ภาพรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และเป้าหมายหลัก
ท่ามกลางค่าครองชีพที่ยังสูง โครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 (ที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าบัตรคนจน) ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ โดยรัฐโอนวงเงินช่วยเหลือเข้าบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart Card ทุกเดือน
เงินในบัตร ไม่สามารถกดเป็นเงินสด และใช้ได้เฉพาะร้านค้า/บริการที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น เป้าหมายของรอบปี 2569 คือ
อัปเดตฐานข้อมูลให้ “ตรงกลุ่มเป้าหมายจริง” มากขึ้น
คัดกรองคนที่ไม่ได้ลำบากจริงออกจากระบบ ด้วยการเชื่อมฐานข้อมูลดิจิทัลจากหน่วยงานรัฐกว่า 18 แห่ง
แก้ปัญหา “คนตกหล่น” ที่ควรได้สิทธิแต่ยังไม่มีบัตร
ในรอบใหม่นี้ ผู้มีสิทธิเดิมทุกคนต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิใหม่ เพื่อให้กระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ล่าสุด
ใครควรรีบลงทะเบียน
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม (ปี 2565) ประมาณ 13–14 ล้านคน
กลุ่มตกหล่นที่ภาครัฐจะลงพื้นที่สำรวจและดึงเข้าสู่ระบบตรวจสอบคุณสมบัติใหม่
หากไม่ยืนยันสิทธิภายในกำหนด อาจกระทบต่อการได้รับสวัสดิการในรอบใหม่
กำหนดการลงทะเบียนใหม่ 2569 และช่องทางสมัคร
ช่วงเวลาสำคัญ
จากข้อมูลในหลายแหล่ง สามารถสรุปภาพรวมช่วงเวลาหลักได้ดังนี้
เปิดยืนยันตัวตน/ลงทะเบียนสำหรับรายเดิม: 4 – 21 มิถุนายน 2569
ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ: 17 กรกฎาคม 2569
ช่วงอุทธรณ์สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์: 17 – 31 กรกฎาคม 2569
ประกาศผลอุทธรณ์: 14 กันยายน 2569
เริ่มใช้สิทธิรอบใหม่: ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป (รายที่ยืนยันตัวตนแล้ว)
หมายเหตุสำคัญ
รอบวันที่ 4–21 มิ.ย. 2569 นี้ เน้นผู้มีสิทธิเดิมและกลุ่มตกหล่น ยังไม่เปิดรับผู้สมัครรายใหม่ทั่วไป โดยรายใหม่ต้องรอประกาศจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง
ช่องทางลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ (รายเดิมเลือกได้เพียง 1 ช่องทาง)
มีทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวม 5 ช่องทางหลัก
แอปฯ เป๋าตัง
เข้าแอปฯ → เลือกแบนเนอร์ “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”
อ่านและยอมรับเงื่อนไข → กด “ลงทะเบียน” ให้ครบขั้นตอน
แอปฯ ทางรัฐ
Log in → เลือกบริการ “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”
ตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชน → กรอกเบอร์โทรศัพท์
อ่านเงื่อนไขและกด “ยืนยัน” ระบบจะแจ้ง “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”
เว็บไซต์โครงการ:
https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
กด “เริ่มลงทะเบียน”
- พิสูจน์ตัวตน 2 วิธี:
ใช้แอปฯ ThaiD หรือ
กรอกเลขบัตร 13 หลัก, ชื่อ–นามสกุล, วันเกิด และรหัส Laser ID หลังบัตร
กรอกเบอร์โทรศัพท์ → ยอมรับเงื่อนไข → กด “ยืนยัน”
ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
แตะหน้าจอ → เลือก “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ” → “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569”
เสียบบัตรประชาชน → ตรวจสอบข้อมูล → กด “ยืนยัน/ตกลง”
