รับแอปรับแอป

ตะคริวกินน่อง-ตะคริวที่เท้า แค่หดเกร็งหรือสัญญาณจากร่างกาย? เปิดสาเหตุ-วิธีแก้ครบจบในโพสต์เดียว

ลลิตา พูนผล01-29

ตะคริวคืออะไร ทำไมชอบมาเล่นงานตอนดึกๆ?

ตะคริวคืออาการที่กล้ามเนื้อหดตัวเกร็งแบบเฉียบพลัน เราไม่ได้ตั้งใจ แต่กล้ามเนื้อดันเกร็งเอง แถมมาพร้อมความเจ็บแบบจี๊ดขึ้นใจ โดยเฉพาะบริเวณ น่องและเท้า ที่ถือเป็นจุดฮิตของอาการตะคริว

อาการนี้เกิดได้ในทุกวัย แต่จะเจอบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ นักกีฬา หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง

แม้ตะคริวจะไม่ใช่ภาวะอันตรายถึงชีวิต แต่ก็สร้างทั้งความรำคาญ ความเจ็บปวด และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแบบสุดๆ ดังนั้นการเข้าใจ สาเหตุ วิธีป้องกัน และแนวทางแก้ไข จึงสำคัญมาก ถ้าเข้าใจต้นเหตุ ก็ช่วยลดโอกาสเกิดตะคริวได้เยอะเลย

สาเหตุหลักของตะคริว เกิดจากอะไรบ้าง?

ตะคริวไม่ได้มาเพราะดวงไม่ดี แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและประสาท โดยสาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

1. ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่

กล้ามเนื้อทำงานได้ดีต้องอาศัยทั้งน้ำและแร่ธาตุสำคัญ เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม

เมื่อดื่มน้ำน้อย เหงื่อออกมากจากการออกกำลังกายหรือเจออากาศร้อนจัด ร่างกายจะเสียสมดุลของแร่ธาตุ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งง่ายขึ้นและมีโอกาสเป็นตะคริวมากขึ้น

2. ใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป

การออกกำลังกายอย่างหักโหม หรือใช้กล้ามเนื้อเดิมซ้ำๆ นานๆ ทำให้กล้ามเนื้อล้า พอเมื่อยล้ามากๆ ก็ส่งผลให้ตะคริวถามหาได้

กลุ่มที่มักเจอคือ

  • นักกีฬา หรือคนที่ออกกำลังกายหนัก

  • คนที่ต้องยืนนานๆ

  • คนที่เดินเยอะทั้งวัน

3. อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

อากาศเย็นมีผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งง่ายขึ้น ดังนั้นช่วงกลางคืนหรือในห้องแอร์เย็นจัด จึงเป็นช่วงที่หลายคนมักจะเป็นตะคริวบ่อยๆ

4. ความผิดปกติของระบบประสาท

หากเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อทำงานไม่ปกติ การสั่งงานระหว่างสมองและกล้ามเนื้อก็จะผิดเพี้ยนไป ส่งผลให้เกิดอาการหดเกร็งแบบควบคุมไม่ได้ เช่น ในผู้ที่มีโรคทางระบบประสาทบางชนิด

5. โรคประจำตัวบางประเภท

โรคบางอย่างมีผลโดยตรงต่อเส้นประสาท ระบบไหลเวียน และสมดุลแร่ธาตุ ทำให้เกิดตะคริวได้ง่ายขึ้น เช่น

  • เบาหวาน: ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงและผิดปกติอาจกระทบเส้นประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต

  • โรคไต: ทำให้สมดุลของแร่ธาตุในร่างกายแปรปรวน กระทบการทำงานของกล้ามเนื้อ

  • ปัญหาต่อมไทรอยด์: ฮอร์โมนไทรอยด์ที่ไม่สมดุลส่งผลต่อระบบเผาผลาญและกล้ามเนื้อได้เช่นกัน

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังตะคริวเป็นพิเศษ

ใครบ้างที่มีโอกาสโดนตะคริวเล่นงานมากกว่าคนอื่น?

