รับแอปรับแอป

ไทย-เปรู จับมือปั้น FTA เปิดประตูการค้าไทยสู่ลาตินอเมริกา

ธนพล ศรีสวัสดิ์01-30

ไทย–เปรู อัปเกรดความสัมพันธ์ครบ 60 ปี

11 พ.ย. 2568 กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–เปรู เข้าร่วมการประชุมทวิภาคีกับฝ่ายรัฐสภาสาธารณรัฐเปรู เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมใช้โอกาสนี้ขยายความร่วมมือเชิงลึก ทั้งด้านนิติบัญญัติและด้านเศรษฐกิจในระยะยาว

คณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ใครร่วมวงเจรจาบ้าง

ฝ่ายไทยนำโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านในฐานะประธาน รองประธาน กรรมการ และเลขานุการของกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–เปรู รวมถึงคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ที่เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมหน้า

ขณะที่ฝ่ายเปรูประกอบด้วยบุคคลสำคัญจากรัฐสภา อาทิ

  • ประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาเปรู–ไทย

  • ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ

  • อดีตประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ

  • สมาชิกกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาเปรู–ไทย

การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพบปะเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นเวทีหารือระดับนโยบายที่สามารถขับเคลื่อนความร่วมมือได้จริง

ประเด็นหลักบนโต๊ะเจรจา

ทั้งสองฝ่ายหยิบยก หลายประเด็นสำคัญ ขึ้นมาหารือ โดยให้ความสำคัญกับการฉลองความสัมพันธ์ 60 ปี ควบคู่กับการออกแบบความร่วมมือในอนาคต ได้แก่

  • การแลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวสารระหว่างรัฐสภาไทยและรัฐสภาเปรู

  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสมาชิกรัฐสภาทั้งสองประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนิติบัญญัติ

  • การสนับสนุนความร่วมมือด้านนิติบัญญัติในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับ ความท้าทายร่วมกันของโลก ไม่ว่าจะเป็น

    • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    • การพัฒนาที่ยั่งยืน

    • ความมั่นคงทางอาหาร

การพูดคุยไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องพิธีการ แต่ขยับไปสู่ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่มีผลต่อทั้งภูมิภาคอเมริกาใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

FTA ไทย–เปรู: ประตูสู่สองทวีป

หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่สุดของการหารือคือ การเร่งรัดข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและเปรู ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจดอกใหญ่ในการเชื่อมเศรษฐกิจสองภูมิภาคเข้าด้วยกัน

  • ฝั่งไทยจะใช้เปรูเป็น จุดเชื่อมหลักสู่ทวีปอเมริกาใต้

  • ฝั่งเปรูจะอาศัยประเทศไทยเป็น ประตูสำคัญสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มีการคาดการณ์ว่า หากทุกอย่างเดินหน้าได้ตามแผน ข้อตกลง FTA ฉบับนี้อาจมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนธันวาคม 2568 และเมื่อเกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งสองประเทศจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างชัดเจน

สินค้าเด่นและโอกาสการลงทุน

ความร่วมมือด้านการค้าไม่ได้อยู่ในระดับตัวเลขบนกระดาษ แต่สะท้อนผ่านสินค้าและอุตสาหกรรมจริงที่ทั้งสองฝ่ายมองเห็นศักยภาพร่วมกัน

ฝั่งไทยมีโอกาสในการนำเข้าสินค้าคุณภาพจากเปรู อาทิ

  • เมล็ดกาแฟคุณภาพสูง

  • ก๊าซธรรมชาติ

  • อาหารแช่แข็ง

  • สินค้าเกษตรหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ เบอร์รี่และองุ่น

ในทางกลับกัน ไทยยังมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมแปรรูปและอาหารกระป๋อง ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิด

  • การลงทุนร่วมในห่วงโซ่อุปทานอาหาร

  • การต่อยอดเทคโนโลยีการแปรรูปสินค้าเกษตร

  • การสร้างแบรนด์อาหารเพื่อเจาะตลาดทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาใต้

เมื่อ FTA เดินหน้าได้จริง สินค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศอาจขยับจากระดับ “โอกาส” ไปสู่ระดับ “เมกะโปรเจกต์” ได้ไม่ยาก

ภารกิจเยือนเปรู: มากกว่าพิธีครบรอบ

การเดินทางของคณะผู้แทนกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–เปรูในครั้งนี้ เกิดขึ้นตามคำเชิญของฝ่ายเปรู โดยมีเป้าหมายหลักสองประการที่เดินคู่กันคือ

  • ฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เปรู

  • กระชับความร่วมมือเชิงลึกระหว่างรัฐสภา และต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา

กล่าวได้ว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นทั้ง สัญลักษณ์ของมิตรภาพระยะยาว และเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่มิติใหม่ที่จับต้องได้มากขึ้นในอนาคต

บรรยากาศการประชุมผ่านเลนส์ภาพถ่าย

บทสรุป: จากมิตรภาพสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์

เมื่อมองภาพรวม การประชุมทวิภาคีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรื้อฟื้นมิตรภาพเก่าแก่ แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เปรูไปสู่การเป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

หาก FTA เดินหน้าได้ตามโรดแมป ความร่วมมือไทย–เปรูอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาน่าสนใจว่า ประเทศจากสองทวีปที่ห่างกันคนละฟากโลก จะสามารถเชื่อมถึงกันด้วยการทูตและการค้าได้อย่างทรงพลังเพียงใด