TH-AI Passport คืออะไร และทำไมคนแห่ลงทะเบียน 1.3 ล้านคน
โครงการ AI Passport หรือ TH-AI Passport คือโครงการภาครัฐที่เปิดให้ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึงเครื่องมือและหลักสูตร AI ระดับโลกภายในแพลตฟอร์มเดียว มุ่งยกระดับทักษะ AI สำหรับคนไทยให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดงานดิจิทัล โดยเน้นทั้งการเรียนรู้ การใช้งานจริง และการสร้างผลงานจาก AI อย่างรับผิดชอบ
หัวใจสำคัญคือการเปิดให้ลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS ซึ่งรวบรวมโมเดล AI จากผู้พัฒนากว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลไว้ในที่เดียว ทำให้คนทั่วไปไม่ต้องสมัครหลายระบบให้ยุ่งยาก เมื่อเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม ยอดสมัครทะลุ 1.3 ล้านคนภายในไม่ถึงสองสัปดาห์ ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่าความต้องการอบรม AI ฟรีและการเข้าถึงเทคโนโลยีกำลังกลายเป็น “ความจำเป็น” มากกว่า “ของเล่นไอที” สำหรับแรงงานยุคใหม่
อีกมุมที่น่าสนใจคือผู้ลงทะเบียนไม่ได้มีแค่คนสายเทคโนโลยี แต่ครอบคลุมทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปจากหลายภูมิภาค นั่นหมายความว่าทักษะ AI สำหรับคนไทยกำลังถูกมองเป็นทักษะพื้นฐานใหม่ เช่นเดียวกับการใช้สมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ตในอดีต

จากแผนชาติสู่ห้องเรียนออนไลน์: ทำไมต้องเร่งยกระดับทักษะดิจิทัล
เบื้องหลังโครงการ AI Passport ไม่ใช่กระแสแฟชั่นเทคโนโลยี แต่เป็นการขยับตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 ที่มองว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจ แรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว หากคนทำงานยังใช้ AI ไม่เป็น ก็ย่อมเสียเปรียบทั้งในเรื่องรายได้และโอกาสเติบโต
ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ในไตรมาสแรกปี 2569 ประชากรวัยทำงานที่ใช้ Generative AI เพิ่มจาก 9.1% เป็น 12.4% หรือเติบโต 36.4% แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% และห่างจากสิงคโปร์ที่ 63.4% ตัวเลขนี้คือสัญญาณเตือนว่า หากไม่ทำอะไรตอนนี้ ช่องว่างด้านทักษะ AI จะถ่างกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถ้าทักษะดิจิทัลคือใบเบิกทางเข้าสู่ตลาดงานยุคใหม่ ทักษะ AI ก็เปรียบเสมือนบันไดขั้นต่อไป รัฐจึงเลือกใช้โครงการอบรม AI ฟรีผ่าน AiPASS เป็นเครื่องมือยกระดับทักษะดิจิทัลแบบเร่งด่วน แทนการรอให้แต่ละคนไปสมัครเรียนเองในแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและอาจยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำ

AiPASS และแนวคิด Learn • Earn • Plern: ฟรีแต่ไม่ใช่การแจกของ
จุดที่ทำให้โครงการ AI Passport แตกต่างจากการแจกเครื่องมือดิจิทัลแบบเดิมคือรัฐบาลประกาศชัดว่า “AI ต้องไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนที่จ่ายไหว และต้องไม่ใช่การแจกของฟรี แต่คือการลงทุนในศักยภาพ” กล่าวอีกแบบคือ รัฐไม่ได้ต้องการให้คนเข้ามากดใช้ AI แล้วจบ แต่ต้องการให้เกิดเส้นทางพัฒนาอย่างจริงจัง
แพลตฟอร์ม AiPASS จึงผูกการเข้าถึงเครื่องมือเข้ากับการเรียนรู้ผ่านแนวคิด Learn • Earn • Plern ผู้ใช้สามารถเข้าเรียนหลักสูตร AI จากพันธมิตรเช่น Google for Education, Microsoft Elevate และ NVIDIA Deep Learning Institute แล้วนำความรู้ไปลองใช้กับโมเดลจริง สะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกการเข้าถึงโมเดลระดับโปรและรับประกาศนียบัตรเมื่อเรียนครบเงื่อนไข
