ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะปะทุครั้งใหญ่บนคิวชู
ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะบนเกาะคิวชูตอนใต้ของญี่ปุ่นเกิดการปะทุขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กลุ่มเถ้าภูเขาไฟพุ่งสูงขึ้นเหนือปล่องมากกว่า 5,500 เมตร หรือราว 3.4 ไมล์ สร้างกลุ่มเมฆเถ้าขนาดใหญ่ปกคลุมท้องฟ้าในบริเวณโดยรอบ
ภูเขาชินโมเอดาเกะเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคิริชิมะ ซึ่งทอดยาวพาดผ่านพรมแดนระหว่างจังหวัดคาโกชิมะและจังหวัดมิยาซากิ เทือกเขาแห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ภูเขาไฟสำคัญของญี่ปุ่น มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่หลายลูกและเคยมีประวัติการปะทุมาหลายครั้ง
พื้นที่ภูเขาไฟคิริชิมะจึงเป็นโซนที่ต้องติดตามใกล้ชิดสำหรับทั้งนักปีนเขา นักท่องเที่ยว และผู้อยู่อาศัยในพื้นที่
เมืองรอบภูเขาไฟที่ได้รับผลกระทบ
การปะทุของชินโมเอดาเกะส่งผลต่อเมืองและชุมชนโดยรอบ โดยเฉพาะเมืองที่ตั้งอยู่ในทิศทางลมและอยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟ เมืองที่ถูกระบุว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปะทุครั้งนี้ ได้แก่
โคบายาชิ
โคเก็น
ซู
ในหลายพื้นที่ใกล้ภูเขาไฟมีการตรวจพบคุณภาพอากาศในระดับ ปานกลาง เถ้าภูเขาไฟและมลพิษในอากาศสามารถถูกลมพัดพาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนตัวไปยังเกาะฮอนชูและส่วนอื่น ๆ ของญี่ปุ่นได้
กล่าวคือ ต่อให้ไม่ได้อยู่ติดภูเขาไฟ หากอยู่ในเส้นทางลม ก็ยังมีโอกาสได้รับผลกระทบจากฝุ่นเถ้าและหมอกควันภูเขาไฟได้เช่นกัน

คุณภาพอากาศโดยรอบภาคใต้ของญี่ปุ่นในช่วงหลังการปะทุมีฝุ่นเถ้ากระจายวงกว้าง การติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งสำหรับคนท้องถิ่นและผู้ที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยว
สถานะล่าสุดของการปะทุ
ชินโมเอดาเกะเป็นภูเขาไฟที่ยังมีพลังและอยู่ในกลุ่มภูเขาไฟที่ต้องจัดระบบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การปะทุของภูเขาไฟ ไม่สามารถควบคุมได้ ในความหมายแบบปิดสวิตช์หยุด แต่สามารถติดตาม ตรวจวัด และเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อจำกัดความเสี่ยงได้
จากรายงานช่วงล่าสุด ระบุว่าการปะทุที่เริ่มขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 สิงหาคม 2568 มีแนวโน้มสงบลงราวเวลา 14:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น แม้การพ่นเถ้าและกิจกรรมบริเวณปล่องจะเบาลง แต่ภูเขาไฟยังคงถือว่าอยู่ในภาวะ ปะทุอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงเฝ้าติดตามข้อมูลการสั่นสะเทือนและกลุ่มเถ้าอย่างใกล้ชิด
สำหรับคนที่วางแผนไปปีนเขาหรือเที่ยวชมธรรมชาติแถบคิริชิมะ การเช็กสถานะภูเขาไฟแบบวันต่อวันจึงจำเป็นมาก
การเตือนภัยและมาตรการห่างพื้นที่เสี่ยง
เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนการปะทุของภูเขาไฟ พร้อมทั้งคงระดับการเตือนภัยไว้ที่ระดับ 3 จากระบบเตือนภัยภูเขาไฟ 5 ระดับของญี่ปุ่น ระดับนี้หมายถึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ภูเขาไฟอย่างจริงจัง
คำแนะนำหลัก ๆ ได้แก่
หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณปากปล่องภูเขาไฟในรัศมีอย่างน้อย 3 กิโลเมตร
ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากหินภูเขาไฟก้อนใหญ่ที่อาจปลิวมาตกได้
เฝ้าระวังกระแสไพโรคลาสติก ซึ่งเป็นกลุ่มก๊าซร้อนและเศษหินที่ไหลลงจากภูเขาไฟด้วยความเร็วสูง
แม้ในขณะนี้จะยัง ไม่มีคำสั่งอพยพภาคบังคับ แต่เจ้าหน้าที่ย้ำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังภายในรัศมี 3 กิโลเมตรจากภูเขาไฟ หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็นในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีเถ้าภูเขาไฟตกหนัก และขับรถด้วยความระมัดระวังเนื่องจากผิวถนนอาจลื่นและทัศนวิสัยแย่ลง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การจัดการเถ้าภูเขาไฟ หน่วยงานท้องถิ่นเน้นว่าควรเร่งกำจัดเถ้าภูเขาไฟที่ตกค้างโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติจากตะกอน โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟเมื่อรวมตัวกับน้ำอาจกลายเป็นโคลนถล่มหรือไหลบ่าลงพื้นที่ต่ำได้
วิธีป้องกันตัวจากควันและเถ้าภูเขาไฟ
สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ การเตรียมตัวล่วงหน้าคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดต่อควันและฝุ่นเถ้าภูเขาไฟ
หลักการสำคัญคือ ลดการรับฝุ่นเข้าปอดและป้องกันเถ้าไม่ให้เข้าสู่บ้านหรืออาคารให้มากที่สุด
คุณสามารถเริ่มจากขั้นตอนเหล่านี้ได้เลย:
ติดตามการแจ้งเตือนและข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
ปิดประตู หน้าต่าง และช่องระบายอากาศที่ไม่จำเป็น ลดโอกาสที่ฝุ่นเถ้าจะเล็ดลอดเข้ามา
ตั้งค่าระบบ HVAC หรือเครื่องปรับอากาศให้เป็นโหมดหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ไม่ดูดอากาศจากด้านนอกเข้ามาเพิ่ม
เตรียมหน้ากากกรองฝุ่นที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก
หากคุณจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ให้พยายามจำกัดเวลาอยู่กลางแจ้ง และสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น แว่นตาและหน้ากากที่กระชับใบหน้า
สรุป: รักการปีนเขา ต้องรักการเช็กความเสี่ยงด้วย
ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะและเทือกเขาคิริชิมะเป็นจุดหมายที่ดึงดูดสายลุยสายปีนเขาทั่วโลก ด้วยภูมิประเทศที่สวยงามและธรรมชาติอันดิบดั้งเดิม แต่ความงดงามนี้มาพร้อมพลังของธรรมชาติที่ต้องให้ความเคารพ
ใครที่มีแผนไปปีนเขา เที่ยวชม หรืออาศัยอยู่ในแถบนี้ควร:
ตรวจสอบสถานะภูเขาไฟและคุณภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง
ทำความเข้าใจระดับการเตือนภัยของภูเขาไฟญี่ปุ่น
วางแผนเส้นทางเผื่อกรณีต้องเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
ขึ้นเขาได้ แต่อย่าขึ้นแบบไม่รู้เกมของภูเขาไฟ เมื่อเตรียมตัวดี รู้เท่าทันความเสี่ยง และไม่ประมาท คุณก็ยังสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น แม้ในดินแดนที่ภูเขาไฟยังหายใจอยู่ก็ตาม

