Plant-Based กระแสมาแรง เปลี่ยนโลกอาหารจากจานเนื้อสู่จานพืช
อาหารจากพืช หรือ Plant-Based Food ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในขุมพลังสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งในไทยและต่างประเทศ
เบื้องหลังการเติบโตนี้ ไม่ได้มาจากกลุ่มมังสวิรัติหรือวีแกนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่หันมาลดเนื้อสัตว์ และมองหาอาหารที่ดีต่อทั้งตัวเองและโลกไปพร้อมกัน
3 แรงขับหลักที่ทำให้ Plant-Based โตไม่หยุด
ตลาด Plant-Based ในวันนี้มีแรงส่งสำคัญจาก 3 ปัจจัยหลัก ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างตรงจุด
1) สุขภาพ (Health)
ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากขึ้น ทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด ซึ่งหลายโรคเชื่อมโยงกับการบริโภคเนื้อสัตว์และไขมันอิ่มตัว ทำให้หลายคนเริ่มมองหา “ตัวเลือกที่เบากว่า” และพบว่าอาหารจากพืชคือคำตอบที่น่าสนใจ2) จริยธรรม (Ethics)
กระแสการใส่ใจสวัสดิภาพสัตว์ และการไม่สนับสนุนการเบียดเบียนสัตว์ เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากหันมาลดการบริโภคเนื้อสัตว์ แม้จะไม่ได้งด 100% แต่ก็เริ่มเปลี่ยนมาเลือกเมนูจากพืชมากขึ้นในชีวิตประจำวัน3) ความยั่งยืน (Sustainability)
การผลิตอาหารจากพืชใช้ทรัพยากรน้อยกว่า และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าปศุสัตว์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเรื่องการใช้ที่ดิน น้ำ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจปัญหาสภาพภูมิอากาศ และอยากกินอย่างไม่ทำร้ายโลกเกินไป
เมื่อสุขภาพ จริยธรรม และความยั่งยืนเดินมาด้วยกัน Plant-Based จึงไม่ใช่แค่เมนูทางเลือก แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของการกิน
Flexitarian: ตัวจริงที่ขับเคลื่อนตลาด Plant-Based
เมื่อพูดถึง Plant-Based หลายคนจะนึกถึงมังสวิรัติ (Vegetarian) หรือวีแกน (Vegan) แต่ในเชิงตลาดแล้ว กลุ่มที่ทรงพลังที่สุดกลับเป็นกลุ่มที่อาจยังไม่ “เลิกเนื้อ” แบบ 100%
กลุ่มนั้นคือ Flexitarian – คนที่ยังทานเนื้อสัตว์อยู่ แต่ “ตั้งใจลด” ปริมาณลง และหันมาเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืชในทุกมื้อ
เป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่
มีพฤติกรรมเปิดรับสินค้าใหม่ ๆ
ยินดีจ่ายเพื่อสินค้าที่ดีต่อสุขภาพและโลกมากขึ้น
กลุ่ม Flexitarian นี่แหละ คือฟันเฟืองสำคัญที่ผลักดันให้ตลาด Plant-Based โตแบบก้าวกระโดดไปทั่วโลก
ตลาด Plant-Based ไทย: ดาวรุ่งดวงใหม่ของอุตสาหกรรมอาหาร
ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมอาหารกำลังเปลี่ยนทิศ และอาหารจากพืชกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่งใน “ตัวเอก” ของเกมนี้
จากผลการศึกษาด้านภาพอนาคตสินค้าเกษตรสำคัญของไทย พบว่า ตลาด Plant-Based Food ในประเทศไทยมีมูลค่า 45,000 ล้านบาท ในปี 2567
และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดจะขยับขึ้นอีกประมาณ 10% แตะที่ 49,500 ล้านบาท ตามแรงหนุนของผู้บริโภคที่
สนใจสุขภาพมากขึ้น
ใส่ใจจริยธรรมต่อสัตว์
ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
สัญญาณทั้งหมดบอกชัดเจนว่า ตลาด Plant-Based ในไทยยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมากในอนาคต

เทรนด์โลก: จากกระแสเฉพาะกลุ่ม สู่เมนูกระแสหลัก
ทิศทางของไทยสอดคล้องกับเวทีโลกอย่างชัดเจน ข้อมูลจาก Future Market Insights (FMI) ระบุว่า ตลาดอาหารจากพืชทั่วโลกกำลังขยายตัวแบบน่าจับตา
