โลกที่ยาแก้ปวดกลายเป็นนับถอยหลังสู่ความตาย
ปี 2052 มนุษยชาติคิดว่าตัวเองรอดแล้ว เมื่อ ดร.สกินเนอร์ คิดค้นยา “Hapna” ที่ช่วยให้ทุกคนหลุดพ้นจากโรคทุกชนิดได้อย่างปาฏิหาริย์
แต่หลังจากนั้นเขากลับหายตัวไป…
ผ่านไป 3 ปี ดร.สกินเนอร์กลับมาอีกครั้ง พร้อมประกาศสุดช็อกว่า ทุกคนที่เคยกิน Hapna จะมีเวลาเหลืออยู่ราว 3 ปี และจะเริ่มมีคนตายระลอกแรกในอีก 30 วันข้างหน้า
โลกทั้งใบเข้าสู่โหมดโกลาหลทันที รัฐบาลจึงตั้งหน่วยปฏิบัติการลับชื่อ Lazarus เพื่อไล่ล่าหาตัวดร.สกินเนอร์ หยุดแผนครั้งนี้ให้ได้ และค้นหา ยาถอนพิษของ Hapna ก่อนที่เวลาจะหมดลง
Lazarus ในสายตาคนดู: ทำไมคะแนนถึงแตกเป็นสองขั้ว
อนิเมะ Lazarus เป็นหนึ่งในผลงานที่เสียงรีวิวแตกแรงมาก มีทั้งคนที่มองว่า “ไม่ไหวจะเคลียร์” และกลุ่มที่รู้สึกว่ามันเท่มากในแบบของตัวเอง
สิ่งที่โดนด่า: พล็อตบาง ตัวละครจืด แรงแต่ไม่ลึก
เสียงวิจารณ์ด้านลบส่วนใหญ่โฟกัสไปที่
การเปรียบเทียบกับงานเก่าของผู้กำกับอย่าง Cowboy Bebop ที่หลายคนมองว่า Lazarus ขาดเสน่ห์และจิตวิญญาณแบบนั้นไปเยอะ
พล็อตและบทถูกมองว่า ธรรมดา คาดเดาได้ และค่อนข้างตื้น เหมือนเอาซีนบู๊มันๆ มาต่อกัน โดยการเล่าเรื่องแทบจะค่อยๆ ขยับจริงๆ แค่ช่วงท้าย
ประเด็นหลักอย่าง “ยาปาฏิหาริย์ที่กลายเป็นเครื่องมือฆ่าคนทั้งโลก” กลับ ไม่รู้สึกเร่งด่วนหรือกระทบต่อภาพสังคมเท่าที่ควร ทำให้ดราม่าระดับโลกดูแรงแค่ในคำพูด แต่ไม่สุดในภาพที่เล่า
ตัวละครทีม Lazarus หลายคนถูกมองว่า จืดจนจำชื่อไม่ได้ บุคลิกคล้ายคาแรกเตอร์ที่เคยมีมาแล้วในเรื่องอื่น แต่เป็นเวอร์ชันที่อ่อนลง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็ไม่ได้ลึกมาก
การสอดแทรกประเด็นสังคมโดนมองว่า ออกแนวเทศนา ใส่เข้ามาแบบไม่เนียน แถมบางครั้งยังเหมือนจะไปคนละทางกับเนื้อเรื่องหลักของเรื่องด้วย
งานกำกับและอนิเมชัน มีคนสังเกตว่า ความลื่นไหลแกว่งไปมา บางซีนมุมกล้องกลับกลายเป็นตัวถ่วง และพื้นหลังดิจิทัลบางฉากก็แสบตาไปหน่อย
สิ่งที่โดนชม: แอนิเมชัน เสียง และฉากบู๊ที่โคตรตั้งใจ
แม้รีวิวสายวิจารณ์จะแรง แต่หลายคนก็ยอมรับว่าด้านงานเทคนิคของ Lazarus ทำได้ดีไม่น้อย โดยเฉพาะ
การออกแบบเสียง การมิกซ์ และการพากย์ ถูกมองว่าอยู่ในระดับดีถึงดีมาก
เพลงประกอบ โดยเฉพาะ เพลงเปิดแบบดนตรีล้วน เป็นจุดที่หลายคนพูดถึงในแง่บวก
