รับแอปรับแอป

ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะปะทุสูง 5,500 เมตร: แผนรับมือฝุ่นเถ้าฉบับคนชอบเที่ยวและคนอยู่ใกล้

ภาคภูมิ ศรีสุข01-31

ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะปะทุครั้งใหญ่บนคิวชู

ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะบนเกาะคิวชูตอนใต้ของญี่ปุ่นเกิดการปะทุขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กลุ่มเถ้าภูเขาไฟพุ่งสูงขึ้นเหนือปล่องมากกว่า 5,500 เมตร หรือราว 3.4 ไมล์ สร้างกลุ่มเมฆเถ้าขนาดใหญ่ปกคลุมท้องฟ้าในบริเวณโดยรอบ

ภูเขาชินโมเอดาเกะเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคิริชิมะ ซึ่งทอดยาวพาดผ่านพรมแดนระหว่างจังหวัดคาโกชิมะและจังหวัดมิยาซากิ เทือกเขาแห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ภูเขาไฟสำคัญของญี่ปุ่น มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่หลายลูกและเคยมีประวัติการปะทุมาหลายครั้ง

พื้นที่ภูเขาไฟคิริชิมะจึงเป็นโซนที่ต้องติดตามใกล้ชิดสำหรับทั้งนักปีนเขา นักท่องเที่ยว และผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

เมืองรอบภูเขาไฟที่ได้รับผลกระทบ

การปะทุของชินโมเอดาเกะส่งผลต่อเมืองและชุมชนโดยรอบ โดยเฉพาะเมืองที่ตั้งอยู่ในทิศทางลมและอยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟ เมืองที่ถูกระบุว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปะทุครั้งนี้ ได้แก่

  • โคบายาชิ

  • โคเก็น

  • ซู

ในหลายพื้นที่ใกล้ภูเขาไฟมีการตรวจพบคุณภาพอากาศในระดับ ปานกลาง เถ้าภูเขาไฟและมลพิษในอากาศสามารถถูกลมพัดพาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนตัวไปยังเกาะฮอนชูและส่วนอื่น ๆ ของญี่ปุ่นได้

กล่าวคือ ต่อให้ไม่ได้อยู่ติดภูเขาไฟ หากอยู่ในเส้นทางลม ก็ยังมีโอกาสได้รับผลกระทบจากฝุ่นเถ้าและหมอกควันภูเขาไฟได้เช่นกัน

คุณภาพอากาศโดยรอบภาคใต้ของญี่ปุ่นในช่วงหลังการปะทุมีฝุ่นเถ้ากระจายวงกว้าง การติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งสำหรับคนท้องถิ่นและผู้ที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยว

สถานะล่าสุดของการปะทุ

ชินโมเอดาเกะเป็นภูเขาไฟที่ยังมีพลังและอยู่ในกลุ่มภูเขาไฟที่ต้องจัดระบบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การปะทุของภูเขาไฟ ไม่สามารถควบคุมได้ ในความหมายแบบปิดสวิตช์หยุด แต่สามารถติดตาม ตรวจวัด และเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อจำกัดความเสี่ยงได้

จากรายงานช่วงล่าสุด ระบุว่าการปะทุที่เริ่มขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 สิงหาคม 2568 มีแนวโน้มสงบลงราวเวลา 14:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น แม้การพ่นเถ้าและกิจกรรมบริเวณปล่องจะเบาลง แต่ภูเขาไฟยังคงถือว่าอยู่ในภาวะ ปะทุอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงเฝ้าติดตามข้อมูลการสั่นสะเทือนและกลุ่มเถ้าอย่างใกล้ชิด

สำหรับคนที่วางแผนไปปีนเขาหรือเที่ยวชมธรรมชาติแถบคิริชิมะ การเช็กสถานะภูเขาไฟแบบวันต่อวันจึงจำเป็นมาก

