เมื่อ AI ถูกใช้ละเมิด ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างสรรค์
ผู้หญิงรายหนึ่งออกมาเล่ากับสื่อว่า เธอรู้สึก “ถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ และถูกทำให้กลายเป็นเพียงวัตถุทางเพศ” หลังมีคนใช้ปัญญาประดิษฐ์ Grok ของบริษัทในเครืออีลอน มัสก์ มาดัดแปลงภาพของเธอด้วยการลบเสื้อผ้าออกแบบดิจิทัล
เหตุการณ์นี้กลายเป็นตัวอย่างสด ๆ ว่า เมื่อเครื่องมือ AI ทรงพลังไปอยู่ในมือคนที่ขาดจริยธรรม ชีวิตจริงของคน ๆ หนึ่งอาจพังทลายได้ในไม่กี่คลิก
ภาพถูกดัดแปลง แต่ความรู้สึกเจ็บจริง
จากการรายงาน มีตัวอย่างหลายกรณีบนแพลตฟอร์ม X ที่ผู้ใช้สั่งให้แชตบอต “ถอดเสื้อผ้า” ผู้หญิงโดยไม่ขอความยินยอม เพื่อเปลี่ยนภาพให้ดูเหมือนเธอสวมบิกินีหรืออยู่ในบริบททางเพศ
เบื้องหลัง Grok คือบริษัท xAI ที่ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อกรณีเหล่านี้ มีเพียงข้อความตอบกลับอัตโนมัติแนวปฏิเสธว่า “สื่อกระแสหลักโกหก” เท่านั้น
หนึ่งในผู้เสียหายอย่าง ซาแมนธา สมิธ เล่าว่าภาพของเธอถูกนำไปดัดแปลง แล้วถูกโพสต์ต่อบน X จนมีคนเข้ามาแสดงความเห็นว่าตัวเองเคยเจอเหตุการณ์คล้ายกัน จากนั้นยิ่งมีผู้ใช้รายอื่นตามมาขอให้ Grok สร้างภาพของเธอในลักษณะทางเพศเพิ่มขึ้นไปอีก
เธอย้ำชัด ๆ ว่า “ผู้หญิงไม่ได้ยินยอมกับสิ่งนี้” และแม้ว่าภาพจะไม่ใช่ภาพโป๊เปลือยจริง แต่ความคล้ายตัวตนของเธอ และบริบททางเพศที่ถูกสร้างขึ้น ทำให้รู้สึกถูกละเมิดไม่ต่างจากการที่มีภาพโป๊หรือภาพใส่บิกินีของตัวเองถูกเอาไปเผยแพร่โดยไม่ได้อนุญาต
กฎหมายเริ่มขยับ: เทคโนโลยี ‘nudification’ อาจโดนแบน
ด้านโฆษกของกระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อ สั่งห้ามเครื่องมือประเภท ‘nudification’ ซึ่งใช้เปลี่ยนภาพให้ดูเหมือนเปลือยหรือกึ่งโป๊
ภายใต้ความผิดอาญาแบบใหม่ ผู้ที่พัฒนา จัดหา หรือให้บริการเทคโนโลยีรูปแบบนี้ อาจต้องเจอทั้งโทษจำคุกและค่าปรับจำนวนมาก ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า รัฐจะไม่ปล่อยให้ AI ถูกใช้เป็นอาวุธทางเพศโดยไม่มีกรอบควบคุม
หน่วยงานกำกับดูแลด้านสื่ออย่าง Ofcom ยังระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทเทคโนโลยีต้อง “ประเมินความเสี่ยง” ที่ผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรอาจเข้าถึงเนื้อหาผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มของตนเอง แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่ากำลังสอบสวน X หรือ Grok โดยตรงในประเด็นภาพที่สร้างด้วย AI หรือไม่
Grok: ผู้ช่วย AI ที่กลายเป็นประตูสู่คอนเทนต์ล่อแหลม
Grok ถูกออกแบบให้เป็นผู้ช่วย AI ที่เปิดให้ใช้ได้ฟรีบนแพลตฟอร์ม X และมีฟีเจอร์แบบพรีเมียมให้สมัครใช้งานเพิ่มเติม ผู้ใช้สามารถแท็ก Grok ใต้โพสต์เพื่อเรียกใช้ รวมถึงอัปโหลดภาพเข้าไปแก้ไขผ่านเครื่องมือปรับแต่งภาพด้วย AI
