รับแอปรับแอป

Mad Unicorn ซีรีส์ไทยดุเดือดที่ทำให้คุณอยากล้มแล้วลุกใหม่อีกครั้ง

วศิน สุขสันต์01-29

สตาร์ทอัปส่งด่วนที่กลายเป็นซีรีส์แรงสุดบนหน้าฟีด

ช่วงนี้ถ้าเลื่อนโซเชียลแล้วเจอชื่อ Mad Unicorn หรือ สงคราม ส่งด่วน เต็มหน้าจอ อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองตาฝาด เพราะนี่คือหนึ่งในซีรีส์ไทยที่กำลังวิ่งแรงสุดบน Netflix ตอนนี้

ซีรีส์หยิบเรื่องจริงของสตาร์ทอัปด้านขนส่งด่วนมาปรุงใหม่ให้กลายเป็นแอ็กชันคอเมดี้สุดมัน ที่รวมทุกโทนทั้งฮา ดุเดือด ดราม่าพอดิบพอดี และยังฟีลกู้ดแบบที่ดูแล้วหลุดปากว่า “โคตรใช่!” แบบไม่ต้องพยายาม

จากผู้ชายตัวเล็กสู่จักรวาลบริษัทยักษ์บนจอ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้โดนใจคนดูไม่ใช่แค่ฉากบู๊ หรือมุกตลก แต่มันคือการยืนอยู่บน เรื่องจริง ของผู้ชายคนหนึ่งที่เริ่มจากศูนย์ แล้วดันธุรกิจโลจิสติกส์ให้เติบโตจนกลายเป็นบริษัทยักษ์

ในเรื่องมีครบทุกจังหวะของชีวิตสตาร์ทอัป

  • ช่วงที่ธุรกิจเกือบเละไม่เหลือชิ้นดี

  • ช่วงที่โดนคนไว้ใจหักหลังแบบจังๆ

  • ช่วงที่ต้องฮึบลุกขึ้นมาเริ่มใหม่รอบแล้วรอบเล่า

ซีรีส์ถ่ายทอดทุกอย่างแบบไม่ฝืนดราม่า ไม่เล่นใหญ่เกินเหตุ แต่ก็ไม่ได้จางจนไร้อารมณ์ ทุกอย่างบาลานซ์กำลังดี จนคนดูอินกับเส้นทางของตัวละครแบบถอนตัวไม่ขึ้น

ทีมสร้างสายคุณภาพ นักแสดงเล่นแล้วไฟลุก

เบื้องหลัง Mad Unicorn คือทีมที่สายซีรีส์ไทยคุ้นชื่อกันดี ผู้กำกับ ณฐพล บุญประกอบ จับมือกับโปรดิวเซอร์จาก GDH อย่าง จิระ มะลิกุล และ วรรณฤดี พงษ์สิทธิ์ศักดิ์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องสายตาแหลมคมในการเลือกนักแสดง

ทีมนี้เลือกนักแสดงแบบไม่มีหลุดโทน

  • ไอซ์ ณัฐรัตน์ รับบทพระเอกที่ทั้งดิบ เถื่อน แต่เสน่ห์ทะลุจอ ชนิดที่คนดูเชื่อว่าคนแบบนี้มีอยู่จริงในโลกสตาร์ทอัป

  • เจน เมธิกา ในบท “เสี่ยวหยู” ก็เล่นแบบไม่ห่วงสวย แถมจิกกล้องทุกซีน จนคนดูอยากส่งด่วนหัวใจให้เธอทุกตอน

เคมีของตัวละครคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เรื่องนี้ดูเพลิน ไม่หลุดโฟกัส และ ทุกคาแรกเตอร์มีน้ำหนักของตัวเอง จริงๆ

ขึ้นเทรนด์เพราะของมันดี ไม่ใช่แค่ไวรัลผ่านๆ

หลายคนอาจคุ้นกับภาพซีรีส์ไทยที่ขึ้น Top 10 Netflix เพราะแรงแฟนคลับหรือแคมเปญการตลาดจัดหนัก แต่กรณีของ Mad Unicorn คือขึ้นมาด้วย เนื้อแท้ของตัวเอง

เสียงจากต่างประเทศก็มาแรงไม่แพ้กัน มีคนเปรียบเทียบว่าซีรีส์เรื่องนี้เหมือน

“Start-up meets Breaking Bad but make it Thai.”

เพราะมันทั้งดิบ ทั้งขบถ เต็มไปด้วยความพยายามและการดิ้นรนที่สัมผัสได้จากทุกฉาก ทุกความพังของตัวละครถูกเล่าแบบจริงใจ ไม่แต่งสวยจนปลอม และไม่มืดมนจนหมดหวัง

ล้มได้ แต่ลุกให้เป็นแบบ Mad Unicorn

เสน่ห์ใหญ่สุดของ Mad Unicorn คือมันไม่ใช่แค่ซีรีส์ที่ดูเอามันแล้วจบ แต่ดูไปแล้วจะรู้สึกอยากกลับมา ลุยกับชีวิตตัวเองอีกรอบ

ซีรีส์พูดเรื่อง

  • ความพังที่ไม่มีใครอยากเจอ

  • ความพยายามที่ต้องฮึบทั้งๆ ที่ท้อสุดทาง

  • ความเป็นไปได้ที่ยังเหลืออยู่เสมอ แม้ทุกอย่างจะดูพังไปแล้ว

ทั้งหมดถูกเล่าในแบบที่เข้าใจง่าย ไม่เว่อร์ ไม่สั่งสอนคนดูแบบตรงๆ แต่พาเราเดินไปกับตัวละคร ค่อยๆ ซึมซับบทเรียนทีละนิดโดยไม่รู้ตัว

ดูจบแล้วจะเข้าใจเลยว่า คำว่า “ยูนิคอร์น” ไม่ได้หมายถึงอะไรที่สวยงามอย่างเดียว แต่มันคือสิ่งที่ “สู้ไม่ถอย” แบบโคตรดุ และนั่นแหละคือพลังที่ซีรีส์เรื่องนี้ส่งต่อให้คนดูได้ชัดเจนที่สุด