ฉากแอ็กชัน ไล่ล่า และฉากต่อสู้บางช่วง โดยเฉพาะแถวๆ ตอนที่ 4 ถูกชมว่ามีรายละเอียดดี ดูมันส์ และให้ความรู้สึกตื่นเต้น
บางคนชอบ สไตล์การกำกับแบบมีกลิ่นตะวันตก ที่ดูแตกต่างจากอนิเมะญี่ปุ่นสายดั้งเดิม ทำให้ภาพรวมของ series ดูมีโทนเฉพาะตัว
มีผู้ชมบางกลุ่มชอบความที่พล็อตมัน ค่อยๆ คลี่คลาย มีความลึกลับให้ตามเก็บ และมองว่า “ตอนจบ” เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์ทั้งเรื่องลงล็อก
อีกจุดที่ถูกมองว่าเป็นข้อดีคือ ไม่มีแฟนเซอร์วิส ไม่มีสูตรพลังแห่งมิตรภาพแบบคลิเช่ เล่าเรื่องไปตรงๆ เน้นตัว conflict หลักมากกว่า
สรุปในมุมรีวิว: Lazarus เหมาะกับคนที่อยากดู แอ็กชันลื่นๆ มันส์ๆ แบบไม่คิดเยอะ แต่ถ้าคุณเป็นสายเนื้อเรื่องแน่น ตัวละครลึก ดราม่าหนัก อาจรู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์เท่าที่หวัง
เรื่องย่อแบบสปอยล์: จากยามหัศจรรย์สู่คำถามว่า “โลกนี้ควรช่วยไหม”
ซีรีส์ Lazarus เปิดเรื่องด้วยการประกาศของ ดร.สกินเนอร์ นักประสาทวิทยาอัจฉริยะ ที่บอกโลกใบนี้ว่าตัวยาแก้ปวดสุดปังของเขา “Hapna” จะฆ่าทุกคนที่เคยกินภายใน 3 ปี
และในอีก 30 วันข้างหน้า คนกลุ่มแรกจะเริ่มล้มตาย
โลกแตกทันทีแบบไม่ต้องสงสัย
ภารกิจไล่ล่า ดร.สกินเนอร์ (ตอนที่ 1–5)
รัฐบาลตั้งทีมลับ Lazarus ขึ้นมาเพื่อไล่ล่าตัวดร.สกินเนอร์ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
คนที่ถูกจับมาเป็นตัวเดินเกมหลักคือ แอ็กเซล กิลเบอร์โต นักโทษแหกคุก ที่โดนบังคับให้เข้าร่วมทีมเพื่อแลกกับโอกาสรอด โดยมีหัวหน้าหน่วยคือ เฮิร์ช
สมาชิกแต่ละคนของทีมต่างก็มีอดีตด้านอาชญากรรม และทุกคนถูกผูกมัดด้วย สร้อยข้อมือติดตามตัว ที่ถ้าถอดเมื่อไร มีสิทธิ์โดนเผาไหม้คาที่
ภารกิจของทีม Lazarus ในช่วงแรกคือไล่ตามร่องรอยของสกินเนอร์จากจุดต่างๆ ทั่วโลก
บุกค้น บังเกอร์ของสกินเนอร์ในอริโซนา (ตอนที่ 2)
ตามหา คุณย่าของสกินเนอร์ที่อิสตันบูล (ตอนที่ 3)
จับตัวแฮ็กเกอร์ Dr. 909 และนักลงทุน แซม สตีเฟนสัน ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของสกินเนอร์ (ตอนที่ 4)
ปะทะและเผชิญหน้ากับ ดร.อาเหม็ด ราห์มาน CEO ของบริษัท Delta Medicinal ผู้ผลิต Hapna ที่อ้างว่าไม่รู้เรื่องอันตรายของยาเลย (ตอนที่ 5)
ระหว่างนั้นทีมค้นพบว่าดร.สกินเนอร์ใช้วิธีส่งข้อมูลผ่านไฟล์เสียงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และเคยทดลองยากับลิงมาก่อน ซึ่งลิงเริ่มทยอยตายพร้อมลักษณะดวงตาที่เหมือนกลุ่มดาว
