เมื่อห้างดังใจกลางกรุงเทพฯ กลายเป็นโซนแห่งการให้
กรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการ “ให้” เมื่อ Light the World Giving Machine หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ตู้แห่งการให้” ถูกนำมาติดตั้งที่ NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน ใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน
จากพื้นที่ช้อปปิ้งสุดคึกคัก ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ผ่านการบริจาคสิ่งของจำเป็นให้แก่องค์กรการกุศลทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยยอดบริจาคถูกส่งต่อแบบ 100% เต็มจำนวน ไม่หักค่าดำเนินการแม้แต่บาทเดียว
เบื้องหลังโครงการนี้คือการสนับสนุนจากศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ที่ตั้งใจเปลี่ยนกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการเดินห้าง ให้กลายเป็นโอกาสช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อย่างจับต้องได้
พิธีเปิดสุดคึกคัก กับคำเชิญชวนให้ “เปิดใจและเปิดโอกาสให้ผู้อื่น”
งานเปิดตัวตู้ Giving Machine ที่สยามพารากอนจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางผู้นำชุมชนและผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ไฮไลท์คือช่วงกล่าวเปิดงานและการบริจาคครั้งแรกจากแขกรับเชิญสำคัญ ซึ่งต่างเน้นย้ำถึงพลังของการให้ในช่วงเทศกาลแห่งความหวังและความอบอุ่น
เอ็ลเดอร์เบ็นจามิน เอ็ม. ซี. ไต ประธานภาคเอเชียของศาสนจักร กล่าวถึงความหมายของการนำ Giving Machine มาสู่กรุงเทพฯ ว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พาโครงการนี้มาสู่ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่อง น้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พร้อมชวนทุกคนใช้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสเพื่อส่งต่อแสงสว่างให้กันและกัน
เขาย้ำว่า ทุกคนมีแสงเล็ก ๆ ในตัวเอง และการสนับสนุน Giving Machine คือหนึ่งในวิธีเปลี่ยนแสงเล็ก ๆ นั้นให้กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้จริงในสังคม


อีกมุมหนึ่ง ดร.พิจิตต รัตตกุล ได้สะท้อนมุมมองที่ลึกซึ้งว่า การให้ไม่ใช่แค่การหย่อนเงิน แต่เริ่มจาก การเปิดโอกาสให้ผู้อื่น พร้อมชี้ให้เห็นว่า Giving Machine เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ที่มีและผู้ที่ขาดแคลน
เขาเน้นว่า แม้การบริจาคเพียงเล็กน้อยก็สามารถปลุกให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของความเมตตาได้ และตู้แห่งการให้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือรับบริจาค แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมไทยโอบรับจิตวิญญาณแห่งการแบ่งปันมากยิ่งขึ้น
Light the World: จากตู้เดียวในห้าง สู่ขบวนการระดับโลก
ตู้ Giving Machine ที่กรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Light the World แคมเปญระดับโลกที่ชวนผู้คนเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสด้วยการลงมือทำความดีและแบ่งปันตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
ในปีนี้ โครงการ Giving Machine ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม:
126 เมืองทั่วโลก
21 ประเทศ
6 ทวีป
ความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไรกว่า 500 แห่ง
รายการสิ่งของให้เลือกบริจาคมากกว่า 4,000 รายการ
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการกุศลที่จับต้องได้และโปร่งใส สามารถเชื่อมผู้คนทั้งโลกเข้าหากันได้อย่างทรงพลัง


ประสบการณ์บริจาคแบบใหม่: สนุก ชัดเจน และโปร่งใส
ผู้ที่มาร่วมงานในกรุงเทพฯ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การบริจาคผ่านตู้ Giving Machine เป็นประสบการณ์ที่ ต่างจากการหย่อนเงินลงกล่องบริจาคแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง
ตู้ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย เหมือนกดซื้อของจากตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ แต่สิ่งที่คุณ “ซื้อ” คือความช่วยเหลือที่ส่งไปถึงผู้ที่ต้องการจริง ๆ
จุดเด่นของประสบการณ์นี้คือ:
เลือกสิ่งที่อยากสนับสนุนได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนรวดเร็ว เข้าใจง่าย
เห็นรายการสิ่งของที่บริจาคปรากฏบนหน้าจอทันที
รู้สึกได้ว่าการช่วยเหลือของตัวเอง “จับต้องได้” มากขึ้น
หลายคนเล่าว่า การได้เลือก เช่น ชุดอาหารสำหรับผู้สูงอายุ หรือรายการเฉพาะเจาะจงอื่น ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังช่วยคนตรงหน้า ไม่ใช่เพียงแค่ให้เงินแบบลอย ๆ และทำให้การทำบุญกลายเป็นเรื่องทันสมัย เข้ากับยุคนี้มากขึ้น

