ZestBuyZestBuy

กฎใหม่แอปเรียกรถ 2568: คนขับ–ผู้โดยสาร–แพลตฟอร์ม ต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง?

กฎใหม่แอปเรียกรถ 2568: คนขับ–ผู้โดยสาร–แพลตฟอร์ม ต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง?
ความสนใจ|ทริปมอเตอร์ไซค์

สรุปกฎใหม่แอปเรียกรถ ฉบับเข้าใจง่าย

มีประกาศฉบับใหม่ออกมาคุมเข้มบริการแพลตฟอร์มเรียกรถ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รับจ้างแบบแอปฯ ไม่ว่าจะเป็นคนขับ ไรเดอร์ ผู้ใช้งาน หรือแพลตฟอร์มเอง ล้วนต้องปรับตัวตามกติกาใหม่กันยกแผง

หัวใจสำคัญคือ คนขับต้องใช้รถที่จดทะเบียน “รถสาธารณะ” และต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก พร้อมกันนั้น แพลตฟอร์มก็ถูกบังคับให้เก็บข้อมูลและให้บริการตามมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น

ด้านล่างนี้คือฉบับย่อยง่าย แยกตามมุมของคนขับ ผู้ใช้ และแพลตฟอร์ม

กฎใหม่แอปเรียกรถ 2568: คนขับ–ผู้โดยสาร–แพลตฟอร์ม ต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง?

ทำใบขับขี่รถสาธารณะ ต้องเริ่มจากอะไรบ้าง?

ก่อนจะออกไปวิ่งงานบนแพลตฟอร์มในฐานะ “รถสาธารณะ” สิ่งแรกที่ต้องมีคือ ใบขับขี่รถสาธารณะ และการจดทะเบียนรถให้ถูกประเภท

เงื่อนไขพื้นฐานของผู้ขอใบขับขี่สาธารณะ

ผู้ที่จะทำใบขับขี่รถสาธารณะ ต้องเข้าเงื่อนไขหลัก ๆ ดังนี้

  • ต้องมีใบขับขี่รถส่วนบุคคลมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถสามล้อส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

  • อายุขั้นต่ำ

    • ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ (เช่น แท็กซี่, สามล้อสาธารณะ): ต้องอายุ 22 ปีขึ้นไป

    • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ: ต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป

  • ขับรถได้ดี และเข้าใจกฎหมายจราจร ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

  • ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง และไม่มีความพิการที่กระทบต่อการขับรถ

  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

  • ไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่

  • ประวัติการขับรถต้องสะอาดในระดับหนึ่ง คือไม่เคยมีคดีเกี่ยวกับการขับรถ หรือถูกปรับเกี่ยวกับการขับขี่ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป

  • ประวัติอาญาก็สำคัญ หากเคยต้องโทษจำคุก ต้องพ้นโทษมาแล้วตามเวลาขั้นต่ำ

    • จำคุกไม่เกิน 3 เดือน: ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน

    • จำคุกเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี: ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน

    • จำคุกเกิน 3 ปี: ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

    • กรณีอื่น ๆ เช่น โดนปรับ, รอลงอาญา, รอขึ้นศาล ต้องมีเอกสารจากสถานีตำรวจยืนยันและชี้แจงข้อมูลคดี

ขั้นตอนการทดสอบและออกใบขับขี่สาธารณะจะเป็นไปตามระเบียบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดในแต่ละช่วงเวลา

เอกสารที่ต้องเตรียม

ก่อนเดินเข้าขนส่งฯ อย่าลืมเช็กเอกสารให้ครบ ดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง

  • ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลที่มีอายุใช้งานมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี

  • ใบรับรองแพทย์ ที่ออกให้ไม่เกิน 1 เดือน

ค่าธรรมเนียมในการทำใบขับขี่สาธารณะ

  • ค่าคำขอ 5 บาท

  • กรณีรถยนต์สาธารณะ อายุใบอนุญาต 3 ปี: ค่าธรรมเนียม 300 บาท

  • กรณีรถยนต์สามล้อสาธารณะ อายุ 3 ปี: ค่าธรรมเนียม 150 บาท

  • กรณีรถจักรยานยนต์สาธารณะ อายุ 3 ปี: ค่าธรรมเนียม 150 บาท

สรุปง่าย ๆ: ถ้าอยากวิ่งงานแอปแบบถูกกฎหมายเต็มตัว ใบขับขี่สาธารณะคือใบเบิกทางใบแรกที่ต้องมี

จดทะเบียน “รถสาธารณะ” ต้องเข้าเกณฑ์แบบไหน?

พอมีใบขับขี่สาธารณะแล้ว เรื่องต่อไปคือการจดทะเบียนรถให้เป็น “รถสาธารณะ” ตามประเภทที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งในประกาศฉบับนี้พูดถึง 3 กลุ่มหลัก ๆ

1. รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (รย.6)

สำหรับรถยนต์รับจ้างที่บรรทุกคนไม่เกิน 7 คน ต้องเข้าเงื่อนไขด้านโครงสร้างตัวถังและสเปกตัวรถ เช่น

  • ความกว้างของรถ ไม่เกิน 2.50 เมตร และความยาว ไม่เกิน 6 เมตร

  • ต้องมีประตูอย่างน้อย 4 บาน และประตูเหล่านั้น ต้องไม่ใช้ระบบล็อกจากศูนย์กลาง (Central Lock)

  • กระจกหน้าต้องโปร่งใส ให้มองเห็นทั้งภายในรถและสภาพการจราจรภายนอกได้ชัดเจน

  • ห้ามติดฟิล์มหรือวัสดุใด ๆ ปิดทับกระจก ยกเว้นป้ายหรือเอกสารที่กฎหมายกำหนด
    • หากติดฟิล์มกันแดดที่กระจกหน้า ต้องอยู่ในขนาดและระดับความทึบแสงที่กรมการขนส่งทางบกอนุญาต

  • เครื่องยนต์ต้องมีความจุรวม ตั้งแต่ 1,000 ซีซีขึ้นไป

สำหรับรถที่จดทะเบียนเป็นแท็กซี่หรือรถยนต์รับจ้างก่อนวันที่ 17 เมษายน 2535 จะมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น

  • ต้องเป็นรถเก๋งสองตอน หรือเก๋งสองตอนที่มีพื้นที่บรรทุกภายในรถ

  • ตัวรถต้องผลิตสำเร็จจากผู้ผลิต ไม่ใช่การดัดแปลงเอง

  • ความกว้างต้องไม่เกิน 2.5 เมตร ความยาวไม่เกิน 6 เมตร

  • มีประตูอย่างน้อย 4 บาน

  • เครื่องยนต์ต้องมีความจุรวม ไม่ต่ำกว่า 1,500 ซีซี

ประเภทรถที่นับอยู่ในกลุ่ม “รถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน” เช่น

  • เก๋งสองตอน

  • เก๋งสองตอนแวน

  • เก๋งสามตอน

  • เก๋งสามตอนแวน

  • นั่งสองตอน

  • นั่งสองตอนแวน

  • นั่งสามตอน

  • นั่งสามตอนแวน

2. รถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17)

สายสองล้อก็มีเกณฑ์ชัดเจนเหมือนกัน รถมอเตอร์ไซค์ที่จะใช้วิ่งรับจ้างต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้

  • เป็นรถจักรยานยนต์สำหรับรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร

  • ความกว้าง ไม่เกิน 1.10 เมตร

  • ความยาว ไม่เกิน 2.50 เมตร

  • ความสูง ไม่เกิน 2 เมตร

  • ไม่รวม รถจักรยานยนต์ที่มีพ่วงข้าง และจักรยานที่ติดเครื่องยนต์

3. รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือแอปพลิเคชัน (รย.18)

กลุ่มนี้คือรถที่เรียกผ่านแอปโดยเฉพาะ ที่กำลังฮิตในชีวิตประจำวัน

  • ต้องมีการ เรียกรถผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น

  • ห้ามรับผู้โดยสารด้วยการโบกริมถนน แบบแท็กซี่ทั่วไป

  • ค่าบริการต้องคิดผ่านระบบแอปเท่านั้น ห้ามตกลงราคาแบบเหมาจ่ายนอกระบบ

ใครคิดจะใช้รถส่วนตัววิ่งแอป ต้องเช็กให้ชัดว่าเข้าเกณฑ์ รย.18 หรือไม่ และต้องไปจดทะเบียนให้ถูกประเภท

คนขับ – ผู้ใช้ – แพลตฟอร์ม ต้องทำอะไรบ้าง?

ประกาศฉบับนี้ไม่ได้จับตาแค่ฝั่งคนขับหรือรถเท่านั้น แต่ยังวางกติกาให้แพลตฟอร์มและผู้ใช้งานต้องปฏิบัติตาม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

หน้าที่ของคนขับรถผ่านแอป

คนขับหรือไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแพลตฟอร์มเรียกรถ ต้องทำตามเงื่อนไขเหล่านี้

  • รถที่ใช้รับงาน ต้องจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.18) อย่างถูกต้อง

  • ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ไม่ใช่ใช้แค่ใบขับขี่ส่วนบุคคล

  • ก่อนเริ่มงานในแต่ละวันต้อง พิสูจน์ตัวตนด้วยระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) ผ่านแอป

  • ห้ามให้ผู้อื่นใช้บัญชีขับแทนเด็ดขาด การใช้บัญชีร่วมกันถือว่าผิดเงื่อนไข

  • ต้อง แชร์ตำแหน่ง GPS แบบเรียลไทม์ ตลอดเวลาที่ให้บริการ

  • การติดต่อสื่อสารกับผู้โดยสารต้องทำผ่านระบบของแอปเท่านั้น ไม่เปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์จริงของทั้งสองฝ่าย

หน้าที่ของผู้ใช้แอปเรียกรถ

ฝั่งผู้โดยสารเองก็มีส่วนต้องปรับตัว เพื่อให้ระบบปลอดภัยและตรวจสอบได้มากขึ้น

  • ต้อง ยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน ตามวิธีที่แพลตฟอร์มกำหนด

  • สามารถเลือกประเภทรถ และ ดูราคาประเมินล่วงหน้า ก่อนกดยืนยันเรียกรถ

  • มีสิทธิ์ ยกเลิกการเดินทาง หรือเปลี่ยนปลายทาง ได้ ตามเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม

  • หลังจบทริปสามารถ ให้คะแนน รีวิว และร้องเรียนคนขับได้สะดวกขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลให้แพลตฟอร์มใช้ปรับปรุงระบบและคัดกรองคนขับ

หน้าที่ของแพลตฟอร์ม/แอปเรียกรถ

แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นแค่ตัวกลางอีกต่อไป แต่ถูกกำหนดให้ต้องรับผิดชอบหลายด้านมากขึ้น

  • ต้อง รายงานจำนวนรถทุกประเภท ที่อยู่ในระบบให้กรมการขนส่งทางบกทุกปี

  • การคิดราคาค่าโดยสารต้อง อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ใช่ตั้งราคาเองตามใจ

  • ต้องแสดงข้อมูลสำคัญให้ผู้โดยสารเห็นอย่างชัดเจนก่อนเริ่มเดินทาง เช่น
    • ข้อมูลคนขับ

    • ทะเบียนรถ

    • ราคาโดยประมาณ

    • เส้นทางหรือระยะทางโดยคร่าว

  • ต้องมี ปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่ใช้งานง่าย ทั้งสำหรับคนขับและผู้โดยสาร

  • ต้องมีทีมงานหรือพนักงานคอย รับแจ้งเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง

  • ต้องเก็บข้อมูลและแสดง ประวัติการเดินทางทุกครั้ง เพื่อใช้ตรวจสอบกรณีเกิดเหตุหรือมีข้อร้องเรียน