กรอกเบอร์โทรศัพท์ → กด “ถัดไป/ตกลง” ระบบจะแจ้งว่าได้รับข้อมูลเรียบร้อย
ยืนยันสิทธิที่ธนาคารรัฐ
ไปที่สาขาธนาคารที่ร่วมโครงการ เช่น ธ.ก.ส., ออมสิน, กรุงไทย, ธอส., ธอท. (บางบทความระบุ ธพว. เป็นจุดบริการด้วย)
ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่เสียบเครื่องอ่าน Smart Card
ตรวจสอบชื่อ–นามสกุล–วันเกิด → กรอกเบอร์โทรศัพท์ → อ่านเงื่อนไขและกดยืนยัน
คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้มีสิทธิ์ล่าสุด (รายได้–ทรัพย์สิน–ข้อจำกัด)
การคัดกรองปี 2569 เข้มงวดขึ้น โดยยังยึดหลักใหญ่คือช่วยผู้มีรายได้น้อยจริง และใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลตรวจสอบหลายด้าน
เงื่อนไขพื้นฐาน
ผู้มีสิทธิจะต้อง:
มีสัญชาติไทย
อายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
กลุ่มต้องห้าม (ไม่มีสิทธิลงทะเบียน)
ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
นักเรียน นักศึกษา
ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ หรือถือครองตราสารหนี้
ผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
เกณฑ์รายได้–รายจ่าย
มีรายได้ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีต่อคน
มี “การจ่ายเงินให้บุคคลอื่น” (รายจ่ายให้คนอื่น) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
ทรัพย์สินทางการเงิน
ต้อง ไม่มีบัตรเครดิต
มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภท/ทุกบัญชี ไม่เกิน 100,000 บาท
มีเงินฝาก–สลาก–พันธบัตร รวมกันทุกประเภท ไม่เกิน 100,000 บาท
ประเภททรัพย์สินทางการเงินที่ถูกนับรวม เช่น
เงินฝากในธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ออมสิน, ธกส., ธอส., ธอท.)
สลากของออมสิน, ธกส., ธอส.
อสังหาริมทรัพย์
ต้องไม่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ต่อไปนี้
ห้องชุด (คอนโด) รวมทุกแห่ง พื้นที่ไม่เกิน 35 ตร.ม.
ที่อยู่อาศัย (บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮาส์, ห้องแถว, ตึกแถว) รวมทุกแห่ง พื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
กรณีเป็นเกษตรกร: ที่ดิน + ที่อยู่อาศัย รวมกันทุกแห่ง ไม่เกิน 10 ไร่
กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร: ที่ดิน + ที่อยู่อาศัย รวมกันทุกแห่ง ไม่เกิน 1 ไร่
ยานพาหนะ
ห้ามมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น
- ยกเว้น: สามารถมีได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน ได้แก่
รถจักรยานยนต์ (ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี)
รถสามล้อ
รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง
รถใช้งานเกษตรกรรม
ระบบตรวจสอบคุณสมบัติแบบใหม่
กระทรวงการคลังจะใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลหลายส่วน เช่น
ข้อมูลภาษีและ e-Withholding Tax (ภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์)
การจด VAT หรือพอร์ตลงทุนหุ้น/ตราสารหนี้
ข้อมูลกรมธรรม์ประกันชีวิตมูลค่าสูง
ข้อมูลทรัพย์สิน พาหนะ และภาษีที่ดิน
เพื่อคัดกรองให้เหลือเฉพาะผู้มีฐานะยากจนและกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นจริง
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน (แยกตามกลุ่ม)
1. บุคคลทั่วไป (ผู้ถือบัตรเดิม / รายใหม่ในอนาคต)
ใช้เพียง บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (Smart Card) 1 ใบ
