รับแอปรับแอป

มหิดลจับมือกระทรวงดีอีเอส ดัน e-Office และ Smart Health ปักหมุดสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัลเต็มตัว

ศิวกร จันทร์งาม01-30

ก้าวสำคัญของมหิดลสู่ยุคดิจิทัล

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการใช้งานระบบ e-Office บนบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภายในมหาวิทยาลัย และขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือนี้ครอบคลุมทั้งด้านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรองรับบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะแรงขับเคลื่อนสำคัญของรัฐบาลดิจิทัล

e-Office บน GDCC Cloud: จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน

ภายใต้กรอบความร่วมมือครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลได้นำระบบ e-Office บน GDCC Cloud มาประยุกต์ใช้กับงานสารบรรณและการบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ

ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การทำงานมี

  • ความคล่องตัวมากขึ้น

  • ความโปร่งใส ตรวจสอบได้

  • ความปลอดภัยของข้อมูลที่ได้มาตรฐานภาครัฐ

พร้อมทั้งตอบโจทย์นโยบาย “Go Cloud First” ของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้หน่วยงานต่าง ๆ ขยับขึ้นสู่ระบบคลาวด์เป็นลำดับแรก

นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการทำงานแบบสองภาษา (ไทย–อังกฤษ) ช่วยให้บุคลากรทุกระดับสามารถใช้งานได้สะดวก และเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงกระบวนการทำงานของทุกส่วนงานให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกันอย่างแท้จริง

Smart Health Platform และการเรียนรู้แห่งอนาคต

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือ คือ การพัฒนา แพลตฟอร์มสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Health Platform) และระบบการเรียนรู้แห่งอนาคต โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เป็นหัวใจสำคัญ

แนวทางนี้มุ่งเน้นไปที่

  • การลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ขั้นสูง

  • การเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้รับบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน

  • การสร้างรากฐานความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศ

ด้วยศักยภาพและจุดแข็งด้านการแพทย์และสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยมหิดล การพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงโครงการเชิงเทคนิค แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพและการเรียนรู้ ที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว

นิทรรศการโชว์ของ: ส่องนวัตกรรมสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยดิจิทัล” ผ่าน 4 โครงการสำคัญ ได้แก่

  • MU Sandbox โดยกองเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • MAVIS โดยกองเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • AITHAIGEN AI LEARNING PLATFORM โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์

  • The Wazuh โดยคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

แต่ละโครงการล้วนเป็นตัวอย่างของการผสานเทคโนโลยีกับการเรียนรู้และการบริหารจัดการยุคใหม่ แสดงให้เห็นถึงทิศทางชัดเจนของมหาวิทยาลัยในการเดินหน้าสู่การเป็น Digital University อย่างเต็มรูปแบบ

มหิดลกับบทบาทต้นแบบการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลภาครัฐ

ความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยมหิดลในการเป็นต้นแบบขององค์กรภาครัฐที่กล้าปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง

ด้วยการนำระบบ e-Office ขึ้นคลาวด์ การพัฒนา Smart Health Platform และการสร้างระบบการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Big Data มหิดลไม่เพียงแค่เปลี่ยนวิธีทำงานภายใน แต่ยังมีส่วนช่วย ขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

ในภาพรวม ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามบนกระดาษ แต่คือการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่จะกำหนดทิศทางอนาคตของทั้งมหาวิทยาลัย และระบบดิจิทัลภาครัฐในระยะยาว