รับแอปรับแอป

“สายใยรัก สองแผ่นดิน” หนังรักโรแมนติกที่เล่าความสัมพันธ์ไทย–จีน 50 ปีได้อบอุ่นสุดใจ

ธนดล ศรีงาม02-02

สายใยรักที่เริ่มต้นบนจอ แต่ผูกพันถึงสองแผ่นดิน

ภาพยนตร์สั้น “สายใยรัก สองแผ่นดิน” ถูกเปิดตัวรอบปฐมทัศน์อย่างงดงามที่โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ซีเนอาร์ต เอ็มควอเทียร์ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน โดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน ร่วมกับมูลนิธิปัญญาวุฒิเป็นผู้จัดงานหลัก

บรรยากาศงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในค่ำคืนพิเศษนี้

พิธีเปิดสุดละเมียด เล่าเรื่องมิตรภาพผ่านวัฒนธรรม

ก่อนที่ไฟในโรงจะดับลงเพื่อเริ่มฉายหนัง งานก็เปิดม่านด้วยการแสดงตีกลองโหมโรงวัฒนธรรมไทยจากคณะศิลปิน “องศาศิลป์” นำโดย อาจารย์ตั๊ก นภัสรัญชน์ มิตรธีรโรจน์ สร้างอารมณ์ให้ผู้ชมค่อยๆ เข้าสู่บรรยากาศของเรื่องราวเชื่อมโยงสองประเทศ

ภายในงานยังมีการแนะนำความเป็นมาของสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน พร้อมนิทรรศการ “50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน” ที่บริเวณหน้างาน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน มูลนิธิปัญญาวุฒิ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และ CGTN ไทย

นอกจากนี้ ยังมีของที่ระลึกเป็นหนังสือรวมผลงานศิลปินจีนซึ่งได้รับการตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 2534 มามอบให้ผู้ร่วมงาน สะท้อนคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เดินเคียงคู่กับมิตรภาพระหว่างสองแผ่นดิน

หนังรักที่เกิดจากความร่วมมือ และตั้งใจสื่อสารคำว่า “พี่น้องกัน”

ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน กล่าวถึงที่มาของการสร้างภาพยนตร์ “สายใยรักสองแผ่นดิน” ว่า โปรเจ็กต์นี้ถือกำเนิดจากความร่วมมือของสมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน และมูลนิธิปัญญาวุฒิ พร้อมแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนที่เห็นคุณค่าของงานภาพยนตร์เชิงวัฒนธรรมเรื่องนี้

ภาพยนตร์ถูกสร้างขึ้นให้มีคำบรรยายทั้งภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษ ไม่ได้ตั้งใจเพียงให้คนไทยเท่านั้นที่ได้ชม แต่ยังมุ่งหมายเผยแพร่ไปยังผู้ชมในประเทศจีนและสิงคโปร์ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเรื่องที่ต้องการเชื่อมใจผู้คนสองประเทศให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

แก่นสำคัญของหนัง คือการตอกย้ำคำว่า “ไทยจีนไม่ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ให้ชัดและลึกกว่าที่เคยเป็น

มุมมองผู้กำกับ: หนังรักโรแมนติกบนฐานเรื่องจริง

นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ “สายใยรักสองแผ่นดิน” เล่าว่าการทำงานครั้งนี้เป็นทั้งประสบการณ์ใหม่และความท้าทาย เพราะต้องเล่า “เรื่องจริง” ผ่าน “ตัวละครสมมุติ” ให้ทั้งโรแมนติก ซาบซึ้ง และยังสะท้อนประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–จีนให้ได้ในเวลาเดียวกัน

เขายังชื่นชมผลงานของอาจารย์ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ประพันธ์เพลงและดนตรีประกอบที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ของหนังให้เต็มและลึกจนเรื่องราวดูสมบูรณ์ในทุกมิติ

ผู้กำกับเล่าถึงการทำงานว่า หนังเรื่องนี้จัดเป็นหนังรักโรแมนติกที่ใช้ข้อมูลจริงมาขับเคลื่อนความสัมพันธ์ของตัวละคร ย้อนเล่าเหตุการณ์ยาวนานถึง 50 ปี จึงต้องใช้เทคนิคพิเศษหลายอย่าง เพื่อให้บรรยากาศในแต่ละยุคสมัยออกมาอย่างสมจริงที่สุด และสร้างความประทับใจในระดับที่ตราตรึงในใจผู้ชม