กรณีลงทะเบียนออนไลน์ ต้องเตรียมข้อมูลบนบัตรให้ครบ เช่น เลขบัตร 13 หลัก และรหัส Laser ID หลังบัตร
2. กลุ่มเปราะบางที่ไปลงทะเบียนเองไม่ได้
เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้อยู่ห่างไกล เดินทางเองลำบาก สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงทะเบียนแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสาร:
หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์โครงการ)
สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ (ผู้ลงทะเบียน) พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
สำเนาบัตรคนพิการ หรือ ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)
กรณีมอบอำนาจจะต้องไปทำที่ หน่วยรับลงทะเบียนธนาคารรัฐ/หน่วยงานที่กำหนด เท่านั้น ไม่สามารถทำผ่านแอปหรือ ATM
จากข้อมูลที่มี ยังไม่มีการแยกเอกสารตามอาชีพ เช่น ลูกจ้าง ฟรีแลนซ์ เกษตรกร อย่างชัดเจน เอกสารหลักที่ยืนยันคือ “บัตรประชาชน” และกรณีมอบอำนาจตามรายการด้านบน
การเตรียมตัวด้านการเงิน: เงินฝาก หนี้สิน เครดิตบูโรมีผลอย่างไร
จากเกณฑ์ปี 2569 การเงินส่วนบุคคลมีผลต่อสิทธิอย่างชัดเจน ดังนี้
เงินฝาก + สลาก + พันธบัตร รวมกันทุกบัญชีต้อง ไม่เกิน 100,000 บาท
วงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภท (ตามข้อมูลเครดิตบูโร) ต้อง ไม่เกิน 100,000 บาท
ต้องไม่มีบัตรเครดิต เด็ดขาด
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบ
ภาระสินเชื่อบ้านและรถ ตามเกณฑ์เดิม (ข้อมูลบางส่วนระบุบ้านไม่เกิน 1.5 ล้าน รถไม่เกิน 1 ล้าน ในรอบก่อนหน้า)
ข้อมูลประกันชีวิต ถ้ามีกรมธรรม์สามัญที่จ่ายเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป จะ ไม่ผ่านเกณฑ์
สิ่งที่ควรระวัง
การเป็นผู้ถือหุ้น/กรรมการบริษัท หรือมีบัญชีหุ้นและตราสารหนี้ จะถูกตัดสิทธิทันทีตามเกณฑ์ใหม่
การถูกผู้อื่นนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะ พ่อแม่ คู่สมรส หรือบุตร จะถูกนับเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิด้วย
สิทธิประโยชน์บนบัตรปี 2569 และการเปลี่ยนแปลงวงเงิน
โครงสร้างสิทธิหลักยังคล้ายรอบก่อน แต่มีมาตรการเสริมช่วงกลางปี 2569
วงเงินใช้จ่ายประจำ (ตามรายละเอียดปัจจุบัน)
วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน
ปกติ: 300 บาท/คน/เดือน
ช่วงพิเศษโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ระหว่าง 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569
เติมเพิ่ม 700 บาท/เดือน
รวมเป็น 1,000 บาท/คน/เดือน ใช้ได้เฉพาะร้านค้าธงฟ้าที่ร่วมโครงการ ช่วงเวลา 05.00–23.00 น.
ค่าเดินทางสาธารณะ: 750 บาท/คน/เดือน
ใช้กับรถเมล์ ขสมก., รถไฟฟ้า (BTS, MRT, ARL), รถไฟ, รถ บขส. และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมส่วนลดก๊าซหุงต้ม: 80 บาท/คน ทุก 3 เดือน
ช่วยค่าไฟฟ้า: ไม่เกิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน (ใช้เกินต้องจ่ายส่วนเกินเอง)
ช่วยค่าน้ำประปา: ไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
เงินเพิ่มพิเศษผู้พิการ: 200 บาท/เดือน สำหรับผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการด้วย
เงินช่วยผู้สูงอายุรายได้น้อย: สูงสุด 800 บาท (100 บาท/เดือน นาน 8 เดือน)
ข้อจำกัดของวงเงิน
เงินในบัตร ไม่สามารถถอนเป็นเงินสด