แต่ฟีเจอร์ที่ทรงพลังนี้ ก็กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า เปิดช่องให้คนสร้างทั้งภาพและวิดีโอแนวล่อแหลมหรือเนื้อหาทางเพศได้ง่ายกว่าที่เคย และในอดีต Grok ก็เคยถูกกล่าวหาว่าถูกนำไปใช้สร้างคลิปลามกที่เกี่ยวข้องกับคนดังมาแล้วด้วย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ แพลตฟอร์ม “ป้องกันได้” ถ้าอยากทำจริง
ศาสตราจารย์แคลร์ แม็กกลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเดอแรม ให้ความเห็นว่า แพลตฟอร์มอย่าง X หรือบริการ AI อย่าง Grok นั้น “มีศักยภาพที่จะป้องกันการละเมิดในลักษณะนี้ได้ หากตั้งใจจะทำจริง”
เธอตั้งข้อสังเกตว่า แพลตฟอร์มดูเหมือนจะได้ “เอกสิทธิ์ลอยนวล” เพราะปล่อยให้มีการสร้างและแชร์ภาพที่ละเมิดสิทธิผู้อื่นต่อเนื่องมาหลายเดือน โดยแทบไม่เห็นมาตรการจริงจัง หรือแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้ามาท้าทายอย่างชัดเจน
นโยบายเขียนสวย แต่การบังคับใช้คือของจริง
แม้ในเอกสารนโยบายการใช้งานของ xAI จะเขียนชัดว่า ห้าม “นำภาพลักษณ์ของบุคคลไปใช้ในลักษณะลามกอนาจาร” แต่คำถามคือ กติกาบนกระดาษเพียงพอจริงหรือ?
Ofcom ย้ำกับสื่อว่า การสร้างหรือเผยแพร่ภาพลับที่ไม่ได้รับความยินยอม รวมถึงสื่อที่มีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย และครอบคลุมถึง ‘ดีปเฟก’ ทางเพศที่สร้างด้วย AI ด้วย
แพลตฟอร์มอย่าง X จึงมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้อง:
ประเมินและลดความเสี่ยงที่ผู้ใช้จะเจอกับเนื้อหาผิดกฎหมาย
ลงมือจัดการ ลบเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายออกอย่างรวดเร็วทันทีที่รับรู้
เมื่อ AI สร้างภาพได้ เราต้องสร้าง “กรอบ” ให้ทัน
กรณีของ Grok ไม่ได้เป็นเพียงดราม่าชั่วคราว แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ของยุค AI ว่า เทคโนโลยีวิ่งเร็วกว่ากฎหมายและจริยธรรม
ผู้หญิงถูกทำให้กลายเป็นวัตถุ ในภาพที่ตนไม่เคยโพสต์และไม่เคยยินยอม
ชื่อเสียง ชีวิตส่วนตัว และความปลอดภัยทางจิตใจถูกแขวนไว้บนอัลกอริทึมที่ใครก็เข้าถึงได้
แพลตฟอร์มและผู้พัฒนา AI กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่า แค่มีนโยบาย “ห้ามทำ” นั้นเพียงพอจริงหรือไม่
ในวันที่ AI สามารถสร้างภาพและวิดีโอปลอมได้สมจริงเกินจินตนาการ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “เทคโนโลยีทำได้แค่ไหน” แต่อยู่ที่ว่า เราจะยอมให้มันถูกใช้เพื่อทำร้ายคนจริง ๆ ได้ไกลแค่ไหน
และนี่อาจเป็นเวลาที่ทั้งกฎหมาย แพลตฟอร์ม และผู้ใช้ทุกคน ต้องช่วยกันตั้งคำถาม เสียงดังพอ จนทำให้คนที่อยู่หลังเทคโนโลยี “ไม่มีข้ออ้างจะเพิกเฉย” ได้อีกต่อไป