การเตือนภัยและมาตรการห่างพื้นที่เสี่ยง

เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนการปะทุของภูเขาไฟ พร้อมทั้งคงระดับการเตือนภัยไว้ที่ระดับ 3 จากระบบเตือนภัยภูเขาไฟ 5 ระดับของญี่ปุ่น ระดับนี้หมายถึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ภูเขาไฟอย่างจริงจัง

คำแนะนำหลัก ๆ ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณปากปล่องภูเขาไฟในรัศมีอย่างน้อย 3 กิโลเมตร

  • ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากหินภูเขาไฟก้อนใหญ่ที่อาจปลิวมาตกได้

  • เฝ้าระวังกระแสไพโรคลาสติก ซึ่งเป็นกลุ่มก๊าซร้อนและเศษหินที่ไหลลงจากภูเขาไฟด้วยความเร็วสูง

แม้ในขณะนี้จะยัง ไม่มีคำสั่งอพยพภาคบังคับ แต่เจ้าหน้าที่ย้ำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังภายในรัศมี 3 กิโลเมตรจากภูเขาไฟ หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็นในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีเถ้าภูเขาไฟตกหนัก และขับรถด้วยความระมัดระวังเนื่องจากผิวถนนอาจลื่นและทัศนวิสัยแย่ลง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การจัดการเถ้าภูเขาไฟ หน่วยงานท้องถิ่นเน้นว่าควรเร่งกำจัดเถ้าภูเขาไฟที่ตกค้างโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติจากตะกอน โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟเมื่อรวมตัวกับน้ำอาจกลายเป็นโคลนถล่มหรือไหลบ่าลงพื้นที่ต่ำได้

วิธีป้องกันตัวจากควันและเถ้าภูเขาไฟ

สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ การเตรียมตัวล่วงหน้าคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดต่อควันและฝุ่นเถ้าภูเขาไฟ

หลักการสำคัญคือ ลดการรับฝุ่นเข้าปอดและป้องกันเถ้าไม่ให้เข้าสู่บ้านหรืออาคารให้มากที่สุด

คุณสามารถเริ่มจากขั้นตอนเหล่านี้ได้เลย:

  • ติดตามการแจ้งเตือนและข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

  • ปิดประตู หน้าต่าง และช่องระบายอากาศที่ไม่จำเป็น ลดโอกาสที่ฝุ่นเถ้าจะเล็ดลอดเข้ามา

  • ตั้งค่าระบบ HVAC หรือเครื่องปรับอากาศให้เป็นโหมดหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ไม่ดูดอากาศจากด้านนอกเข้ามาเพิ่ม

  • เตรียมหน้ากากกรองฝุ่นที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก

  • หากคุณจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ให้พยายามจำกัดเวลาอยู่กลางแจ้ง และสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น แว่นตาและหน้ากากที่กระชับใบหน้า

สรุป: รักการปีนเขา ต้องรักการเช็กความเสี่ยงด้วย

ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะและเทือกเขาคิริชิมะเป็นจุดหมายที่ดึงดูดสายลุยสายปีนเขาทั่วโลก ด้วยภูมิประเทศที่สวยงามและธรรมชาติอันดิบดั้งเดิม แต่ความงดงามนี้มาพร้อมพลังของธรรมชาติที่ต้องให้ความเคารพ

ใครที่มีแผนไปปีนเขา เที่ยวชม หรืออาศัยอยู่ในแถบนี้ควร:

  • ตรวจสอบสถานะภูเขาไฟและคุณภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง

  • ทำความเข้าใจระดับการเตือนภัยของภูเขาไฟญี่ปุ่น

  • วางแผนเส้นทางเผื่อกรณีต้องเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

ขึ้นเขาได้ แต่อย่าขึ้นแบบไม่รู้เกมของภูเขาไฟ เมื่อเตรียมตัวดี รู้เท่าทันความเสี่ยง และไม่ประมาท คุณก็ยังสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น แม้ในดินแดนที่ภูเขาไฟยังหายใจอยู่ก็ตาม