ไทย–เปรู อัปเกรดความสัมพันธ์ครบ 60 ปี
11 พ.ย. 2568 กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–เปรู เข้าร่วมการประชุมทวิภาคีกับฝ่ายรัฐสภาสาธารณรัฐเปรู เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมใช้โอกาสนี้ขยายความร่วมมือเชิงลึก ทั้งด้านนิติบัญญัติและด้านเศรษฐกิจในระยะยาว

คณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ใครร่วมวงเจรจาบ้าง
ฝ่ายไทยนำโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านในฐานะประธาน รองประธาน กรรมการ และเลขานุการของกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–เปรู รวมถึงคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ที่เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมหน้า
ขณะที่ฝ่ายเปรูประกอบด้วยบุคคลสำคัญจากรัฐสภา อาทิ
ประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาเปรู–ไทย
ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ
อดีตประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ
สมาชิกกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาเปรู–ไทย
การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพบปะเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นเวทีหารือระดับนโยบายที่สามารถขับเคลื่อนความร่วมมือได้จริง
ประเด็นหลักบนโต๊ะเจรจา
ทั้งสองฝ่ายหยิบยก หลายประเด็นสำคัญ ขึ้นมาหารือ โดยให้ความสำคัญกับการฉลองความสัมพันธ์ 60 ปี ควบคู่กับการออกแบบความร่วมมือในอนาคต ได้แก่
การแลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวสารระหว่างรัฐสภาไทยและรัฐสภาเปรู
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสมาชิกรัฐสภาทั้งสองประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนิติบัญญัติ
การสนับสนุนความร่วมมือด้านนิติบัญญัติในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับ ความท้าทายร่วมกันของโลก ไม่ว่าจะเป็น
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การพัฒนาที่ยั่งยืน
ความมั่นคงทางอาหาร
การพูดคุยไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องพิธีการ แต่ขยับไปสู่ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่มีผลต่อทั้งภูมิภาคอเมริกาใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
FTA ไทย–เปรู: ประตูสู่สองทวีป
หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่สุดของการหารือคือ การเร่งรัดข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและเปรู ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจดอกใหญ่ในการเชื่อมเศรษฐกิจสองภูมิภาคเข้าด้วยกัน
ฝั่งไทยจะใช้เปรูเป็น จุดเชื่อมหลักสู่ทวีปอเมริกาใต้
ฝั่งเปรูจะอาศัยประเทศไทยเป็น ประตูสำคัญสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีการคาดการณ์ว่า หากทุกอย่างเดินหน้าได้ตามแผน ข้อตกลง FTA ฉบับนี้อาจมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนธันวาคม 2568 และเมื่อเกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งสองประเทศจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างชัดเจน
สินค้าเด่นและโอกาสการลงทุน
ความร่วมมือด้านการค้าไม่ได้อยู่ในระดับตัวเลขบนกระดาษ แต่สะท้อนผ่านสินค้าและอุตสาหกรรมจริงที่ทั้งสองฝ่ายมองเห็นศักยภาพร่วมกัน
ฝั่งไทยมีโอกาสในการนำเข้าสินค้าคุณภาพจากเปรู อาทิ
เมล็ดกาแฟคุณภาพสูง
ก๊าซธรรมชาติ
อาหารแช่แข็ง
สินค้าเกษตรหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ เบอร์รี่และองุ่น
ในทางกลับกัน ไทยยังมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมแปรรูปและอาหารกระป๋อง ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิด
การลงทุนร่วมในห่วงโซ่อุปทานอาหาร
การต่อยอดเทคโนโลยีการแปรรูปสินค้าเกษตร
การสร้างแบรนด์อาหารเพื่อเจาะตลาดทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาใต้
เมื่อ FTA เดินหน้าได้จริง สินค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศอาจขยับจากระดับ “โอกาส” ไปสู่ระดับ “เมกะโปรเจกต์” ได้ไม่ยาก
ภารกิจเยือนเปรู: มากกว่าพิธีครบรอบ
การเดินทางของคณะผู้แทนกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–เปรูในครั้งนี้ เกิดขึ้นตามคำเชิญของฝ่ายเปรู โดยมีเป้าหมายหลักสองประการที่เดินคู่กันคือ
ฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เปรู
กระชับความร่วมมือเชิงลึกระหว่างรัฐสภา และต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา
กล่าวได้ว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นทั้ง สัญลักษณ์ของมิตรภาพระยะยาว และเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่มิติใหม่ที่จับต้องได้มากขึ้นในอนาคต
บรรยากาศการประชุมผ่านเลนส์ภาพถ่าย






บทสรุป: จากมิตรภาพสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์
เมื่อมองภาพรวม การประชุมทวิภาคีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรื้อฟื้นมิตรภาพเก่าแก่ แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เปรูไปสู่การเป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หาก FTA เดินหน้าได้ตามโรดแมป ความร่วมมือไทย–เปรูอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาน่าสนใจว่า ประเทศจากสองทวีปที่ห่างกันคนละฟากโลก จะสามารถเชื่อมถึงกันด้วยการทูตและการค้าได้อย่างทรงพลังเพียงใด

