รับแอปรับแอป

สีอึลูกแบบไหนต้องลุ้น แบบไหนต้องรีบพาหาหมอ? คู่มือเช็กอุจจาระทารกฉบับพ่อแม่มือใหม่

ลลิตา พูนผล01-31

เปิดจดหมายลับจากท้องลูก: สีอึบอกสุขภาพได้จริงไหม?

“อึแบบนี้…ปกติหรือเปล่า?” เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่แทบทุกบ้านต้องเคยถามตัวเองหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกน้อยอย่างน้อยสักครั้ง

ความจริงแล้ว สีและลักษณะอุจจาระของทารก ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือ “จดหมายลับจากร่างกาย” ที่กำลังบอกเล่าเรื่องสุขภาพของลูกอย่างชัดเจนกว่าที่คิด

ถ้าอ่าน “ภาษาอึ” ของลูกออก คุณจะรู้ทันทั้งท้องเสีย ท้องผูก ไปจนถึงสัญญาณผิดปกติที่ต้องรีบพาไปหาคุณหมอได้ทันเวลา

สีอุจจาระทารก เล่าอะไรให้พ่อแม่ฟังบ้าง?

โดยปกติแล้ว สีอุจจาระของทารกสามารถเปลี่ยนไปได้ตลอด ไม่ได้แปลว่าป่วยเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ

  • ประเภทของนมที่ลูกได้รับ (นมแม่หรือนมผง)

  • ช่วงวัยและการเปลี่ยนผ่านของระบบขับถ่าย

สีที่มักพบได้บ่อยและยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “ปกติ” ได้แก่

  • สีเหลืองมัสตาร์ด

  • สีเหลืองน้ำตาล

  • สีเขียว

  • สีเขียวปนเหลืองในช่วงที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนจากการขับ “ขี้เทา” ในทารกแรกเกิด

หากอุจจาระมีสีเหล่านี้ ร่วมกับลูกยังดูสดใส กินได้ เล่นได้ ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถวางใจได้ระดับหนึ่ง

นอกจากสีแล้ว “เนื้ออึ” ก็สำคัญไม่แพ้กัน

ไม่ได้มีแค่สีเท่านั้นที่บอกสุขภาพของลูกได้ เนื้อสัมผัสของอุจจาระก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม

ปกติอุจจาระของทารกมักจะ

  • มีความเหนียวข้น

  • ลักษณะคล้ายมีเมล็ดเล็กๆ คล้ายเมล็ดมะเขือเทศ

แต่สิ่งที่หลายบ้านมักเจอแล้วใจหายคือ อุจจาระมี “มูก” ปนออกมา

อึมีมูกเสมอไป = ผิดปกติหรือไม่?

ความจริงแล้วการที่อุจจาระมีมูก ไม่ได้หมายความว่าอันตรายทุกกรณี เพราะอาจเกิดจากสาเหตุทั่วไป เช่น

  • ช่วงที่ฟันกำลังขึ้น เด็กจะมีน้ำลายมากเป็นพิเศษ และอาจกลืนลงท้อง ทำให้มีมูกออกมากับอุจจาระ

  • ช่วงที่ลูกเป็นหวัดเล็กน้อย มีน้ำมูก ร่างกายอาจขับเมือกบางส่วนออกทางอุจจาระ

แต่ถ้าเริ่มสังเกตเห็นว่า

  • มูกมีปริมาณมากกว่าปกติ

  • มาพร้อมอาการอื่น เช่น ซึม เบื่ออาหาร ร้องงอแงผิดปกติ หรือมีไข้

ในกรณีนี้ ควรพาลูกไปปรึกษากุมารแพทย์ เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของลูก

รู้ทัน “ท้องเสีย” สัญญาณเตือนสำคัญที่ห้ามมองข้าม

เด็กทารกที่กินนมแม่หรือนมผงมักจะถ่ายเหลวเป็นปกติอยู่แล้ว ทำให้คุณพ่อคุณแม่บางคนแยกไม่ออกว่า อึเหลวแบบไหนคือธรรมชาติ และแบบไหนคือท้องเสียจริงๆ

แยกให้ออก: อึปกติ vs อึท้องเสีย

ลักษณะอุจจาระของทารกที่เข้าข่าย “ท้องเสีย” มักมีลักษณะดังนี้

  • เนื้ออุจจาระเหลวมาก จนกลายเป็นลักษณะเหมือน “น้ำ” มากกว่าเนื้อ

  • ถ่ายบ่อยขึ้นผิดปกติอย่างชัดเจน
    • จากปกติวันละประมาณ 3–4 ครั้ง

    • เพิ่มเป็นวันละ 7–8 ครั้ง หรือมากกว่านั้น

  • มีกลิ่นเหม็นแรง เหม็นคาว หรือเหม็นเปรี้ยวกว่าปกติ

หากเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรจับตาดูให้ดี เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดของอาการท้องเสียในทารก ไม่ใช่การถ่ายบ่อย แต่คือ “ภาวะขาดน้ำ”

เช็กด่วน: ลูกกำลังขาดน้ำอยู่หรือเปล่า?