ทีม Lazarus เลยพยายามล่อเขาออกมาด้วยการประกาศว่ามี “ยาถอนพิษ” แต่แผนดันถูกแฮ็กเกอร์ชื่อ Popcorn Wizard แฉว่ามันเป็นของปลอม ทำให้หมากตานั้นพังยับ
ความลับในอดีต และเกมที่เริ่มอันตรายขึ้น (ตอนที่ 6–9)
ภารกิจเริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อความลับของสมาชิกทีมเริ่มโผล่ทีละคน
อีไลน่า เคยอยู่ในลัทธิบูชา AI ที่ชื่อ Naga ซึ่งใช้การสแกนสมองของสกินเนอร์มาเป็นต้นแบบ ทีม Lazarus จึงบุกเข้าไปในลัทธินี้และสามารถกู้ข้อมูลจาก Naga ออกมาได้ (ตอนที่ 6)
การวิเคราะห์ข้อมูลจาก Naga ทำให้เจอพิกัด 4 จุดในมหาสมุทร เป็นที่ดินที่สกินเนอร์เคยซื้อไว้ ที่นั่นชาวบ้านส่วนใหญ่มีภาวะ ไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่กำเนิด และสกินเนอร์เคยช่วยพวกเขาอพยพออกมาก่อนเกาะจะจมน้ำ (ตอนที่ 7)
คริส สมาชิกอีกคน ถูกอดีตทีมสายลับรัสเซียจับตัวไป ทำให้เผยอดีตว่าเธอเคยเป็นคนรักของหัวหน้าทีมสายลับ อินกา ซึ่งสุดท้ายยอมสละชีวิตเพื่อช่วยคริสให้หนีรอด (ตอนที่ 8)
ด้านการเมืองก็เริ่มตึงขึ้นเมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มไม่พอใจในความคืบหน้าของ Lazarus
ชนายเดอร์ จาก INSCOM พยายามโยนความผิดให้ทีม แต่ ลีแลนด์ ช่วยกันให้ทัน ด้านสกินเนอร์เองก็ออกรายงานตัวที่สอง ประกาศว่า เขาจะเป็นคนแรกที่ตายจาก Hapna ภายใน 10 วัน (ตอนที่ 9)
เบาะแสใหม่ ศัตรูเก่า และจุดปะทะ (ตอนที่ 10–12)
เบาะแสใหม่เริ่มโยงทุกอย่างกลับเข้าสู่ตัวสกินเนอร์อย่างช้าๆ
ยาที่ คริส เจอในบ้านของสกินเนอร์ถูกระบุว่าเป็น ยาสำหรับผู้ที่ปลูกถ่ายหัวใจเทียม ทำให้ทีมเดาว่าเขาเองก็น่าจะผ่านการปลูกถ่ายหัวใจมาก่อน มิลลี่ หมอผู้ผ่าตัดยืนยันเรื่องนี้ และให้ข้อมูลเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์มา (ตอนที่ 10)
เอเบล หนึ่งในผู้ดูแลทีม Lazarus เปิดเผยว่าสกินเนอร์เคยทดลอง Hapna ในเรือนจำที่แอริโซนา โดยมี แอ็กเซล เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากการทดลอง ทำให้แอ็กเซลถูกสั่งให้ไปตามหาหมอประจำเรือนจำนั้น (ตอนที่ 10)
ข้อมูลจากหัวใจเทียมชี้ไปที่ตัวจริงของ Popcorn Wizard คือ ลินน์ ที่ปากีสถาน เธอเป็นหนึ่งในผู้ป่วยที่เคยมีภาวะไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่กำเนิดที่มัลดีฟส์ และตอนนี้กำลังช่วยสกินเนอร์หลบหนี (ตอนที่ 10, 12)