  • ผู้สูงอายุ: กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเสื่อมสภาพ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

  • นักกีฬาและสายออกกำลังกายหนัก: ใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำๆ ทำให้ล้าได้ง่าย

  • หญิงตั้งครรภ์: มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบไหลเวียนเลือด

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคทางระบบประสาท

  • คนที่ดื่มน้ำน้อยและกินอาหารไม่ครบหมู่: ขาดทั้งน้ำและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อกล้ามเนื้อ

ตะคริวมักโผล่มาตอนไหน?

1. ตอนออกกำลังกาย

การออกแรงหนัก ใช้กล้ามเนื้อนานๆ หรือไม่วอร์มอัพก่อนเล่นกีฬา ไม่ยืดเหยียดก่อนและหลังออกกำลังกาย ล้วนเพิ่มโอกาสการเกิดตะคริวได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะเวลาเล่นกีฬาใช้ขาเยอะ เช่น วิ่ง ฟุตบอล ปั่นจักรยาน

2. ตอนหลับกลางดึก

ตะคริวที่น่องหรือเท้ามักชอบมาจู่โจมตอนกลางคืน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับ

  • อุณหภูมิร่างกายที่ลดลง

  • การไหลเวียนเลือดที่ช้าลงขณะนอน

ผลคือสะดุ้งตื่นกลางดึก นอนต่อยาก และนอนไม่อิ่มในที่สุด

วิธีเช็กตัวเองเบื้องต้น ว่าเราเป็นตะคริวแบบไหน

ก่อนจะไปถึงขั้นพบแพทย์ ลองสังเกตตัวเองง่ายๆ ก่อน

  1. สังเกตลักษณะการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

    • ดูว่าเกร็งบ่อยแค่ไหน เป็นซ้ำจุดเดิมหรือไม่

  2. ลองขยับหรือเปลี่ยนท่าทางบริเวณที่มีตะคริว

    • หากขยับหรือยืดแล้วค่อยๆ คลาย แสดงว่าอาจเป็นตะคริวจากการใช้งานกล้ามเนื้อ

  3. จดบันทึกพฤติกรรมประจำวัน

    • บันทึกการออกกำลังกาย การดื่มน้ำ การกินอาหาร เพื่อหาแพตเทิร์นว่าพอทำอะไรแล้วตะคริวชอบมา

อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์?

ไม่ใช่ตะคริวทุกครั้งจะต้องไปหาหมอ แต่ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ควรไม่ปล่อยผ่าน

  • ตะคริวเกิดถี่มาก หรือเกร็งแล้วไม่ค่อยคลายตัวเอง

  • มีอาการปวดมาก จนรบกวนการใช้ชีวิตหรือการนอน

  • กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแรง บวม แดง หรือผิดปกติไปจากเดิม

อาการเหล่านี้อาจบอกได้ว่ามีโรคอื่นแฝงอยู่ ควรให้แพทย์ช่วยประเมินอย่างละเอียด

5 วิธีแก้ตะคริวกินน่องและตะคริวที่เท้า ทำเองได้ที่บ้าน

วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการเฉียบพลัน และยังใช้เป็นแนวทางดูแลกล้ามเนื้อในระยะยาวได้ด้วย

1. ยืดกล้ามเนื้อและนวดเบาๆ

การยืดและนวดช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวเร็วขึ้น

  • ใช้มือกดนวดเบาๆ บริเวณที่เป็นตะคริว

  • เหยียดกล้ามเนื้ออย่างช้าๆ ค้างท่าไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วค่อยๆ คลาย

2. ใช้ความร้อนหรือความเย็นช่วย

สลับใช้ตามอาการและความรู้สึกสบายของแต่ละคน

  • ประคบร้อนเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เลือดไหลเวียนดีขึ้น

  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการอักเสบหรือปวดบวม

3. ดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งวัน

การดื่มน้ำให้พอคือพื้นฐานการป้องกันตะคริวที่หลายคนมองข้าม

  • ตั้งเป้าดื่มน้ำประมาณ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว (ปรับตามน้ำหนักตัวและกิจกรรม)

  • หากออกกำลังกายหนัก เหงื่อออกเยอะ อาจดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เสริมเพื่อลดโอกาสเสียแร่ธาตุมากเกินไป

4. กินอาหารที่มีเกลือแร่สำคัญ

แร่ธาตุหลายชนิดมีบทบาทต่อการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ

  • โพแทสเซียม: พบมากในกล้วยและอะโวคาโด

  • แมกนีเซียม: มีในอัลมอนด์และผักใบเขียว

  • แคลเซียม: พบในนม โยเกิร์ต และผลิตภัณฑ์จากนม

การกินอาหารให้หลากหลายและครบหมู่ ช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้เต็มที่และลดโอกาสเกิดตะคริว

5. คุมอุณหภูมิร่างกายไม่ให้เปลี่ยนแรงเกินไป

  • หลีกเลี่ยงอากาศเย็นจัด โดยเฉพาะช่วงนอน อาจสวมถุงเท้าเพื่อให้น่องและเท้าไม่เย็นจนเกินไป

  • ยืดกล้ามเนื้อเบาๆ ก่อนเข้านอน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น

2 ท่ายืด แก้ตะคริวกินน่องและตะคริวที่เท้า ทำทุกวันยิ่งได้ผล

การยืดกล้ามเนื้อให้เป็นนิสัยในตอนเช้าหรือตอนก่อนนอน ช่วยลดการเกิดตะคริวได้ดีมาก ยิ่งทำสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อจะยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้น

ท่าที่ 1: นั่งยืดน่อง แก้ตะคริวกินน่องและตะคริวที่เท้า

ท่านี้เหมาะมากสำหรับคนที่มีตะคริวบ่อยบริเวณน่องและฝ่าเท้า ทำได้บนพื้นหรือบนเสื่อโยคะ

  • นั่งเหยียดขาซ้ายตรง งอเข่าขวาเข้ามา แล้วใช้ผ้าขนหนูคล้องที่ฝ่าเท้าซ้าย

  • ดึงผ้าขนหนูเข้าหาตัว จนรู้สึกตึงบริเวณขาด้านหลัง ขณะยืดให้ผ่อนคลายคอและบ่า ไม่เกร็งไหล่

  • ค้างท่ายืดไว้ประมาณ 10–15 วินาที

  • ค่อยๆ คลายกลับมาท่าเริ่มต้น

  • สลับข้าง โดยเหยียดขาขวา งอเข่าซ้าย ทำแบบเดียวกันอีกครั้ง

ท่าที่ 2: ยืนยืดน่อง บรรเทาตะคริวที่น่องและเท้า

ท่านี้ยืดได้แรงขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยากคลายกล้ามเนื้อน่องหลังออกกำลังกาย

  • ใช้มือยันกำแพงเพื่อช่วยพยุงตัว

  • ถอยขาขวาไปด้านหลัง เหยียดเข่าขวาให้ตรง

  • ย่อเข่าซ้ายเล็กน้อยจนรู้สึกตึงที่น่องขวา

  • ค้างท่ายืดไว้ประมาณ 10–15 วินาที ระวังไม่ให้เข่าซ้ายเลยปลายเท้าไปด้านหน้า

  • ค่อยๆ คลายกลับมาท่าเตรียม

  • ทำสลับข้าง โดยถอยขาซ้ายไปด้านหลัง งอเข่าขวา แล้วค้างท่า 10–15 วินาทีเช่นกัน

บทสรุป: ตะคริวไม่ได้น่ากลัว ถ้าเราดูแลกล้ามเนื้อให้เป็น

ตะคริวกินน่องและตะคริวที่เท้าอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ไม่ได้มาแบบไร้สาเหตุ หากเราดูแลร่างกายให้ดี ทั้งเรื่อง การดื่มน้ำให้พอ กินอาหารครบแร่ธาตุ ยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้งานกล้ามเนื้อเกินกำลัง ก็ช่วยลดโอกาสเกิดตะคริวได้มาก

เมื่อตะคริวมาแบบเฉียบพลัน ให้ตั้งสติ ยืดกล้ามเนื้อช้าๆ นวดเบาๆ และประคบร้อนหรือเย็นตามเหมาะสม หากเริ่มมีอาการบ่อยผิดปกติ ปวดรุนแรง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย อย่ารอจนชิน รีบปรึกษาแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพให้ชัดเจนจะปลอดภัยที่สุด

ดูแลกล้ามเนื้อวันนี้ เพื่อลดคืนที่ต้องสะดุ้งเพราะตะคริวในวันหน้า