สรุป: ยุคใหม่ของการเรียกรถผ่านแอป

เมื่อกฎใหม่เริ่มบังคับใช้ โลกของการเรียกรถผ่านแอปจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

  • คนขับ ต้องลงทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการปรับรถและทำใบขับขี่ให้ถูกต้อง แต่แลกมาด้วยความน่าเชื่อถือและโอกาสในการทำงานระยะยาว

  • ผู้โดยสาร ได้ความชัดเจนเรื่องราคา ความปลอดภัย และช่องทางร้องเรียนที่มีระบบมากขึ้น

  • แพลตฟอร์ม ต้องยกระดับมาตรฐานทั้งด้านเทคโนโลยี การเก็บข้อมูล และการดูแลผู้ใช้ตลอดเส้นทาง

ใครที่คิดจะวิ่งงานแอป หรือใช้บริการเรียกรถเป็นประจำ ควรทำความเข้าใจกติกาใหม่เหล่านี้ให้ดี เพราะนี่คือทิศทางสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะยุคดิจิทัล ที่ทั้งสะดวกและต้องปลอดภัยไปพร้อมกัน

ZestBuy Take

สรุปกฎใหม่แอปเรียกรถ ฉบับเข้าใจง่ายมีประกาศฉบับใหม่ออกมาคุมเข้มบริการแพลตฟอร์มเรียกรถ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รับจ้างแบบแอปฯ ไม่ว่าจะเป็นคนขับ ไรเดอร์ ผู้ใช้งาน...

, ZestBuy editorial

ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

You May Also Like

เที่ยวภูเก็ตให้คุ้มสุด เลือกเช่ารถยังไงให้ตรงสไตล์และงบในกระเป๋า
ทริปมอเตอร์ไซค์

เที่ยวภูเก็ตให้คุ้มสุด เลือกเช่ารถยังไงให้ตรงสไตล์และงบในกระเป๋า

2026-01-28
ลองเป็นสายลุยตัวจริงกับ "ยานแม่" BMW R 1300 GS: จากคนขี่เป็นครั้งคราวสู่เอาตัวรอดบนทางฝุ่น
ทริปมอเตอร์ไซค์

ลองเป็นสายลุยตัวจริงกับ "ยานแม่" BMW R 1300 GS: จากคนขี่เป็นครั้งคราวสู่เอาตัวรอดบนทางฝุ่น

2026-01-30
ขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวญี่ปุ่นวันเดียวให้คุ้มสุด ด้วย NMAX 125 ทริปเดียวรู้เรื่อง!
ทริปมอเตอร์ไซค์

ขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวญี่ปุ่นวันเดียวให้คุ้มสุด ด้วย NMAX 125 ทริปเดียวรู้เรื่อง!

2026-01-30
สายทริปต้องอ่าน! เช่ามอเตอร์ไซค์เชียงใหม่ยังไงให้คุ้มสุด ปลอดภัยสุด
ทริปมอเตอร์ไซค์

สายทริปต้องอ่าน! เช่ามอเตอร์ไซค์เชียงใหม่ยังไงให้คุ้มสุด ปลอดภัยสุด

2026-01-30
ขี่ช้าแต่ชัวร์: Royal Enfield ชวนออกทริป Heritage Ride กรุงเทพฯ–อยุธยา เติมฟีลวันวาน
ทริปมอเตอร์ไซค์

ขี่ช้าแต่ชัวร์: Royal Enfield ชวนออกทริป Heritage Ride กรุงเทพฯ–อยุธยา เติมฟีลวันวาน

2026-01-30
Honda E-VO คาเฟ่เรเซอร์ไฟฟ้าโคตรไฮเทค ที่สายทริปต้องเริ่มจับตา!
ทริปมอเตอร์ไซค์

Honda E-VO คาเฟ่เรเซอร์ไฟฟ้าโคตรไฮเทค ที่สายทริปต้องเริ่มจับตา!

2026-01-30
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!