่ได้แปลว่าของฟรีคุณภาพต่ำ แต่คือการเปิดประตูสู่องค์ความรู้ระดับโลก
การลงทุนระยะยาวในความเท่าเทียมดิจิทัล ไม่ใช่โครงการแฟลช
TH-AI Passport ไม่ได้เกิดในสุญญากาศ แต่ผูกอยู่กับแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 ที่วางให้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การศึกษา และบริการสาธารณะ พลวัตสำคัญคือการยอมรับว่า หากไม่รีบลงทุนในทักษะ AI คนส่วนใหญ่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง บนถนนเศรษฐกิจสายใหม่ที่วิ่งบนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
โครงการตั้งเป้าเปิดให้ใช้ AiPASS อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม พร้อมสิทธิสูงสุด 5 ล้านบัญชีตลอดโครงการ การที่ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าพุ่งเกิน 1.3 ล้านคนสะท้อนชัดว่าความต้องการเรียนรู้ AI ในสังคมมีอยู่แล้ว คำถามต่อจากนี้คือรัฐจะรักษาไฟการเรียนรู้นี้อย่างไร ไม่ให้กลายเป็นเพียงกระแสสั้น ๆ หาก TH-AI Passport สามารถต่อยอดเป็นระบบสนับสนุนต่อเนื่อง ทั้งหลักสูตร มาตรฐานวิชาชีพ และโอกาสงานจริง ก็มีโอกาสกลายเป็นกรณีศึกษาว่าโครงการเข้าถึง AI ฟรี สามารถเปลี่ยนเป็นการลงทุนในความเท่าเทียมดิจิทัลอย่างยั่งยืนได้จริง