ปี 2568 มูลค่าตลาดทั่วโลกคาดว่าจะอยู่ที่ 14,225.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 459,904 ล้านบาท)
ปี 2578 ตัวเลขนี้อาจพุ่งขึ้นถึง 44,181.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,428,401 ล้านบาท)
ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงถึง 12%
เรียกได้ว่า Plant-Based กำลังเดินหน้าไต่ระดับจาก “เมนูเฉพาะกลุ่ม” ขึ้นสู่การเป็น “ตลาดใหญ่ระดับโลก” อย่างเต็มตัว
5 กลุ่มสินค้า Plant-Based ที่กำลังมาแรง
สินค้าอาหารจากพืชในวันนี้ไม่ได้มีแค่ “สเต๊กจากถั่ว” หรือ “นมถั่วเหลือง” อีกต่อไป แต่ขยายตัวออกเป็นหลากหลายหมวดหมู่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์
5 กลุ่มสินค้าหลักของตลาด Plant-Based ได้แก่
เนื้อทางเลือก (Plant-Based Meat)
ผลิตภัณฑ์ที่เลียนแบบหน้าตา รสชาติ และเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์ แต่ทำจากวัตถุดิบจากพืช เช่น โปรตีนจากถั่ว เห็ด หรือธัญพืชต่าง ๆนมทางเลือก (Plant-Based Milk)
เช่น นมอัลมอนด์ นมโอ๊ต นมถั่วเหลือง นมมะพร้าว เป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่แพ้นมวัว หรืออยากลดการบริโภคนมจากสัตว์ไข่ทางเลือก (Egg Alternative)
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนไข่ในการทำอาหารหรือเบเกอรี่ เหมาะกับสายแพ้ไข่ หรือผู้บริโภคที่งดสินค้าจากสัตว์ขนม (Snacks & Desserts)
ขนมขบเคี้ยวและของหวานที่ใช้วัตถุดิบจากพืช ลดส่วนผสมจากสัตว์ลง แต่ยังคงความอร่อย กินเพลินแต่รู้สึกผิดน้อยลงเครื่องดื่ม (Beverages)
ตั้งแต่สมูทตี้ น้ำผักผลไม้ เครื่องดื่มโปรตีนจากพืช ไปจนถึงเมนูสุขภาพพร้อมดื่มที่ตอบโจทย์ทั้งฟิตเนสและสายทำงาน
ทั้งหมดนี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จริยธรรม และเทคโนโลยีอาหาร ที่ช่วยพลิกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและกลยุทธ์ของธุรกิจอาหาร
เราอาจกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จากยุค “จานเนื้อ” ไปสู่ “จานพืช” อย่างจริงจัง

ไทยในอนาคต: แหล่งวัตถุดิบอาหารสุขภาพของโลก?
รายงาน Foresight ว่าด้วยภาพอนาคตสินค้า Plant-Based Food ของไทย ได้วางฉากทัศน์อนาคตไว้หลากหลายรูปแบบ โดยมีหนึ่งฉากทัศน์หลักที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
ฉากทัศน์หลัก (Probable Future) คือการที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็น “แหล่งวัตถุดิบอาหารเพื่อสุขภาพของโลก” ผ่านการ
ผลิตวัตถุดิบจากพืชที่มีคุณภาพ
ส่งออกสินค้า Plant-Based สู่ตลาดต่างประเทศ
พัฒนานวัตกรรมอาหารจากพืชต่อยอดจากฐานเกษตรของไทย
นอกจากนั้น ยังมีอีก 3 ฉากทัศน์ทางเลือก (Alternative Futures) ที่ชี้โอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศ ได้แก่
การพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลาง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงกับอาหารสุขภาพ
การก้าวขึ้นมาเป็น ผู้นำด้านธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพระดับโลก
การยกระดับการแปรรูปสินค้าเกษตรไทยให้กลายเป็น Plant-Based Food คุณภาพสูง ป้อนตลาดต่างประเทศ
หากเดินเกมถูก ไทยมีศักยภาพจะไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตวัตถุดิบดิบ แต่กลายเป็นผู้เล่นสำคัญใน “ห่วงโซ่คุณค่าอาหารจากพืช” ของโลกได้อย่างแท้จริง
Roadmap 6 ด้าน ปักธงไทยในสนาม Plant-Based
เพื่อให้การพัฒนา Plant-Based Food ในไทยเดินหน้าอย่างเป็นระบบ จึงมีการวาง แนวทางเชิงนโยบายระยะปี 2567 – 2576 ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่
1) การผลิตและแปรรูป