แนวทางนี้สะท้อนว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การแจกสิทธิ์ 5 ล้านสิทธิ์ให้หมดตามโควต้า แต่คือการแปลงโครงการอบรม AI ฟรีให้กลายเป็นทักษะใช้งานจริงในชีวิตการทำงาน เมื่อการเข้าถึง AI ถูกผูกกับการเรียนรู้และการลงมือทำ ผู้ใช้จะถูกผลักจากสถานะ “ผู้ใช้งาน” ไปสู่ “ผู้สร้างสรรค์” ที่สามารถเพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าให้ตนเองและเศรษฐกิจได้มากขึ้น
5 ล้านสิทธิ์ AI โปร: โอกาสทองของสายอาชีพทุกกลุ่ม
โครงการ AI Passport ตั้งเป้าเปิดโอกาสให้คนอายุ 15 ปีขึ้นไปสูงสุด 5 ล้านคน เข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกจากผู้พัฒนามากกว่า 14 ราย รวมกว่า 30 โมเดล กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป นี่คือการประกาศชัดว่า AI ไม่ใช่ของคนสายไอทีเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือพื้นฐานของแรงงานทุกอาชีพ
โมเดลใน AiPASS ครอบคลุมงานหลากหลาย ทั้งการสนทนา การเขียนโปรแกรม และการค้นคว้าเชิงลึก เช่น GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro และโมเดลอื่นอีกหลายชุด เมื่อนำมาวางรวมกันในแพลตฟอร์มเดียว ผู้ใช้สามารถทดลองเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงานของตน เช่น ครูใช้เพื่อเตรียมแผนการสอน นักศึกษาทำรายงาน นักพัฒนาเขียนโค้ด หรือผู้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูล
ที่สำคัญ โครงการมุ่งทั้งการยกระดับความรู้พื้นฐานด้าน AI หรือ AI Literacy และการส่งเสริมการนำไปใช้งานจริง หรือ AI Adoption เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล หากคนทำงานสามารถใช้โอกาสนี้ปรับตัวและรีสกิลได้ทัน การแข่งขันในตลาดแรงงานที่ใช้ AI ก็จะเป็นการแข่งขันที่ยุติธรรมมากขึ้น ไม่ใช่สนามที่มีแต่คนที่จ่ายค่าสมาชิกแพลตฟอร์มแพงๆ ได้เปรียบ
จากวันเปิดตัวสู่อนาคตการทำงาน: โครงการนี้จะเปลี่ยนอะไรได้แค่ไหน
งานเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการถูกจัดขึ้นที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธาน พร้อมตัวแทนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ แพลตฟอร์ม AiPASS เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นจริงของการทดสอบว่าการลงทุนครั้งนี้จะเปลี่ยนแรงงานได้มากแค่ไหน
รัฐบาลตั้งเป้าว่า หากมีคนใช้สิทธิ์ครบ 5 ล้านสิทธิ์ สัดส่วนผู้ใช้ Generative AI จะสามารถขยับขึ้นใกล้หรือเท่าค่าเฉลี่ยโลก แต่ตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่ต้องจับตาคือผู้เรียนจะนำทักษะที่ได้ไปใช้ยกระดับงานของตนจริงหรือไม่ เพราะโครงการนี้จะสำเร็จเมื่อทักษะ AI สำหรับคนไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวัน ไม่ใช่แค่ความรู้ที่อยู่ในประกาศนียบัตร
ในเชิงโครงสร้าง โครงการ AI Passport คือสัญญาณว่ารัฐกำลังขยับจากการอุดหนุนแบบสั้นๆ ไปสู่การลงทุนกำลังคนระยะยาว เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือการเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่วนในมุมของแต่ละคน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ควรสมัครไหม” แต่เป็น “จะเริ่มใช้โครงการนี้เพื่อเปลี่ยนงานและรายได้ของตัวเองอย่างไร”