สถานการณ์เริ่มเดือดขึ้น
เฮิร์ช ถูกจับในข้อหากบฏหลังพยายามแบล็กเมล์ชนายเดอร์ (ตอนที่ 11)
ดั๊ก และ อีไลน่า มุ่งหน้าไปปากีสถานเพื่อตามหาลินน์ ทั้งที่อีไลน่าป่วยหนักจากอาการไข้ (ตอนที่ 11)
แอ็กเซล ต้องสู้กับนักฆ่า โซริว ซึ่งชนายเดอร์จ้างมา โซริวเป็นนักฆ่าที่มีอดีตรุนแรงและมีภาวะหลายบุคลิก เขาพยายามฆ่าแอ็กเซลแต่ไม่สำเร็จ เพราะคริสเข้ามาช่วยไว้ (ตอนที่ 11)
ผ่านการร่วมเป็นร่วมตาย แอ็กเซลและคริสเริ่มยอมรับว่าพวกเขา ชอบการทำงานร่วมกับทีม Lazarus และทำให้แอ็กเซลรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป (ตอนที่ 12)
ในที่สุด ลินน์ ก็ยอมบอกที่ซ่อนของสกินเนอร์ว่าอยู่ที่แคมป์คนไร้บ้านใน Babylonia City (ตอนที่ 12)
ทุกอย่างมาถึงจุดวิกฤต เมื่อเวลาเหลือเพียง 1 วันก่อนที่สกินเนอร์จะตาย และโลกจะต้องเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ทั้งหมดของ Hapna
ตอนจบ The World Is Yours (ตอนที่ 13)
หลังจากได้รับบาดเจ็บหนัก แอ็กเซล ฟื้นตัวขึ้นที่คลินิกของมิลลี่ ระหว่างพักฟื้น เขาได้รับข้อความปริศนาที่ถอดรหัสได้ว่าเป็นคำท้าจาก โซริว เขาจึงตัดสินใจออกจากคลินิกไปเผชิญหน้า
ด้าน เอเบล สามารถจับตัว ชนายเดอร์ ได้ ในข้อหาพัฒนา อาวุธชีวภาพจาก Hapna พร้อมทั้งปล่อยตัว เฮิร์ช ให้เป็นอิสระ เฮิร์ชออกเดินทางไปหาสกินเนอร์เอง
บนยอดตึก Babylonia Tower การดวลครั้งสุดท้ายระหว่าง แอ็กเซล และ โซริว เริ่มขึ้น การต่อสู้จบลงเมื่อโซริวโดนเศษซากรูปปั้นที่หล่นลงมาทับจนเสียชีวิต
คริส เข้ามาช่วยพาแอ็กเซลกลับไปรวมตัวกับทีม Lazarus ที่แคมป์คนไร้บ้าน เพื่อเผชิญหน้ากับสกินเนอร์แบบตัวต่อตัว
ที่นั่น เอเบล เปิดเผยความจริงสำคัญว่า สกินเนอร์รู้ว่า INSCOM กำลังพัฒนา อาวุธชีวภาพจาก Hapna เขาจึงพยายามลักลอบเอาตัวอย่างออกมา แต่เกิดเหตุการณ์ปะทะกับ Delta Force ที่สนามบิน Schiphol จนตัวอย่างรั่วไหลโดยไม่ตั้งใจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
สมาชิกหลักของทีม Lazarus รอดจากเหตุการณ์นั้นทั้งหมด จึงกลายเป็นคนที่ มีภูมิคุ้มกันต่อ Hapna
เมื่อเผชิญหน้ากันตรงๆ สกินเนอร์ ยอมรับว่าเขา หมดศรัทธาในมนุษยชาติ หลังจากเห็นผลลัพธ์ของเหตุการณ์ครั้งนั้น และตั้งคำถามกับทีมว่า
โลกใบนี้…สมควรได้รับการช่วยชีวิตจริงๆ เหรอ?