ยกระดับคุณภาพการผลิตและเทคโนโลยีแปรรูปสินค้าเกษตรให้เหมาะกับการนำไปพัฒนาเป็นอาหารจากพืช เพิ่มมูลค่าและความหลากหลายของสินค้า2) การตลาดและการท่องเที่ยว
เชื่อมโยง Plant-Based เข้ากับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย อาหารไทย และ Soft Power เพื่อสร้างจุดขายที่ไม่เหมือนใคร3) การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ลงทุนใน R&D เพื่อพัฒนารสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการของ Plant-Based ให้ใกล้เคียงหรือเหนือกว่าอาหารจากสัตว์4) ฐานข้อมูล
สร้างระบบข้อมูลที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต การบริโภค และตลาด เปรียบเสมือน “เรดาร์” ที่ช่วยให้ภาครัฐและเอกชนตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น5) การลงทุน
ดึงดูดการลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ สตาร์ตอัป และผู้เล่นเดิมที่ต้องการปรับตัวเข้าสู่ตลาด Plant-Based6) การพัฒนากฎหมายและมาตรฐาน
ปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐาน และข้อกำกับต่าง ๆ ให้ทันกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและคู่ค้าต่างประเทศ
Roadmap นี้คือเข็มทิศสำคัญ ที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนธุรกิจ Plant-Based ไทยไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โอกาสและความท้าทาย: ใครเข้าใจเทรนด์ก่อน คนนั้นชนะ
ในขณะที่โอกาสเติบโตของ Plant-Based ดูสดใส ความท้าทายก็ไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่อง “เทรนด์ผู้บริโภค” ที่เปลี่ยนเร็ว และไม่เคยหยุดนิ่ง
ผู้ประกอบการที่อยากเข้าสู่ตลาดนี้จึงต้อง
จับสัญญาณเทรนด์ผู้บริโภคให้ทัน
ทำความเข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ “อยากกินอะไร” และ “ไม่อยากกินอะไร”
มองให้ออกว่าพวกเขาให้คุณค่ากับเรื่องใดเป็นพิเศษ
หัวใจสำคัญคือ การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จริง ๆ ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพบนฉลาก แต่ต้อง
อร่อย – รสชาติถูกปากผู้บริโภค
ได้เนื้อสัมผัส – ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับอาหารที่คุ้นเคย
แตกต่าง – มีจุดเด่นที่ทำให้คนอยากลองและอยากกลับมาซื้อซ้ำ
หนึ่งในทิศทางที่น่าสนใจคือการสร้าง “เมนูอัตลักษณ์ไทย” ในรูปแบบ Plant-Based ที่ยังคงเอกลักษณ์รสชาติอาหารไทย เช่น ความจัดจ้าน ความหอมของสมุนไพร และการผสมผสานรสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด ได้อย่างลงตัว
ควบคู่ไปกับนั้น ผู้ประกอบการยังต้อง
บริหารจัดการต้นทุนให้แข่งขันได้
ขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ทั้งหน้าร้าน ออนไลน์ และช่องทางใหม่ ๆ
สุดท้ายแล้ว ตลาด Plant-Based ไม่ได้วัดกันที่ใครเริ่มก่อน แต่ใคร “เข้าใจผู้บริโภค” และ “สร้างคุณค่าจริง” ได้มากกว่า
สรุป: จากเทรนด์เฉพาะกลุ่ม สู่วิถีการกินของคนยุคใหม่
Plant-Based กำลังกลายเป็นคำตอบของคนรุ่นใหม่ที่อยากบาลานซ์หลายเรื่องในมื้อเดียว ทั้งสุขภาพ ความสบายใจเรื่องสัตว์ และความห่วงใยต่อโลก
ในระดับโลก ตัวเลขการเติบโตชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการบริโภคอาหาร
สำหรับไทย เรามีทั้งฐานเกษตร วัตถุดิบ อาหารอร่อย และวัฒนธรรมการกินที่โดดเด่น หากต่อจิ๊กซอว์ให้ลงตัวระหว่าง นวัตกรรม + อัตลักษณ์ไทย + การจับเทรนด์ผู้บริโภคให้แม่น เรามีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของโลกในสนาม Plant-Based ได้ไม่ยาก
โลกกำลังเดินหน้าไปทาง “จานพืช” คำถามคือ เราจะเลือกเป็นแค่ผู้ตามเทรนด์ หรือจะลุกขึ้นมาเป็นคนกำหนดเกมในตลาดใหม่นี้