ภาวะขาดน้ำในเด็กเล็กถือเป็นภาวะฉุกเฉิน สัญญาณที่พ่อแม่ต้องรีบสังเกต ได้แก่

  • ปากแห้ง ผิวไม่ชุ่มชื้น

  • ตาดูลึกโหล

  • ไม่ปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง หรือผ้าอ้อมแห้งผิดปกติ

  • กระหม่อมบุ๋มในเด็กเล็ก

  • ร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

  • ดูซึมลง อ่อนเพลีย ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม

หากลูกมีอาการท้องเสียร่วมกับสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจอันตรายได้

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปหาคุณหมอแบบไม่ต้องลังเล?

แม้ว่าอุจจาระของทารกจะเปลี่ยนสีเปลี่ยนลักษณะไปตามวัยและอาหารที่ได้รับ แต่ก็มีบางสัญญาณที่ห้ามรอดูเองนานๆ

หากพบว่าอุจจาระของลูกมีลักษณะดังต่อไปนี้ ควรพาไปพบกุมารแพทย์ทันที

  • อุจจาระมีสีแดงคล้ายเลือด สีขาว หรือสีดำ

  • มีไข้สูงร่วมกับอาการถ่ายเหลวบ่อย

  • ลูกซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เล่น ไม่ยิ้ม ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม

  • มีอาการบ่งชี้ภาวะขาดน้ำชัดเจน เช่น ปากแห้งมาก ตาโหล กระหม่อมบุ๋ม ปัสสาวะน้อยมาก

อย่าลืมว่า… ในทารก การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ บางอย่างอาจเป็นสัญญาณสำคัญของร่างกาย การพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเช็กให้แน่ใจ ย่อมดีกว่ารอจนสายเกินไปเสมอ

ดูสีอึให้เป็น แล้วไม่ลืมดูแลสุขภาพโดยรวมของลูก

การหมั่นสังเกตสีและลักษณะอุจจาระของลูกเป็นหนึ่งในวิธีดูแลที่ง่ายที่สุด แต่ได้ข้อมูลเรื่องสุขภาพเยอะที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นอกจากระบบขับถ่ายที่เป็นปกติแล้ว การวางรากฐานสุขภาพและพัฒนาการที่ดีตั้งแต่ปีแรกของชีวิต ก็สำคัญไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะเรื่อง

  • การพัฒนาสมองและระบบประสาท

  • ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

  • ระบบขับถ่ายที่ทำงานอย่างสมดุล

สารอาหารบางกลุ่มที่มักถูกพูดถึงในเรื่องการเสริมสร้างพัฒนาการและภูมิคุ้มกันของทารก เช่น

  • ดีเอชเอ (DHA) ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง

  • กลุ่ม วิตามิน ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย

  • โปรตีนคุณภาพดีที่พบในน้ำนมแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณของสมอง และการทำงานของระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ

เมื่อระบบภายในทำงานดี ลูกก็มักจะ

  • ขับถ่ายง่ายขึ้น

  • อุจจาระนิ่ม สีอยู่ในเกณฑ์ปกติ

  • ลดโอกาสเกิดปัญหาเด็กถ่ายยากหรือท้องผูก

  • มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ โภชนาการที่เหมาะสม เปรียบเหมือนการวางเสาหลักให้อนาคตของลูก ยิ่งใส่ใจตั้งแต่วันนี้ ทั้งเรื่องอาหาร การนอน การขับถ่าย และการสังเกตสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ จากร่างกาย ยิ่งช่วยให้ลูกรักเติบโตแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีทุกด้าน

สรุป: อ่านอึให้เป็น ช่วยเซฟลูกได้มากกว่าที่คิด

  • สีและลักษณะอุจจาระทารกคือ “ตัวช่วยบอกสุขภาพ” ที่สำคัญมาก

  • สีเหลืองมัสตาร์ด เหลืองน้ำตาล หรือเขียวบางเฉด อาจยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ หากลูกไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย

  • อึมีมูกไม่ได้น่ากลัวเสมอไป แต่ถ้ามากผิดปกติหรือมีอาการอื่นร่วม ควรพบแพทย์

  • ท้องเสียในทารกต้องระวังภาวะขาดน้ำเป็นพิเศษ

  • หากอุจจาระมีสีแดงเหมือนเลือด ขาว หรือดำ มีไข้สูง ซึม หรือมีอาการขาดน้ำ ต้องรีบพาไปหาหมอทันที

ยิ่งคุณพ่อคุณแม่อ่าน “ภาษาสีอึ” ของลูกได้เก่งเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยปกป้องลูกรักจากปัญหาสุขภาพได้เร็วเท่านั้น