แอ็กเซล ตอบกลับว่า แม้โลกจะเต็มไปด้วยปัญหาและความบิดเบี้ยว แต่ ก็ยังมีสิ่งที่มีค่าและคนที่ควรปกป้องอยู่ คำตอบนี้ทำให้สกินเนอร์สั่นคลอน
ท้ายที่สุด เขาตัดสินใจมอบ สูตรโครงสร้างยาถอนพิษของ Hapna ให้ ก่อนที่ตัวเองจะตายเพราะพิษของ Hapna เช่นกัน
หลังจบภารกิจ เอเบล สั่งปลดประจำการทีม Lazarus และให้การอภัยโทษทุกคนแบบเต็มรูปแบบ แต่เขาก็ยื่นข้อเสนอใหม่
ถ้าอยากช่วย “แก้โลก” ต่อ…ก็อยู่ด้วยกันต่อไหม?
สมาชิกทุกคนตอบตกลง ยาถอนพิษของ Hapna ถูกผลิตครั้งใหญ่และแจกจ่ายไปทั่วโลก ปิดฉากซีรีส์ด้วยโทนที่ถามคนดูเบาๆ ว่า
โลกที่ยังเต็มไปด้วยปัญหาแบบนี้…เรายังอยากพยายามช่วยมันอยู่ไหม?
ทีมงานเบื้องหลังที่คนสายอนิเมะน่าจับตา
Lazarus อาจจะไม่ใช่อนิเมะที่ทุกคนรัก แต่เบื้องหลังงานโปรดักชันถือว่ามีชื่อชั้นพอตัว
ผู้กำกับ: Watanabe Shinichiro (ผู้กำกับ Cowboy Bebop)
กำกับฉากต่อสู้: Chad Stahleski (ผู้กำกับภาพยนตร์ชุด John Wick ทั้งแฟรนไชส์)
ดีไซน์ตัวละคร: Hayashi Akemi
สตูดิโอ: (ไม่มีการระบุชัดเจนในข้อมูลต้นทาง)
เหมาะกับใคร…และควรคาดหวังอะไรจาก Lazarus
ถ้าคุณเป็นสายอ่านการ์ตูนหรือดูอนิเมะที่ชอบ
แอ็กชันเยอะๆ
งานเสียงและเพลงที่ตั้งใจ
บรรยากาศไซไฟทริลเลอร์ มีองค์กรลับ ยาอันตราย และเกมส์จิตวิทยาเบาๆ
Lazarus คือเรื่องที่น่าลองสักครั้ง
แต่อย่าคาดหวังว่า
จะได้ความลึกของตัวละครแบบดึงใจสุดๆ
จะได้พล็อตซับซ้อนชั้นแล้วชั้นเล่าระดับ mind-blown
ให้มองว่ามันคือ ไซไฟแอ็กชันไล่ล่าที่มีคำถามเชิงศีลธรรมเป็นเครื่องเคียง มากกว่าจะเป็นดราม่าจิตวิทยาหนักๆ แล้วคุณอาจจะสนุกกับมันได้มากกว่าที่คิด
สุดท้าย Lazarus ไม่ได้ถามแค่ตัวละครในเรื่อง…แต่มันแอบถามคนดูด้วยว่า
ถ้ารู้ว่าโลกกำลังเดินเข้าใกล้ความพังพินาศ คุณยังอยาก “เลือกช่วย” มันอยู่ไหม?