สิ่งของที่คุณเลือกได้ คือโอกาสที่ใครบางคนไม่เคยมี
ตู้ Giving Machine ที่กรุงเทพฯ รวบรวมรายการสิ่งของบริจาคที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มเปราะบางในสังคม โดยมีตัวอย่างรายการที่ผู้บริจาคสามารถเลือกได้ เช่น:
ชุดการเรียนรู้สำหรับผู้พิการทางสายตา (มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)
ชุดสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (มูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย)
หมวกกันน็อคสำหรับเด็ก (ภาค 3350 โรตารีสากล)
สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กในชุมชนด้อยโอกาส (มูลนิธิสิกขาเอเชีย)
เบื้องหลังสิ่งของแต่ละชิ้นคือโอกาสที่ส่งต่อไปถึงคนจริง ๆ เช่น ชุดการเรียนรู้และอุปกรณ์เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนตาบอด ซึ่งไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการศึกษา แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาวใน ทักษะอาชีพและการพึ่งพาตนเอง ของพวกเขา
หนึ่งฤทัย พวงเพชร ตัวแทนจากมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าว่า สิ่งที่ผู้บริจาคเลือกผ่าน Giving Machine เช่น ชุดสื่อการเรียนรู้หรือเทคโนโลยีช่วยการศึกษา คือการช่วยให้ผู้พิการทางสายตามีเครื่องมือในการสร้างชีวิตของตัวเอง และเพิ่มโอกาสด้านอาชีพในอนาคต
องค์กรการกุศลที่ได้รับประโยชน์โดยตรง
ตู้ Giving Machine ในกรุงเทพฯ เชื่อมผู้คนในห้างกับองค์กรภาคสังคมที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ด้อยโอกาส โดยองค์กรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ได้แก่:
มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (The Charity Foundation for the Blind in Thailand Under the Royal Patronage of H.M. The King)
มูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย (iCare Thailand Foundation)
มูลนิธิสิกขาเอเชีย (Sikkha Asia Foundation)
ภาค 3350 โรตารีสากล (Rotary International District 3350)
เบื้องหลังการทำงานของตู้ Giving Machine คือการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ทำให้ ทุกบาททุกสตางค์จากผู้บริจาคถูกส่งต่อไปยังองค์กรการกุศลครบถ้วน
นี่คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ ที่ทำให้ผู้ให้รู้สึกมั่นใจได้ว่า เงินบริจาคของตนกำลังเดินทางไปถึงมือผู้รับอย่างเต็มมูลค่า
ถ้าอยากลอง “กดที่ตู้แทนกดที่ตะกร้า” ต้องไปที่ไหน
ตู้บริจาค Giving Machine พร้อมให้ประชาชนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การให้รูปแบบใหม่ได้แล้วที่:
NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน
เปิดให้บริจาคตลอดช่วงระยะเวลาที่กำหนด ใครที่มีแพลนไปเดินห้างช่วงปลายปี ลองเผื่อเวลาแวะไปหน้าตู้นี้สักนิด อาจได้ค้นพบว่า
การใช้เงินเพื่อคนอื่น ก็ทำให้หัวใจเราอิ่มได้ไม่แพ้การใช้เงินเพื่อความสุขของตัวเอง
สรุป: จากการช้อปเพลิน ๆ สู่การให้ที่ตั้งใจ
ตู้ Light the World Giving Machine ไม่ได้มาแค่เพิ่มสีสันให้มุมหนึ่งของสยามพารากอน แต่มาเพื่อถามเราตรง ๆ ว่า
ถ้าวันนี้จะใช้เงินอีกเล็กน้อย เราอยากเห็นมันกลายเป็นอะไร?
ของชิ้นต่อไปที่เรา “กดซื้อ” จะเป็นของให้ตัวเอง หรือเป็นโอกาสให้ชีวิตของใครอีกคน?
ในโลกที่การใช้จ่ายกลายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง โครงการนี้กำลังชวนให้เรากลับมานึกถึง ความหมายของการให้แบบที่รู้ว่าไปถึงมือใคร และเปลี่ยนอะไรได้จริง
บางครั้ง การเริ่มเปลี่ยนโลกอาจไม่ต้องเริ่มจากอะไรยิ่งใหญ่ แค่เริ่มจากการยืนหน้าตู้หนึ่งตู้ แล้วตัดสินใจกดปุ่ม “ให้” แทนปุ่ม “ซื้อ” ก็เพียงพอแล้ว