เสียงสะท้อนจากตัวแทนจีน: อบอุ่นเหมือนกลับบ้าน

นางหลี่ จี๋เจวียน ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวหลังชมภาพยนตร์ว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงาน และประทับใจกับวิธีที่หนังถ่ายทอดความรู้สึกลึกซึ้งระหว่างสองชาติผ่านเรื่องรักของตัวละคร

เธอพูดถึงฉากอาหารไทยและภาพทิวทัศน์ที่สวยงามว่า ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย และเหมือนได้สัมผัสเสน่ห์ของไทยผ่านสายตาและหัวใจของคนใกล้ชิด

สำหรับโครงเรื่องของภาพยนตร์นั้น สะท้อนความผูกพันระหว่างชายหญิงจากต่างแดนที่ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคในการเดินตามความฝันของตัวเอง ก่อนจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งในอีก 50 ปีถัดมา ความรักของทั้งคู่จึงกลายเป็นภาพเปรียบเทียบที่งดงามของความสัมพันธ์ไทย–จีน ที่เติบโตอย่างมั่นคงและพร้อมยินดีกับความก้าวหน้าของกันและกัน

“จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ที่ไม่มีวันเปลี่ยน

ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตจีนยังเน้นว่า ความสัมพันธ์ของสองประเทศจำเป็นต้องมีทั้งความเอาใจใส่ การเกื้อกูล และการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เปรียบได้กับพี่น้องแท้จริงที่ต่างคอยดูแลกันอย่างต่อเนื่อง

เธอย้ำคำกล่าวอมตะ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ว่า จะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พร้อมมองไปข้างหน้าว่า ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของทั้งสองชาติก็จะเดินหน้าต่อไป ผ่านความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การพัฒนา และความก้าวหน้าในหลากหลายมิติ

ไม่นานมานี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยยังจัดงานเลี้ยงฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน โดยมีสื่อมวลชนไทยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนว่ามิตรภาพของทั้งสองประเทศกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม

ท้ายที่สุด เธอได้กล่าวอวยพรให้มิตรภาพระหว่างจีน–ไทย รุ่งเรืองและยั่งยืนตลอดไป ดุจสายใยในเรื่องราวของหนังที่ไม่มีวันขาดหาย

แรงหนุนเบื้องหลังหนังรักสองแผ่นดิน

ภาพยนตร์สั้น “สายใยรัก สองแผ่นดิน” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากเจตนารมณ์ด้านเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังมาจากการร่วมแรงร่วมใจของหลายองค์กร ทั้งในภาคสื่อ ภาครัฐ และเอกชน

การผลิตภาพยนตร์ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG) พร้อมทั้งการสนับสนุนในด้านต่างๆ จากพันธมิตรหลากหลายองค์กร อาทิ โรงภาพยนตร์ Quartier CineArt The EmQuartier บริษัทด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจอุตสาหกรรม พลังงาน การท่าเรือ รวมถึงผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ “ไอ-มอเตอร์” สมาคมการค้าไทย–เหอเป่ย บริษัทด้านสิทธิพิเศษการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ทั้งหมดนี้ทำให้ “สายใยรัก สองแผ่นดิน” ไม่ใช่แค่หนังรักทั่วไป แต่คือภาพแทนของการร่วมมือกันสร้างเรื่องราวดีๆ ที่เดินทางได้ไกลกว่าหน้าจอหนัง

เมื่อหนังรักกลายเป็นบันทึกหน้าสำคัญของมิตรภาพไทย–จีน

หากมองเพียงผิวเผิน “สายใยรัก สองแผ่นดิน” คือหนังโรแมนติกเล่าเรื่องคู่รักจากต่างแดนที่พรหมลิขิตพาให้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังผ่านไปครึ่งศตวรรษ แต่เมื่อดูให้ลึกลงไป ทุกฉาก ทุกความทรงจำ และทุกระยะห่างระหว่างตัวละคร ล้วนสอดคล้องกับระยะทางที่ไทยและจีนเดินเคียงข้างกันมาตลอด 50 ปี

สำหรับคนรักหนังโรแมนติก นี่คืออีกหนึ่งเรื่องที่ควรค่าแก่การรับชม

สำหรับคนที่อินกับประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นี่คือบทบันทึกเชิงภาพยนตร์ที่อบอุ่นและมีชีวิต

และสำหรับคนที่เชื่อในคำว่า “พี่น้องกัน” ระหว่างไทย–จีน เรื่องนี้อาจทำให้คุณเชื่อในประโยคนี้มากขึ้นกว่าเดิม