สิทธิแต่ละเดือน ไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้ ถ้าไม่ใช้ จะหมดอายุไปในเดือนนั้น
ใช้ได้เฉพาะกับร้านค้าธงฟ้าและร้าน/บริการที่เข้าร่วมเท่านั้น
กลยุทธ์ใช้บัตรสวัสดิการให้คุ้ม: จัดสรรวงเงิน–ทริกลดค่าใช้จ่าย–ข้อควรเลี่ยง
จากเงื่อนไขสิทธิและข้อจำกัด สามารถสรุปหลักการใช้ให้คุ้มและปลอดภัยได้ดังนี้
1. ใช้สิทธิให้ครบในแต่ละเดือน
เพราะวงเงิน ไม่สะสมข้ามเดือน ผู้ถือบัตรควรวางแผนใช้
วงเงิน 300–1,000 บาท สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นก่อน (เช่น ข้าวสาร ของใช้ประจำวัน) กับร้านค้าที่เข้าร่วม
สิทธิการเดินทาง 750 บาท/เดือน เฉพาะก่อนไปใช้ยานพาหนะอื่นที่ไม่ได้ร่วมโครงการ
2. ตรวจสอบยอดเงินก่อนใช้
สามารถเช็กยอดได้หลายช่องทาง เช่น
ตรวจสอบผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC) ที่ร้านค้า โดยให้ร้านกดเมนู “ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ”
เข้าเว็บไซต์ www.govwelfare.cgd.go.th หรือ www.welfare.mof.go.th เพื่อตรวจสอบสิทธิ
โทรสอบถามที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 02-109-2345 หรือสายด่วนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
3. ข้อควรเลี่ยง
อย่าให้ผู้อื่นยืมบัตรไปใช้ เพราะอาจมีการใช้สิทธิผิดเงื่อนไขหรือโกงข้อมูลได้
อย่าซื้อขายสิทธิ หรือแลกวงเงินเป็นเงินสด เนื่องจากขัดกับหลักเกณฑ์โครงการ
อย่าหลงเชื่อคนที่เสนอ “ช่วยลงทะเบียน/ช่วยดึงสิทธิ” โดยขอข้อมูลบัตรหรือรหัสส่วนตัว
สรุปเช็กลิสต์ก่อนวันลงทะเบียน และคำเตือนเรื่องมิจฉาชีพ–ข้อมูลผิด
ก่อนถึงวันลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ ควรตรวจเช็กให้พร้อมทั้งด้านเอกสารและข้อมูลส่วนตัว
เช็กลิสต์เตรียมตัว
[ ] ตรวจสอบว่า ตนเองเป็นผู้มีสิทธิเดิมหรือไม่ (ผ่านเว็บไซต์/แอป/หน่วยงานรัฐ)
[ ] ทบทวนคุณสมบัติตัวเองตามเกณฑ์รายได้–ทรัพย์สิน–ยานพาหนะ
[ ] เตรียม บัตรประชาชนตัวจริง ให้พร้อม
[ ] กรณีมอบอำนาจ: เตรียมหนังสือมอบอำนาจ + สำเนาบัตรต่าง ๆ + เอกสารผู้พิการ/แพทย์ (ถ้ามี)
[ ] ตรวจสอบและจดจำเบอร์มือถือที่ใช้ลงทะเบียน (ต้องเป็นเบอร์ที่ติดต่อได้จริง)
ช่องทางทางการที่ควรใช้
เว็บไซต์โครงการ: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th, https://welfare.mof.go.th
แอปฯ ทางรัฐ, แอปฯ เป๋าตัง, แอปฯ ThaiD (สำหรับพิสูจน์ตัวตน)
ธนาคารรัฐที่ร่วมโครงการ และหน่วยงานท้องถิ่นที่ระบุ
คำเตือนสำคัญ
อย่าเชื่อข่าวจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือเพจที่ไม่ใช่ของหน่วยงานรัฐ
ห้ามส่งรูปบัตรประชาชน–รหัสหลังบัตร–เลข OTP ให้ผู้อื่น
- หากสงสัยข้อมูลหรือขั้นตอน ควรติดต่อสอบถามโดยตรงกับหน่วยงาน เช่น
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: 02-109-2345
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สอบถามคุณสมบัติ): 08-5842-7102 ถึง 7109
สายด่วน พม. 1300 (กรณีต้องการความช่วยเหลือ)
การเตรียมตัวที่ดี เอกสารครบ ข้อมูลตรงตามความจริง และลงทะเบียนผ่านช่องทางที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้มีสิทธิไม่พลาดโอกาสรับสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐ และช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ต่อเนื่องในปี 2569 อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


ความคิดเห็น